"ชูวิทย์" เผยความในใจถึง "บุญทรง" หวนรำลึกความหลังในสภา พร้อมเผยคำแนะนำชีวิตในคุก

ภายหลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำตัดสินคดีในวันที่ 25 สิงหาคม 2560 กรณีคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ซึ่งมีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวกเป็นจำเลย ล่าสุดศาลมีคำพิพากษาสั่งจำคุกนายบุญทรง 42 ปี
ส่วนทางด้านเสี่ยเปี๋ยงอีก 48 ปี ส่วน นายภูมิ สาระผล 36 ปี พร้อมพวกอีก 28 คน ปมทุจริต โครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) พร้อมรวมค่าชดใช้ค่าเสียหาย 16,000 ล้านบาท ไม่รอลงอาญา


รวมทั้งลงโทษจำคุกข้าราชการและบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และเอกชนอีก 2 รายร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 16,912 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% นับตั้งแต่วันที่รับมอบข้าวตามสัญญาแต่ละฉบับ ส่วนจำเลยอื่นให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามส่วนเช่นเดียวกัน

จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทีมข่าวเจอดี(สำนักข่าวทีนิวส์) จะนำทุกท่านไปติดตามข้อความจากรุ่นพี่ที่เคยต้องคดีและเคยติดคุกมาแล้ว อย่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ฝากถึงนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ซึ่งระบุว่า "อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้" นอกจากนี้ยังมีเนื้อที่น่าสนใจดังรายละเอียดต่อไปนี้

"เมื่อสมัยผมเป็นนักการเมืองอยู่ในสภา ได้รู้จักพูดคุยกับ "คุณบุญทรง" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อยู่หลายครั้ง
คุณบุญทรงอยู่ "ก๊วนวังบัวบาน" หรือ "ก๊วนเจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็น ส.ส. เชียงใหม่หลายสมัย มีความรู้ความสามารถ ผมมีโอกาสไปเชียงใหม่ยังเคยแวะเวียนเยี่ยมเยียนพูดคุยกับแก ครั้งหนึ่งคุณบุญทรงต้องตอบกระทู้ถามสดที่ผมเตรียมไว้ เมื่อเดินสวนกันยังถามผมว่า "จะซักถามประเด็นไหนบ้าง?" ดูแล้วเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน สุภาพเรียบร้อย ต่างจากนักการเมืองโดยทั่วไป


เมื่อวาน(25 สิงหาคม 2560)ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกคุณบุญทรง 42 ปี ซึ่งเป็นโทษที่หนักเอาการ แม้ว่ายังมีโอกาสอุทธรณ์ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่กฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ออกมา คงต้องใช้เวลารอเรื่องหลักเกณฑ์ของการอุทธรณ์ ก็หวังแต่ว่าในฐานะนักการเมืองที่เคยเห็นกันอยู่ในสภา คงมีโอกาสที่จะแก้ตัว เพราะในคดีอาญาสากลทั่วโลกจะต้องให้โอกาสจำเลยในการอุทธรณ์เพื่อให้ศาลได้พิจารณากันอีกครั้ง

ผมเคยเขียนไว้ในหนังสือ "เหลี่ยมคุก" ชีวิตคนเรามันยากที่จะคาดเดา คุณบุญทรงเคยเป็นรัฐมนตรีสั่งการ มีลูกน้องเป็นระดับปลัด อธิบดี ผู้อำนวยการ ล้วนเป็นข้าราชการระดับผู้ใหญ่ของกระทรวง ผู้คนต่างนับหน้าถือตา แต่วันนี้ต้องทิ้งเกียรติยศชื่อเสียงกองเอาไว้หน้าประตู ก้าวเท้าเข้าไปใช้ชีวิตเยี่ยงนักโทษอยู่ในเรือนจำ ถูกจำกัดอิสรภาพ นับเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจ

ช่วงที่ยากที่สุดคือช่วง "ปรับตัว ปรับใจ" ในเดือนแรกถือเป็นเวลาที่ยากลำบาก เมื่อปรับตัวปรับใจได้แล้ว ทุกอย่างจะเข้าที่
อย่างที่คนคุกมักพูดกันเสมอว่าอยู่คุกต้อง "อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้"

 


ขอขอบพระคุณแหล่งที่มาของข้อมูลจาก : https://m.facebook.com/story.php…


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ธราวุฒิ ฤทธิอักษร


HASTAG : ระบายข้าวจีทูจี  เหลี่ยมคุก  ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์  บุญทรง เตริยาภิรมย์  เรือนจำ 

ติดตามข่าวอื่นๆ