เข้าใจหัวอก!!! "บิ๊กตู่" ไฟเขียวงัด "ม.44" ชะลอโทษ 3 มาตรา พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว 120 วัน หลังนายจ้าง-ลูกจ้างผวาปรับหนัก-แห่กลับบ้านอื้อ

 

เข้าใจหัวอก!!! รัฐฯ จ่องัด "ม.44" ชะลอ 3 มาตรา พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวซึ่งกำหนดค่าปรับลูกจ้าง-นายจ้างอย่างหนักออกไปอีก 120 วัน หลังทั้งนายจ้าง-ลูกจ้างต่างผวา แห่กลับบ้านจนแน่นด่านชายแดน


วันนี้ (1 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียก พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ตัวแทนกฤษฎีกา ก.พ.ร. สมช. กกร. สภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรม เข้าหารือแก้ปัญหา หลัง พ.ร.ก.การบริหารจัดการของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ประกาศใช้ และส่งผลให้หลายฝ่ายกังวล โดยเฉพาะทั้งนายจ้าง-ลูกจ้างต่างหวั่นเกรง เพราะอัตราค่าปรับรวมถึงบทลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรง โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ก่อนรายงานนายกรัฐมนตรีทราบ 

            
หลังเสร็จสิ้นการประชุม นายวิษณุ ได้แถลงว่า จะมีการออกมาตรา 44 เพื่อชะลอการบังคับใช้ 3 มาตรา ในพ.ร.ก.ดังกล่าว ได้แก่ ม.101 ม.102 และ ม.122 ซึ่งกำหนดค่าปรับรวมถึงบทลงโทษที่รุนแรงกับลูกจ้าง และนายจ้าง
ที่ทำผิดกฎหมาย โดยจะมีผลย้อนไปถึงวันที่ 23 มิ.ย. คือวันที่พ.ร.ก.ประกาศ เนื่องจากพบว่า ทั้ง 3 มาตรามีปัญหาการบังคับใช้ นายกฯ จึงเห็นควรให้ชะลอไปก่อน 120 วัน
            
นายวิษณุ ยังระบุว่า ที่ประชุมรับทราบถึงปัญหาการบังคับใช้พ.ร.ก.ดังกล่าว โดยภาคเอกชนได้ยื่น 4 ข้อเสนอถึงรัฐบาล ได้แก่ 1.การตั้งศูนย์รับจดทะเบียนใหม่ 2.ขอให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณาออกกฎหมายลูกเกี่ยวกับเรื่องแรงงานต่างด้าว 3.การจ่ายเงินชดเชย กรณีลูกจ้างเดินทางกลับประเทศหรือหยุดงาน และ4.การประชาสัมพันธ์พ.ร.ก.ดังกล่าวให้นายจ้างและลูกจ้างรับทราบ เพราะพ.ร.ก.ดังกล่าว 145 มาตรา อ่านแล้วเข้าใจยาก ควรต้องประชาสัมพันธ์ให้เข้าใจง่าย ซึ่งภาครัฐรับได้กับข้อเสนอทั้งหมด ยกเว้นข้อแรก เพราะการเปิดศูนย์รับจดทะเบียนใหม่ในประเทศไทยมีอุปสรรค ถ้าทำจะขัดต่อบันทึกความเข้าใจที่ไทยทำไว้ไว้กับเมียนมา ลาว และกัมพูชา และขัดต่อข้อตกลงเรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู)ว่า จะแก้ปัญหาการเข้าเมืองผิดกฎหมายของคนต่างด้าว นอกจากนั้นยังมีปัญหา การรับจดทะเบียนในประเทศจะเป็นการเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวทะลักเข้าไทย เสี่ยงต่อการผิดกฎหมายหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งเคยพูดไว้แล้วว่าจะต้องจัดทำระบบการรับแรงงานต่างด้าวเข้ามาให้ถูกต้อง แม้กระทั่งเมียนมาเองก็ไม่สะดวกใจในไทยดำเนินการเช่นนี้ เขายืนกรานว่าจะต้องตรวจสอบอะไรบางอย่างก่อนส่งคนของเขาเข้ามาบ้านเรา
         


