รู้แล้วรีบแชร์ต่อ!! เตือน 9 โรค ที่ต้องระวังในหน้าฝนนี้ ภัยใกล้ตัวที่อย่ามองข้าม

     ช่วงนี้ประเทศไทยของเรากำลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมในหลายๆพื้นที่ ชาวบ้านที่ต้องเจอน้ำท่วมต่างได้รับความลำบากอย่างมาก บางพื้นที่น้ำท่วมสูงมิดหลังคา ออกไปไหนไม่ได้ ข้าวปลาอาหารก็หากินลำบากต้องรอคอยหน่วยงานมาช่วยเหลือ แค่นี้ก็ทำให้ลำบากมากพออยู้แล้ว ยังต้องมาเผชิญกับโรคภัยที่จะตามทีหลังอีก

     วันนี้มี 9 โรคเบื้องต้นที่จะเจอได้บ่อยๆ ในคนที่ต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมมาบอกต่อกัน เพื่อให้หลายๆท่านได้ระมัดระวัง หรือรู้เท่าทันเอาไว้อาการเอาไว้ อย่างน้อยเราจะได้หาวิธีป้องกันเบื้องต้นง่ายๆได้

     1.โรคน้ำกัดเท้าจากเชื้อราและแผลพุพองเป็นหนอง
     เกิดได้จากการย่ำน้ำหรือแช่น้ำที่มีเชื้อโรคหรืออับชื้นจากเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ไม่สะอาดเป็นเวลานาน โดยจะมีอาการเท้าเปื่อย เป็นหนอง และเริ่มคันตามซอกนิ้วเท้า ผิวหนังลอกเป็นขุย จากนั้นผิวหนังจะพุพอง นิ้วเท้าหนาและแตก มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนคือผิวหนังอักเสบ ป้องกันได้ด้วยการเช็ดเท้าให้แห้ง หากมีบาดแผลควรใช้แอลกอฮอล์เช็ดแล้วทาด้วยยาฆ่าเชื้อ

     2.โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากเชื้อไวรัส
     สามารถติดต่อได้ทุกเพศทุกวัย แพร่กระจายในลมหายใจ เสมหะ น้ำลาย อาการมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ไอจาม อ่อนเพลีย ป้องกันได้ด้วยใช้ผ้าปิดปากเวลาไอจาม ดื่มน้ำอุ่นมากๆ มีไข้สูงเกิน 7 วันควรพบแพทย์

    3.โรคปอดบวมจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือสำลักเอาน้ำที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในปอด
     จะให้เกิดการอักเสบ ไข้ขึ้นสูง ไอมาก หอบหายใจเร็ว เห็นชายโครงบุ๋ม ริมฝีปากซีดหรือเขียวคล้ำ กระสับกระส่ายหรือซึม หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

     4.โรคตาแดง
     ติดต่อได้ง่ายในเด็กเล็ก แต่เป็นโรคที่ไม่ค่อยรุนแรง ส่วนใหญ่จะเกิดจากเชื้อไวรัส แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องก็อาจจะมีเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ อาการหลังได้รับเชื้อ 1 - 2 วัน จะเคืองตา ปวดตา น้ำตาไหล กลัวแสง มีขี้ตามาก หนังตาบวม เยื่อบุตาขาวอักเสบแดง ถ้ารักษาถูกวิธี 1 - 2 สัปดาห์ก้หาย แต่ถ้าผิดวิธีอาจเกิดโรคแทรกซ้อน ป้องกันด้วยการล้างตาให้สะอาด ล้างมือบ่อยๆ และไม่ควรขยี้ตา


