มีเงื่อนงำหรือเปล่า!!เร่งหาความจริงโจรสลัดปล้นน้ำมัน กลางทะเล ขณะที่กองทัพเรือ ประสานมาเลเซีย ค้นหาความจริง

ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จัดเรือหลวงตากใบพร้อมด้วยชุดสหวิชาชีพเข้าดำเนินการตรวจสอบและให้คำแนะนำช่วยเหลือเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทยชื่อ CP 41 ภายหลังถูกโจรสลัดปล้นในทะเลห่างจากฝั่งรัฐกวนตัน ประเทศมาเลเซีย ประมาณ 60 กิโลเมตร

 

วันที่ 25 มิถุนายน 2560 พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และเสนาธิการทหารเรือ สั่งการให้ ศรชล.เขต 2 จัดเรือหลวงตากใบ และเรือ ต.97 พร้อมด้วยชุดสหวิชาชีพเข้าดำเนินการเข้าช่วยเหลือและให้คำแนะนำเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทยชื่อ CP 41 ภายหลังถูกโจรสลัดจำนวนประมาณ 6 - 7 คน พร้อมอาวุธครบมือทั้งมีด และปืนพกนำเรือเข้าปล้นน้ำมันดีเซลไปได้ประมาณ 1.5 ล้านลิตร พร้อมกับทำลายอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมด แล้วปล่อยเรือให้ลอยลำ
โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.60 เวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตำบลที่ห่างจากฝั่งรัฐกวนตัน ประเทศมาเลเซีย ไปทางตะวันออกประมาณ 60 กิโลเมตร ขณะที่เรือกำลังเดินทางจากประเทศสิงคโปร์ มายังประเทศไทย ภายหลังจากโจรสลัดนำเรือเข้าเทียบข้างเรือ CP 41 และควบคุมตัวลูกเรือทั้งหมด 17 คน (โดยใช้ภาษา Bahasa) แล้วได้ทำการสูบน้ำมันดีเซล พร้อมกับทำลายอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมด หลังจากนั้นจึงได้ปล่อยเรือลอยลำ ภายหลังจากลูกเรือทราบว่ากลุ่มโจรสลัดเดินทางไปจากเรือแล้ว จึงได้รีบกดปุ่มอุปกรณ์ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ (SSAS:Ship Security Alert System) เมื่อศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศปก.ศรชล.) ทราบการขอความช่วยเหลือ จึงได้สั่งการให้ ศรชล.เขต 2 จัดชุดสหวิชาชีพจากหน่วยงาน กองทัพเรือ กองบังคับการตำรวจน้ำ กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า และ กระทรวงแรงงาน เดินทางไปพร้อมกับเรือหลวงตากใบ และเรือ ต.97 เข้าตรวจสอบและให้คำแนะนำช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมกับประสานหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลในต่างประเทศ ได้แก่ หน่วยงาน MMEA (Malaysian Maritime Enforcement Agency) ประเทศมาเลเซีย ศูนย์บูรณาการข้อมูลข่าวสารทางทะเล (The Information Fusion Centre:IFC) และ ReCAAP (The Regional Cooperation Agreement On Combating Piracy and Armed Robbery against Ships in Asia:ReCAAP) ณ ประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ ศรชล. ได้แจ้งให้เรือต่างๆ ระมัดระวังการเดินเรือผ่านในพื้นที่เฝ้าระวัง (Area of Concern) นอกชายฝั่งตะวันออกของประเทศมาเลเซียด้วย
ทั้งนี้ในปี 2557 เรือน้ำมันไทยโดนโจรสลัดปล้นสูบถ่ายน้ำมัน (Siphoning) ในบริเวณดังกล่าวรวมจำนวน 5 ลำ และในปี 2558 จำนวน 1 ลำ กับอีก 1 ลำ ทางด้านฝั่งตะวันตกของช่องแคบมะละกา โดยที่ผ่านมาการกระทำอันเป็นโจรสลัดในพื้นที่นี้มีเหตุการณ์ที่ลดลงเป็นอย่างมาก จนกระทั่งได้มาเกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้

 



 


วันนี้ เรือบรรทุกน้ำมันได้เข้าจอดทอดสมอบริเวณเกาะหนู แหลมสมิหลา จ.สงขลา พร้อมลูกเรือทั้ง 17 คน ซึ่งทั้งหมดปลอดภัย ขณะนี้บริษัทเจ้าของเรือกำลังอยู่ ระหว่างดำเนินการทางคดีและประกันภัย เพื่อประเมินมูลค่าความเสียหาย ทางด้านเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน สภ.เมือง จ.สงขลา พร้อมด้วยทหารเรือจากทัพเรือภาคที่ 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำสงขลา จะเข้าตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันที่ลอยลำอยู่บริเวณเกาะหนู เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ในการติดตามไล่ล่ากลุ่มโจรสลัด กลุ่มนี้ พร้อมกันนี้ทัพเรือภาคที่ 2 ยังได้ประสานหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลมาเลเซีย เพื่อติดตามจับกุมเรือโจรสลัดดังกล่าวรวมทั้งได้แจ้งเตือนให้เรือบรรทุกน้ำมัน และเรือสินค้าที่เดินเรือเข้าพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้เฝ้าระวังและแจ้งพิกัดเรือให้หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลทั้งสองประเทศทราบเป็นระยะเพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันหากถูกโจรสลัดปล้นเรือ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้า เหตุเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทย ที่ถูกกลุ่มโจรสลัดปล้นชิงน้ำมันไปในน่านน้ำมาเลเซียว่า แม้จะเกิดเหตุนอกราชอาณาจักร แต่ขณะนี้ ทั้งตำรวจน้ำและกองทัพไทย อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล เบื้องต้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่า โจรสลัดเป็นกลุ่มสัญชาติใด แต่ทราบว่าไม่ได้ใช้ภาษาไทย ในการสื่อสาร ส่วนจะมีคนไทยเข้าไปมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ ยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ พร้อมกันนี้ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างทำรายงานเสนอไปยังพนักงานอัยการ เพื่อให้ตั้งคณะพนักงานสอบสวน ขึ้นมาดำเนินการตามกฎหมายไทย เพราะเข้าข่ายในฐานความผิด ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปราม การกระทำอันเป็นโจรสลัด พ.ศ.2534

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
สถาพร เกื้อสกุล


HASTAG : ปล้นน้ำมัน  โจรสลัด  กองทัพเรือ 

ติดตามข่าวอื่นๆ