มาแรงแซงทางโค้ง !! จับตาว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย(คนใหม่) จะใช่"คุณหญิงหน่อย" หรือไม่?? (รายละเอียด)

กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามากที่สุดอีกประเด็นหนึ่งสำหรับพรรคเพื่อไทยในขณะนี้ถือได้ว่าเป็นพรรคที่จับตามองถึงอนาคตข้างหน้าว่านายใหญ่แห่งพรรคเพื่อไทย(นายทักษิณ ชินวัตร)จะเลือกใครมาเป็นหัวหน้าพรรค 

เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพลพรรคในพรรคเพื่อไทยต่างพยายามออกมาแสดงบทบาทกันอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นนายวัฒนา เมืองสุข, นายจตุรงค์ ฉายแสง, แต่ปรากฏว่าเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมากลับปรากฎชื่อ“มณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล” หรือชื่อเดิม “มณฑาทิพย์ ชินวัตร” ซึ่งน้องคนที่แปดของทักษิณ

ขณะเดียวกันฟากฝั่งของนายไพศาล พืชมงคล นักวิเคราะห์ทางการเมืองคนสำคัญและเป็นผู้ช่วยกรรมการรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ได้ออกมาวิเคราะห์ว่านายใหญ่แห่งพรรคเพื่อไทยอย่างนายทักษิณ ชินวัตร นั้น

จะไม่เลือกคนในตระกูลชินวัตรอย่างแน่นอนแต่จะเอาบุคคลภายนอกเพื่อให้ประชาชนเห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของตระกูลชินวัตร สำหรับบุคคลที่คนที่ไพศาลได้คาดการณ์เอาไว้คงหนีไม่พ้น“คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”หรือหญิงหน่อยนั่นเอง


วันนี้ทีมข่าวเจอดีจะมาไล่เรียงบทบาทางการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ผ่านมานั้นเป็นอย่างไรบ้าง โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เข้าสู่แวดวงการเมืองครั้งแรกในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2535 ในวัยเพียง 31 ปี ได้เป็น ส.ส. ในเขตกรุงเทพมหานครของพรรคพลังธรรม

ซึ่งนำโดยพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่โด่งดังมาจากการนำพลังมวลชนต่อสู้กับเผด็จการทหารจนเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อพลตรีจำลอง ศรีเมือง ได้วางมือทางการเมืองแล้ว พรรคพลังธรรมก็ได้ผลัดเปลี่ยนหัวหน้าพรรคอีกหลายคน
 
จนมาถึงยุคที่นายทักษิณ ชินวัตร ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค จึงทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ก็ได้สนิทสนมกับนายทักษิณ ในการเลือกตั้งปี 2539 พรรคพลังธรรมมี ส.ส. เหลือเพียงคนเดียว คือ คุณหญิงสุดารัตน์ และในปี พ.ศ. 2541 เมื่อนายทักษิณได้ออกมาก่อตั้งพรรคไทยรักไทย คุณหญิงสุดารัตน์ก็เป็นหนึ่งใน 23 บุคคลที่ร่วมก่อตั้งพรรคด้วย และก็ได้ร่วมงานกับทางพรรคมาจนบัดนั้น 

นอกจากนี้ยังพบว่าในปี 2543 คุณหญิงสุดารัตน์ได้ลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามของพรรค ได้เบอร์ 5 โดยคู่แข่งขันสำคัญคือ นายสมัคร สุนทรเวช ผลการเลือกตั้งในขณะนั้นปรากฏว่านายสมัครชนะด้วยคะแนนที่ท่วมท้น หลังจากนั้นในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี พ.ศ. 2544 คุณหญิงสุดารัตน์ได้ย้ายไปลงในระบบบัญชีรายชื่ออันดับต้น ๆ ของพรรค รวมทั้งการเลือกตั้งในปี 2548 อีกด้วย

กระทั่งในปี 2548 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ทำให้สามารถใช้คำนำหน้านามว่า "คุณหญิง" 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549 แต่ก็ยังกุมอำนาจในพรรคอยู่เพราะเป็นหัวหน้าสายที่คุม สส.ในกรุงเทพมหานคร
 
