คณะกรรมการมหาเถรชุดนี้ ควรเอาไว้อีกไหม !?! "พระพุทธะอิสระ" แฉจัดหนัก ยัดเงินซื้อตำแหน่งสงฆ์....เปลี่ยนเลวเป็นดี เปลียนผีเป็นคน (รายละเอียด)

วันที่ 27 ก.ค. 2560 บนเฟซบุ๊กหลวงปู่พุทธะอิสระได้โพสต์ข้อความแฉกลวิธีซื้อ-ขาย ตำแหน่งของพระสงฆ์ชั้นปกครอง ระบุว่า

ยังงี้ต้องไล่ออก แย่งตำแหน่งกันอย่างกับฆราวาสเลยนะเฮีย ยางอายน่ะมีไหม ตอนที่ 2
๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐

ได้ข่าวมาอีกเหมือนกันว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มีหนังสือกราบทูล “สมเด็จพระสังฆราช” ทรงวินิจฉัยมติมหาเถรสมาคม (มส.) ตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราโดยมิชอบ เหตุประพฤติผิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรง งานนี้ที่แต่งตั้งผิดตัว ผิดหน้า ก็เพราะมี่ผัวอีหน่อย ที่นุ่งห่มผ้าเหลืองอยู่ เป็นผู้นำรายชื่อไปยัดใส่ย่ามเจ้าคณะภาค ๑๒ และเจ้าคณะภาค ๑๒ ก็นำไปยัดใส่ปากสมเด็จหนตะวันออก

ถามว่า ผัวอีหน่อยเป็นใคร

ตอบว่า เป็นผัวชาวบ้านที่อยู่ในภาค ๑๐ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการปกครองสงฆ์ภาค ๑๒ เลย เพราะวัดโสธรอยู่ภาค ๑๒

ได้ยินข่าวมาอีกเหมือนกันว่า งานนี้เขาจ่ายกันไม่ต่ำกว่าสิบล้าน แถมรถเบนซ์ อีก ๑ คัน พอได้เงินได้รถเข้าไปหูตาเลยลาย ที่เลวกลายเป็นดี ที่เป็นผีก็กลายเป็นคน

แม้จะรู้ว่าผิดกฎหมายที่ว่าด้วยการแต่งตั้ง แต่กูก็จะทำ เพราะกูมีอำนาจซะอย่าง

เช่นนี้หล่ะกระมัง พวกนี้มันถึงได้เสนอซื่อธัมมชโยที่เป็นปาราชิกในปี ๔๒ ไปขอพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นเทพในปี ๕๔ และต้องมาถูกทอดสมณศักดิ์ในที่สุด

ถามว่า การที่สมเด็จพุฒาจารย์ วัดไตรมิตร เสนอชื่อบุคคลที่ต้องห้ามทางพระธรรมวินัยและกฎมหาเถรสมาคมให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดมันผิดหรือไม่

ตอบว่า หากมีความละอาย มีสามัญสำนึกที่จะรักษาความถูกต้องชอบธรรม ก็ตอบว่าผิด แต่ถ้าเห็นแก่หน้า เห็นแก่พวกและเห็นแก่เงิน คิดว่ากูมีอำนาจจะทำอะไรก็ได้ อย่างนี้ก็ตอบได้คำเดียวว่าโนคอมเม้น ที่แน่ ๆ คือ กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ.๒๕๔๑) หมวด ๒ ว่าด้วยการแต่งตั้งพระสังฆาธิการ
(๖) กำหนดไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่จะรับการแต่งตั้งต้องไม่เคยต้องคำวินิจฉัยลงโทษในอธิกรณ์ที่พึงรังเกียจมาก่อน
(๗) และต้องไม่เคยถูกถอดถอนหรือถูกปลดจากตำแหน่งใด ๆ เพราะมีความผิดมาก่อน

แต่พระราชปริยัติสุนทร (อมรภิรักษ์) เจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทราและพวกถูกคำพิพากษาจากองค์คณะผู้สอบอธิกรณ์จนความผิดปรากฏชัดถึงขนาดที่ประชุม มส. ครั้งที่ ๘/๒๕๕๓ วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๓ เลขาธิการมหาเถรสมาคมได้แจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบแล้วว่า พระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์) ยศในขณะนั้นและพวกเป็นผู้ละเมิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรง จนถึงขนาดต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง แต่ก็มาได้รับการฟอกตัวในยุคสมเด็จพระพุฒาจารย์แห่งวัดไตรมิตร

และสมเด็จวัดไตรมิตรนี้อีกแหละที่เสนอชื่อผู้ที่ไม่พึงประสงค์ของพระธรรมวินัยให้ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด
ทั้งที่เขามีรองเจ้าคณะจังหวัดอยู่แล้วกลับไม่เลื่อนขึ้นให้เป็นเจ้าคณะจังหวัด


ถามต่อว่า หากกรรมการมหาเถรใช้อำนาจในทางที่มิชอบเช่นนี้จะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ปกครองคณะสงฆ์ไหม
ตอบ..พระสังฆาธิการรูปใดประพฤติละเมิดจริยา ต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) ถอดถอนจากตำแหน่งหน้าที่
(2) ปลดจากตำแหน่งหน้าที่
(3) ตำหนิโทษ
(4) ภาคทัณฑ์

ถามต่อว่า แล้วเมื่อทำหน้าที่ผิดเช่นนี้ ควรจะต้องมีคณะกรรมการมหาเถรชุดนี้เอาไว้อีกไหม

ตอบโดยไม่คิดเลยว่า ไม่ควร หากสังคมอยากจะเห็นความสุจริตยุติธรรมในการปกครองคณะสงฆ์ ก็ควรจะปรับเปลี่ยนกรรมการชุดเก่าออกทั้งหมด แล้วคืนพระอำนาจให้สมเด็จพระสังฆราช เลือกพระมหาเถระผู้ทรงธรรม ทรงมีสุจริตธรรม ทรงสติปัญญา เข้ามาทำหน้าที่ เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมามหาเถรสมาคมได้พิสูจน์ให้สังคมได้รับรู้อย่างชัดเจนแล้วว่าได้ทำหน้าที่ปกป้องอลัชชีได้อย่างดียิ่ง ยิ่งกว่าการปกป้องพระธรรมวินัยและกฎหมายปกครองคณะสงฆ์

พุทธะอิสระ

 

 

 

 

อ้างอิง หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สินีนุช บรรเจิดธนากุล


HASTAG : หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara  ซื้อตำแหน่ง  มหาเถรสมาคม 

ติดตามข่าวอื่นๆ