     5.โรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร
     ส่วนใหญ่มักเกิดจากเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายจากการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น อาหารปรุงสุกๆ ดิบๆ อาหารที่มีแมลงวันตอม อาหารค้างคืนหรือเน่าบูด แบ่งออกเป็นหลายโรค ได้แก่ โรคอุจาระร่วง อาการถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ อาจมีมูกเลือดและมีการอาเจียนร่วมด้วย อหิวาตกโรค จะถ่ายเป็นน้ำคล้ายน้ำซาวข้าวทีละมากๆ อาการรุนแรง อาหารเป็นพิษ มักมีอาการปวดท้องร่วมกับการถ่ายอุจาระเหลว คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการปวดศีรษะและเมื่อยเนื้อตัวร่วมด้วย โรคบิด จะถ่ายอุจจาระมีมูกหรือเลือดปน มีไข้ ปวดท้องและมีปวดเบ่งร่วมด้วย โรคไข้ทัยฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย มีอาการสำคัญคือมีไข้ เบื่ออาหาร ท้องผูก เมื่อยเนื้อตัว ปวดศีรษะ ป้องกันได้โดยล้างมือให้สะอาด เลือกรับประทานอาหาร กำจัดสิ่งปฏิกูล ขยะมูลฝอย เพื่อไม่ให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน แต่หากป่วยจำเป็นต้องดื่มน้ำหรืออาหารเหลวมากๆ รวมทั้งดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ด้วย    

     6.โรคฉี่หนู หรือโรคเลปโตสไปโรซิส
     เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน มีหนูเป็นตัวแพร่โรคที่สำคัญ เชื้อออกมากับปัสสาวะสัตว์แล้วปนเปื้อนในน้ำท่วมขัง โดยโรคนี้จะติดต่อทางบาดแผล รอยขีดข่วน หรือไชเข้าตามเยื่อบุตา จมูก ปาก หรือผิวหนังที่แช่น้ำนานๆ อาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 4 - 10 วัน จะมีไข้สูงทันที ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง และศีรษะมาก บางรายมีอาการตาแดง เจ็บคอ เบื่ออาหาร ท้องเดินร่วมด้วย จำเป็นต้องรีบพบแพทย์ มิเช่นนั้นอาจถึงขั้นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตามสามารถป้องกันได้โดยสมรองเท้าบู๊ทยางกันน้ำ ทำความสะอาดที่พักไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนู

     7.โรคไข้เลือดออก
     มียุงลายเป็นพาหะพบได้ทุกวัยในทุกพื้นที่ มีอาการไข้สูงตลอดทั้งวัน หน้าแดง เกิดจุดแดงๆ เล็กๆ ตามลำตัว ต่อมาไข้จะลดลง ซึ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะอาจเกิดอาการรุนแรง มีความผิดปกติ เช่น ถ่ายดำ ไอปนเลือด เกิดภาวะช็อคและเสียชีวิตได้ ทั้งนี้การรักษาห้ามใช้ยาแอสไพริน และระวังไม่ให้ถูกยุงกัด

     8.โรคหัด
     เป็นโรคไข้ออกผื่นที่พบในเด็ก เกิดจากเชื้อไวรัส มักพบในฤดูฝน หากมีการแทรกซ้อนอาจเสียชีวิตได้ สำหรับการติดต่อผ่านทางการไอจาม เชื้อกระจายอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย อาการหลังจากได้รับเชื้อ 8 - 12 วัน มีไข้ ตาแดง พบจุดขาวๆ เล็กๆ ในกระพุ้งแก้ม ป้องกันได้โดยฉีดวัคซีน หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย ป้องกันได้โดยฉีดวัคซีน หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย

     9.โรคไข้มาลาเรีย
     ติดต่อโดยยุงก้นปล่องเป็นพาหะนำเชื้อโรค มักพบในพื้นที่ป่าเขามีแหล่งน้ำจืดธรรมชาติ อาการหลังรับเชื้อ 7 - 10 วัน จะปวดศีรษะ โดยทั่วไปคล้ายไข้หวัด แต่หลังจากนั้นจะหนาวสั่นและไข้สูงตลอดเวลา อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต ป้องกันโดยหลีกเลี่ยงยุงด้วยการทายาหรือสวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด

     *** ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่ตอนนี้ ให้น้ำลดโดยไว ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพของตัวเองด้วย

 

ขอบคุณ   thaihealth


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
พัชรพร นาคประดิษฐ์


HASTAG : โรคภัย  อันตราย  น้ำท่วม 

ติดตามข่าวอื่นๆ