ตำนานรักสะท้านโลกาของพระมหากษัตริย์จิกมี และ พระราชินีเจตซุน เพมา ผู้เปลี่ยนตำนานให้คนภูฎาน รุ่นใหม่รักเดียวใจเดียว

เรื่องราวสุดแสนโรแมนติก ระหว่างพระราชาและราชินีแห่งภูฎาน เริ่มขึ้นตั้งแต่ทั้งคู่ยังทรงเยาว์วัย เมื่อพระองค์ซึ่งมีพระชนมายุ 17 ชันษากับ เจตซุน เพมา ลูกสาวนักบินสายการบินคิงฟิชเชอร์ แอร์ไลน์ส นักศึกษาปริญญาตรี ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แห่งมหาวิทยาลัยรีเจนท์ส คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีอายุเพียง 7 ขวบเท่านั้น

 

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี หรือเจ้าชายจิกมี ทรงขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งภูฎาน เมื่อปี 2008 ที่ผ่านมา พร้อมทรงนำภูฎานเข้าสู่ยุคประชาธิปไตย ตลอดจนทรงสืบสานต่อจากสมเด็จพระราชบิดาของพระองค์ ในเรื่องของปรัชญาความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness) อันเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก

พระมหากษัตริย์หนุ่มพระองค์นี้ทรงถูกเรียกขานด้วยพระนามต่างๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น “เค 5” ซึ่งหมายถึงรัชกาลที่ 5 หรือเจ้าชายผู้ทรงเสน่ห์จากแดนหิมาลัย

ด้วยพระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงมุ่งมั่นปฏิบัติเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวภูฎาน พสกนิกรกว่า 700,000 คนทั่วประเทศ จึงพร้อมใจถวายความจงรักภักดีแด่พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ไม่ต่างจากที่พระราชบิดาทรงเคยได้รับมา

เพราะนอกเหนือจากเป็นพระราชาที่มีอายุน้อยที่สุดในโลกแล้ว และทรงพระราชกรณียกิจนานัปประการโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแล้วยังมีเรื่องราวความรักที่เปี่ยมไปด้วยความน่าประทับใจ

เรื่องราวสุดแสนโรแมนติก ระหว่างพระราชาและราชินีแห่งภูฎาน เริ่มขึ้นตั้งแต่ทั้งคู่ยังทรงเยาว์วัย เมื่อพระองค์ซึ่งมีพระชนมายุ 17 ชันษากับ เจตซุน เพมา ลูกสาวนักบินสายการบินคิงฟิชเชอร์ แอร์ไลน์ส นักศึกษาปริญญาตรี ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แห่งมหาวิทยาลัยรีเจนท์ส คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีอายุเพียง 7 ขวบเท่านั้น

ตำนานรักของทั้งคู่เกิดขึ้น เมื่อครอบครัวทั้งสองฝ่ายไปปิกนิกกันในกรุงทิมพู เมืองหลวงของภูฎาน โดยครอบครัวฝ่ายหญิงสนิทสนมกันดีกับพระราชวงศ์ภูฎาน จากนั้นพระมหากษัตริย์จิกมีซึ่งมีพระชนมายุมายุ 17 ชันษา ได้พบกับเจตซุน เพมา ที่มีอายุเพียง 7 ขวบ จากกิจกรรมนั้น และจากครั้งนั้นเองกษัตริย์จิกมี ได้คุกเข่าเพื่อขอ เจตซุน เพมา แต่งงาน
ก่อนจะให้คำมั่นว่า ถ้าเธอโตขึ้นเมื่อไหร่ และเรายังเป็นโสดไม่มีใคร เราจะกลับมาขอเธอแต่งงาน

 


พระมหากษัตริย์จิกมี ผู้สูงศักดิ์จึงทรงตัดสินพระทัยสละโสด เมื่อปี 2554 โดยพระราชพิธีอภิเษกสมรสจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางความปลาบปลื้มยินดีของพสกนิกรชาวภูฎานทั้งประเทศ


พิธีซึ่งจัดขึ้นตามโบราณราชประเพณี พระมหากษัตริย์จิกมี ทรงรอรับเจ้าสาวที่สะพานไม้ เพื่อพระราชดำเนินข้ามไปประกอบพิธีทางศาสนาที่พูนาคา ก่อนจะเสด็จออกมาทรงพบปะกับประชาชนชาวภูฎาน ที่มาเฝ้ารอรับเสด็จอยู่ด้านนอก


โดยฉากหนึ่งในพระราชพิธีอภิเษกสมรสครั้งนั้น มีภาพสุดประทับใจหาที่สุดไม่ได้คือ ช่วงที่ พระมหากษัตริย์จิกมี ทรงสวมมงกุฎโบราณตัดเย็บจากผ้าไหมปักดิ้นทองแก่พระคู่หมั้น เพื่อแต่งตั้งเป็นพระราชินีองค์ใหม่ของภูฎานอย่างเป็นทางการ

คู่อภิเษกสมรสคู่ใหม่แห่งเทือกเขาหิมาลัย สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระมหากษัตริย์หนุ่มผู้ทรงอ่อนเยาว์ที่สุดในโลก พระชนมพรรษา 31 พรรษาในขณะนั้น กับ ควีนเจตซุน เพมา ซึ่งอายุน้อยกว่า 10 ปี ไม่เพียงแต่จะเป็นตำนานรักบทใหม่ระหว่างพระมหากษัตริย์ ผู้สูงศักดิ์กับหญิงสามัญชน ที่ถูกกล่าวขวัญถึงไปทั่วโลก แต่ยังปลุกกระแสให้เกิด เทรนด์ฮิตคนภูฎานรุ่นใหม่ต้องรักเดียวใจเดียว ระบาดไปทั่วประเทศอย่าง ไม่เคยเป็นมาก่อน ปกติแล้วสังคมของภูฎาน ผู้ชายสามารถมีภรรยาพร้อมกันทีเดียวหลายคน เช่นเดียวกับผู้หญิงก็มีสามีได้มากกว่า 1 คนในคราวเดียวกัน โดยไม่ถือว่าผิดศีลธรรม เพียงแต่มีเงื่อนไขเล็กน้อยว่าจะไม่มีการแบ่งแยกว่าใครเป็นหลวงเป็นน้อย ทุกคนต้องมีฐานะเท่าเทียมกันหมด และที่สำคัญคือ สามีหรือภรรยาที่มาทีหลังจะต้องมาจากครอบครัวเดียวกันเท่านั้น ถือเป็นกุศโลบายของคนโบราณที่ต้องการสืบเชื้อสายวงศ์ตระกูลไว้ในหมู่เครือญาติเดียวกัน



ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
สถาพร เกื้อสกุล


HASTAG : เจตซุน เพมา  ภูฎาน 

ติดตามข่าวอื่นๆ