ใต้ร่มพระบารมี!! ในหลวง ร.๙ เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบท "นาคหลวง" เล่าตำนาน...นาคหลวง องค์แรกของสยาม #วันนี้ในอดีต (คลิป) !!

             เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๑๗ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

 

            นาคหลวง หมายถึง ผู้ที่ได้รับบรรพชาอุปสมบทภายในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยพระมหากษัตริย์ทรงเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบท นาคหลวง มี ๒ ประเภท คือ

๑. พระบรมวงศานุวงศ์หรือข้าราชการที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและได้ทำเรื่องกราบบังคมทูลขอเป็นนาคหลวง
     - พระราชวงศ์ ราชสกุล ราชนิกุล นาคหลวงประเภทนี้ จะมีพิธีสมโภชในพระที่นั่งแล้วแห่ไปอุปสมบทในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
     - ข้าราชการชั้นสัญญาบัตร นาคหลวงประเภทนี้ จะไม่มีพิธีสมโภช เว้นแต่จะโปรดเกล้าฯ เป็นพิเศษ
     - ข้าราชการต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร พระราชทานเครื่องบริขารไปอุปสมบท ตามวัดที่ติดต่อไว้เอง (เรียกนาคหลวงประเภทนี้ว่า "นาคในพระบรมราชานุเคราะห์")

๒. ผู้สอบภาษาบาลี ได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค ขณะยังเป็นสามเณร อายุไม่เกิน ๒๑ ปี (เรียกนาคหลวงประเภทนี้ว่า "นาคหลวงสายเปรียญธรรม")

              ตั้งแต่นั้นมา จึงเป็นราชประเพณีที่พระบรมราชวงศ์หากจะผนวชจะต้องผนวชในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยโปรดเกล้าฯ ให้เป็น "นาคหลวง"

              การอุปสมบทในพระพุทธศาสนาเพื่อศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เป็นประเพณีของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย สมัยกรุงศรีอยุธยา มาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อภาวะบ้านเมืองสงบเรียบร้อยขึ้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) ผนวช ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อปี พ.ศ. 2331 นับว่าเป็น "นาคหลวงองค์แรก" ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในพระราชพิธี 12 เดือน ว่า

    ...การผนวชเจ้านายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็นพระองค์แรกทีเดียวนั้น คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพราะฉะนั้น บรรดาเจ้านายภายหลังที่เป็นเจ้าฟ้า พระองค์เจ้า หม่อมเจ้า ทั้งในวังหลวงวังหน้า ไม่มีพระองค์ใดที่ได้ผนวชอื่นนอกจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามเลย เว้นแต่พิการเป็นที่รังเกียจอย่างหนึ่งอย่างใด เพราะฉะนั้น จึงได้ถือกันว่า ถ้าเจ้านายองค์ใดไม่ได้ผนวชในวัดพระศรีรัตนศาสดารามแล้ว ย่อมเป็นคนที่เสียแล้ว หรือจะเสียคนต่อไปเป็นแน่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงถือจนชั้นบวชเณร…

 

            การทีพระราชวงศ์จะทรงผนวชในรัชกาลก่อนๆ นั้น พระราชวงศ์ผู้มีศรัทธาจะทรงผนวช ต้องกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาต หรือกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตให้พระโอรสนัดดาทรงผนวชอุปสมบทเป็นนาคหลวง ต่อมาในรัชกาลที่ ๖ รัชกาลที่ ๗ กระทรวงวังได้ออกหมายหรือทำเป็นแบบกราบบังคมทูลถามพระบรมราชวงศ์ แล้วกระทรวงวังจึงรวบรวมจำนวนนาคหลวงขึ้นกราบบังคมทูลกำหนดการทรงผนวช ส่วนราชสกุล ข้าราชบริพาร หรือบุตรข้าราชการชั้นผู้ใหญ่นั้นย่อมแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนาคหลวง

การทรงผนวชและอุปสมบทนาคหลวงซึ่งเป็นงานพระราชพิธีในรัชกาลก่อนๆ นั้น กำหนด ๓ วัน คือ วันเฝ้าฯ กราบถวายบังคมลา วันสมโภช และวันทรงผนวชอุปสมบท