แม้ว่าต่อมาคุณหญิงสุดารัตน์จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ก็ไม่ไม่ช้ำหนักเท่ากับการถูกข้อกล่าวหาว่าทุจริต ซึ่งมีโอกาสต่ออนาคตทางการเมืองจะดับวูบไป เพราะคณะอนุกรรมการ ปปช.ได้มีมติชี้มูลความผิดคุณหญิงสุดารัตน์ ในขณะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

ในโครงการจัดทำระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการบริหารข้อมูลข่าวสารด้านการเงินการคลัง และข้อมูลโรงพยาบาลปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2547 ที่ผ่านมา แต่ต่อมาปรากฏว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการพิจารณาสำนวนคดีการยกเลิกการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของกระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 821 ล้านบาท 

สมัยที่คุณหญิงสุดารัตน์ดำรงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ว่าเข้าข่ายทุจริตหรือไม่ และที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติ 8:0 ยกคำร้องในส่วนของคุณหญิงสุดารัตน์ โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่ไม่มีน้ำหนักพอที่จะฟังได้

แต่สิ่งที่น่าสนใจและน่าจับตามากที่สุดขณะนี้คงหนีไม่พ้นโอกาสของคุณหญิงสุดารัตน์ที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ของพรรคเพื่อไทย แต่สิ่งที่กล่าวมาจะมีโอกาสเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหน ก็ต้องมาดูรายชื่อที่นายไพศาล พืชมงคล ได้เปิดเผยว่าได้มีบุคคลสำคัญคนหนึ่งร่วมทริปไปประเทศจีนกับคุณหญิงสุดารัตน์ 

ตามคำเชิญของกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ (IDCPC) พรรคคอมมิวนิสต์จีนนั้น มีชื่อของนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ร่วมทริปด้วยนอกเหนือจากการประสานงานให้เกิดการเดินทางในครั้งนี้แล้ว และเมื่อถามว่าเพราะเหตุใดชื่อของนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ คนนี้จึงทำให้คุณหญิงสุดารัตน์มีน้ำหนักทางการเมือง ที่จะได้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย 

เหตุผลสำคัญก็เพราะนายพันธุ์ศักดิ์ มีสนิทสนมและเป็นที่ไว้วางใจของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นอย่างยิ่ง โดยนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ เป็นคนอยู่เบื้องหลังในการวางยุทธศาสตร์ และนโยบายต่างๆ ตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย เรื่อนมาจนถึงพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย 

เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เคยเป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านโยบายเศรษฐกิจ ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายสำคัญหลายนโยบายในรัฐบาลทักษิณ 1 และทักษิณ 2 เช่น นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจแบบคู่ขนาน หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า "ทักษิโณมิกส์" 

และเมื่อทีมข่าวเจอดีเจาะข้อมูลในเชิงลึกกลับพบว่าในช่วงปี พ.ศ. 2531 ถึง พ.ศ. 2534 นายพันศักดิ์ เคยดำรงตำแหน่งเป็น ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหวัน มาก่อน และอยู่เบื้องหลังนโยบายที่มีชื่อเสียงของรัฐบาลชาติชาย คือ "นโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า" และเคยดำรงตำแหน่งเป็น ที่ปรึกษาน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช
 
ไม่เพียงเท่านั้นนายพันศักดิ์ ยังเป็นตัวเชื่อมสำคัญในการติดต่อกับนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งการปรากฏภาพของนายพันศักดิ์ ที่ออกมาคู่กับคุณหญิงสุดารัตน์นั้นเท่ากับว่านาทีนี้ชื่อของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จึงมีน้ำหนักอย่างยิ่งที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนต่อไป ใช่หรือไม่


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ธราวุฒิ ฤทธิอักษร


HASTAG : คุณหญิงหน่อย  สุุดารัตน์  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  แซงทาโค้ง  มาแรง  คนใหม่  จับตา 

ติดตามข่าวอื่นๆ