น้ำตาชาวนา!!! ชาวบ้านกาฬสินธุ์เครียดน้ำยังท่วมขังนาข้าวเสียหาย

สถานการณ์น้ำในพื้นที่จ.กาฬสินธุ์ ยังไม่คลี่คลายผลกระทบนอกจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม พื้นที่การเกษตรที่เสียหาย อีกทั้งสุขภาพจากโรคที่มากับน้ำและความเครียดของสภาพจิตใจของประชาชนที่เริ่มทวีคูณหนักขึ้น   เพราะนอกเหนือจากปริมาณน้ำที่ยังท่วมขังระดับสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา  ระยะเวลาน้ำที่ท่วมขังยังมีทีท่าว่าจะยืดเยื้อไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ ถึง 1  เดือนจึงจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ   ในพื้นที่ 5  อำเภอ ที่ประกอบด้วย  อ.กมลาไสย อ.ร่องคำ อ.ยางตลาด อ.ฆ้องชัย และ อ.เมือง  ซึ่งยังต้องรับน้ำจากเขื่อนลำปาวที่ขณะนี้มีปริมาณน้ำมากถึง 1,625  ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 84  ที่จะมีการระบายวันละ 30 ล้าน ลบ.ม. ต่อวันไปถึงวันที่  20 สิงหาคมนี้ ก่อนจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

นายเจริญ  ภูตรี  ผู้ใหญ่บ้านเชียงสา  ต.บัวบาน อ.ยางตลาด  จ.กาฬสินธุ์  กล่าวว่า  สถานการณ์ปัจจุบันน้ำได้ล้อมรอบหมู่บ้านการสัญจรไปมาไม่สะดวก นอกจากนี้ยังต้องเจอกับสภาพปัญหาการเจ็บป่วยชาวบ้านต้องลุยน้ำเพื่อเดินทางไปดูนาข้าวที่ท่วมน้ำท่วมขัง หรือต้องไปธุระแม้ต้องอาศัยรถของทหารหรือรถยนต์ในหมู่บ้าน แต่ในบางครั้งก็ต้องสัมผัสน้ำที่ท่วมขังเวลานานทำให้เป็นโรคผิวหนัง โรคน้ำกัดเท้า  แต่นี่ยังไม่เท่ากับเงินทองที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย เพราะปีนี้ได้ลงทุนทำนาไป 2 รอบ รอบแรกก็ถูกน้ำท่วมเสียหาย และมาครั้งนี้ก็ถูกท่วมอีกระยะเวลาห่างกันเพียง 1 เดือน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเขตชลประทาน  จะใช้น้ำแต่ละทีก็แสนลำบาก  แต่สุดท้ายน้ำจากชลประทานก็ท่วมนาข้าวเสียหายหมด ตอนนี้ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ในนาข้าวกลายเป็นทะเลสาบ

“ลงทุนทำนาปีนี้ทั้ง 2 รอบหมดเงินไปกว่า 80,000 บาท เมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เหลือในสต็อกแล้ว  ถ้าน้ำลดก็ไม่รู้ว่าทำนาหรือจะทำมาหากินอย่างไร  สงสารตัวเองก็สงสารแต่เมื่อมองดูลูกบ้านในปกครองก็ยิ่งสงสารหนัก เพราะทุกคนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่เหลืออะไร บางรายทนทุกข์ไม่ไหวลูกหลานก็มารับไปอยู่ด้วยที่ต่างจังหวัด หรือต่างอำเภอ ที่ยังอยู่ในหมู่บ้านก็คือคนที่ไม่มีที่ไป เดิมทีก็ไม่คิดว่าน้ำจะท่วมนานขนาดนี้ แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วทำใจก็เรื่องยาก  โดยเฉพาะกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่สมาชิก 33 ราย นาข้าวถูกน้ำท่วม อาชีพเสริมอย่างอื่นก็ไม่มี” นายเจริญ กล่าว


ขณะที่นายแพทย์พีระ  อารีรัตน์  นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์  ได้ระดมทีมควบคุมโรคและป้องกันโรคระบาด เข้ารักษาอาการเจ็บป่วยจากการระบาดของโรคน้ำกัดเท้าให้กับประชาชน ภายในวัดบ้านเชียงสา ต.บัวบาน อ.ยางตลาด ซึ่งเป็นหนึ่งใน 6 ศูนย์อพยพ ซึ่งยังคงเกิดน้ำท่วมขังกว่าหนึ่งเดือน จากปัญหาการระบายน้ำของเขื่อนลำปาว นอกจากอาการเจ็บป่วย ภาวะความเสียหายของพืชผลทางการเกษตร ยังทำให้ประชาชน ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมขัง ส่งผลต่อความเครียดเพราะชาวบ้านจะต้องเผชิญกับภาวะหนี้สิน

            นายแพทย์พีระ อารีย์รัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์  กล่าวว่า ผลการตรวจเช็คสุขภาพประชาชน โดยสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ภายในศูนย์อพยพพบว่าผู้อพยพป่วยเป็นโรคตาแดง และโรคไข้หวัด โดยเฉพาะโรคน้ำกัดเท้ามี จำนวน 349 ราย ขณะที่โรคซึมเศร้า มีจำนวน 84 ราย ซึ่งเกิดจากความสูญเสียน้ำท่วมนาข้าวเสียหาย อีกทั้งยังกังวลเรื่องระยะเวลาน้ำที่ท่วมขังที่ยาวนานกว่าทุกครั้งที่เกิดขึ้น

            ในปัจจุบัน จ.กาฬสินธุ์ ประสบน้ำท่วมครอบคลุม 18 อำเภอ ได้รับผลกระทบ 126 ตำบล 1,276 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 307,411 ไร่ สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 13 อำเภอ แต่ยังคงท่วมขัง ใน 5 อำเภอ จากอิทธิพลการระบายน้ำของเขื่อนลำปาว ซึ่งล่าสุดมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,625 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 84 และยังคงทำการระบายต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 20 สิงหาคม ในปริมาณวันละ 30 ล้าน ลบ.ม.

ภาพ-ข่าว/ชมพิศ ปิ่นเมือง ข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
น.ส.ชมพิศ ปิ่นเมือง(หวาน)


HASTAG : โรคเครียด  เยียวยา  ฟื้นฟู  นาข้าว  กาฬสินธุ์  น้ำท่วม 

ติดตามข่าวอื่นๆ