วันกราบถวายบังคมลา
         กระทรวงวังจะแจ้งกำหนดเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบถวายบังคมลาให้พระราชวงศ์และข้าราชการที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนาคหลวงทราบ เพื่อเข้าเฝ้าฯ พร้อมกันในวันที่เสด็จออก ขุนนางซึ่งสมัยก่อนเสด็จออกสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท หรือพระที่นั่งอนันตสมาคม การเฝ้าฯ ถ้าที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ พระราชอาสน์หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ผู้เป็นนาคหลวงนำพานดอกไม้ ธูป เทียนแพ เข้าไปกราบถวายบังคม ณ ที่ประทับเป็นรายบุคคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราโชวาท จบแล้วเสด็จขึ้น นาคหลวงกลับ

วันสมโภช
กำหนดก่อนวันทรงผนวชอุปสมบท ๑ วัน ส่วนมากสมโภชในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เจ้าพนักงานจัดโต๊ะลายทองตั้งบายศรีแก้ว บายศรีทอง บายศรีเงิน คลุมด้วยเยียรบับ และตั้งโต๊ะเงินบรรจุเครื่องคาว โต๊ะเงินบรรจุเครื่องหวาน โต๊ะเงินบรรจุเครื่องเคียง พร้อมด้วยแว่นแก้ว ทอง เงิน ขันเหมแป้งหอม น้ำวัก พลูคะแนน สำหรับเวียนเทียนสมโภชนาคหลวงพระราชวงศ์ ส่วนนาคหลวงที่มิใช่พระราชวงศ์ตั้งโต๊ะบายศรีตอง ๕ ชั้น ๑ คู่ คลุมด้วยผ้าขาว พร้อมด้วยแว่นโลหะ แป้งหอม น้ำมันหอม น้ำวัก พลูคะแนน และจัดโต๊ะวางเครื่องอัฐบริขารสำหรับนาคหลวง คือผ้าไตร บาตร ย่าม กรวยอุปัชฌาย์

วันทรงผนวชอุปสมบท
ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หน้าธรรมาสน์ศิลาทอดเครื่องนมัสการทองใหญ่ ชิดผนังด้านเหนือตั้งอาสนสงฆ์ยกพื้นโดยเว้นช่องกลางและทำสะพานลด ชิดผนังด้านใต้ทอดพระราชอาสน์ ตั้งเก้าอี้สำหรับพระราชวงศ์และข้าราชการ ชิดผนังหุ้มกลองด้านพระทวารหน้าพระอุโบสถตั้งโต๊ะสำหรับวางพานผ้าไตร และตั้งเก้าอี้สำหรับนาคหลวง กลางพระอุโบสถตั้งโต๊ะวางเครื่องบริขาร


พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวงในปัจจุบัน
            ผู้ที่เป็นข้าราชการทั่วไปเมื่อมีจิตศรัทธาจะอุปสมบทในพระบวรพุทธศาสนา ทางราชการมีระเบียบกำหนดไว้ให้มีสิทธิ์ลาอุปสมบทได้ไม่เกิน ๑๒๐ วัน โดยเสนอใบลาอุปสมบทต่อผู้บังคับบัญชาในสังกัดตามลำดับ เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาแล้วนำใบอนุญาตไปแสดงต่อพระอุปัชฌาย์เป็นหลักฐานและเมื่อลาสิกขาบทเป็นฆราวาสกลับเข้ารับราชการจะต้องทำหนังสือเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อขอถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับข้าราชการที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนาคหลวงเมื่อลาสิกขาบทแล้วต้องทำหนังสือเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อทำหนังสือกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการที่ผู้อุปสมบทขอถวายพระราชกุศล

 

ที่มาจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/นาคหลวง

              http://www.silpathai.net/อุปสมบทนาคหลวง

ขอบคุณภาพจาก : สำนักราชเลขาธิการ

ขอบคุณคลิปจาก : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา / ช่อง ๗ / กรมศิลปากร / จดหมายเหตุกรุงศรี


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ


HASTAG : นาคหลวง  ร.9  อุปสมบท  ในหลวง 

ติดตามข่าวอื่นๆ