            

 

 

"จากปัญหาข้างต้นนายกฯ จึงเห็นชอบดังนี้ 1.ไทยยังเคารพในพันธะกรณีที่ตกลงไว้กับประเทศต่างๆ 2.พันธะกรณีสำคัญและต้องดำเนินการต่อคือการต่อต้านการค้ามนุษย์ จะไม่ให้การใช้หรือไม่ใช้พ.ร.ก.ฉบับนี้มาเป็นอุปสรรคแก้ปัญหา 3.เพื่อผ่อนคลายความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น เนื่องจากการที่ออกเป็นพ.ร.ก.ทำให้นายจ้างและลูกจ้างเตรียมตัวไม่ทัน จึงจำเป็นต้องใช้ ม.44 ชะลอหรือเลื่อนการบังคับใช้บางมาตราที่มีบทลงโทษรุนแรงไปก่อน แต่มาตราที่เหลือยังบังคับใช้อยู่ อย่างไรก็ตามระหว่างนี้จะไม่มีการจับกุมหรือกวดขันแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย เว้นแต่จะเกี่ยวข้องความผิดค้ามนุษย์ ส่วนการชะลอบางมาตราออกไป 120 วัน เพราะต้องการให้แรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย กลับไปทำเรื่องให้ถูกต้องก่อน ผ่านสามช่องทางคือ กลับไปทำเรื่องยังประเทศต้นทาง ทำเรื่องที่ชายแดน และที่ศูนย์พิสูจน์บุคคลกรณีชาวเมียนมา ที่มีอยู่ 5 แห่งในไทย โดยส่วนนี้กำลังเจรจากับทางเมียนมาว่า จะยินยอมหรือไม่" รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ระบุ
            

 

 

 


ทั้งนี้ นายวิษณุ ยังเน้นด้วยว่า ส่วนแรงงานอีกกลุ่มที่เข้าเมืองถูกกฎหมาย แต่ไปทำงานผิดจังหวัดที่รับอนุญาต ให้ไปที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดเพื่อแจ้งขอเปลี่ยนจังหวัดทำงาน โดยมาตรการนี้ไม่เกี่ยวขึ้นกับเวลา 120 วันที่ประกาศชะลอ มาตรการทั้งหมดจำเป็นต้องใช้กฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ นั่นคือ ม.44 เพื่อผ่อนคลายสิ่งเหล่านี้ และก็จะเป็นนโยบายนอกจากจะเขียนไว้ในกฎหมาย 

"เรารู้ว่า จะมีจุดเสี่ยงอะไรเกิดขึ้น เช่น แรงงานถูกจับขณะเดินทางกลับประเทศ ซึ่งเป็นช่องทางให้ถูกรีดไถหรือข่มขู่ จึงเห็นควรให้ใช้มาตรการเดิมกับช่วงสงกรานต์ คือ แรงงานสามารถเดินทางกลับบ้านได้โดยไม่ผิดกฎหมาย เว้นผิดคดีค้ามนุษย์ต้องจัดการ ขอให้แรงงานต่างด้าวไม่ว่าจะผิดกฎหมายเข้าเมืองหรือกรณีอื่นกรุณาอยู่ในความสงบและไปดำเนินการให้ถูกต้อง ส่วนนายจ้างก็จะใช้มาตรการอย่างเดียวกัน ซึ่งไม่ว่า ม.44 จะประกาศเมื่อไหร่จะมีผลย้อนหลังถึงวันที่ 23 มิ.ย. ที่พ.ร.ก.ประกาศใช้" นายวิษณุ ระบุทิ้งท้าย


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
นายอารมณ์ เคนหล้า


HASTAG : พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว  วิษณุ เครืองาม  บิ๊กตู่ 

ติดตามข่าวอื่นๆ