เมื่อมั่งมี มากมาย มิตรหมายมอง!!ชีวิตไม่แน่นอนหนุ่มใหญ่อนาคตไกลพลิกผัน หลายโรครุมเร้าตาบอดสนิท 2 ข้าง อาศัยคนสงสารให้ข้าวกิน อุทาหรณ์ชีวิต!!

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ เมศ เมศ เจ้าชายน้อย ได้โพสต์เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ก่อนหน้านี้มีชีวิตปกติทำงาน เก็บเงินก้อน อยู่กับแฟนสาว แต่เมื่อตนเองป่วยหลายโรคในช่วงหลังทำให้เงินที่เคยเก็บไว้ต้องหมดไปกับการรักษาตัว แฟนสาวที่เคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขก็ตีจาก จนตอนนี้ตนเองต้องอาศัยห้องเช่าอยู่เพียงลำพังซ้ำผลกระทบจากโรคภัยทำให้ตาบอดสนิททั้ง 2 ข้างอีกด้วย ต้องอาศัยข้าวร้านแถวห้องพักให้กินฟรีบ้าง โดยต้องใช้ชีวิตอยู่ในความมืดเพียงลำพังอย่างเวทนา ผู้โพสต์ได้ระบุข้อมูลว่า...

" โลกแห่งความมืด " ความมีอิสระก็น่าจะเหมือนแสงสว่าง ที่ทำให้เรามองเห็นอะไรได้ตามใจ คุณลองแกล้งหลับตาเล่นๆ ซักวันหนึ่งสิ แล้วคุณจะรู้ว่า.. การไม่มีอิสระในการรับรู้นั้นมันเป็นยังไง หลังจากที่กลางดึกเมศได้รับโทรศัพท์จากผู้ชายคนหนึ่งว่า... พี่เมศหรือเปล่าครับ พี่ช่วยผมด้วย ตอนนี้ผมตาบอดมองไม่เห็น ผมไม่เหลือใครแล้ว พี่ช่วยผมด้วยนะ เมศจึงสอบถามรายละเอียดและรับปากจะรีบเดินทางไปหาทันที สวัสดีครับเมศเดินทางมาที่คลอง 1 รังสิต (สะพานแดง ) หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนนาย วิเชียร ตุ้มนิลกาล (พี่ตุ้ม ) อายุ 48 ปี ซึ่งเคยประกอบอาชีพ พนักงานขายรถอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง ด้วยความที่ขยันทำงาน ไม่เกเร ทำงานเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง จนเวลาผ่านไป พี่ตุ้มมีอาการเจ็บป่วย และ ได้รับทราบว่าตัวเองเป็น โรค เบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นเลือด เส้นเลือดหัวใจตีบ ไตวายเรื้อรัง เงินที่เก็บเอาไว้ก็หมดไปกับค่ารักษาตัวทั้งหมด พอเงินหมดแฟนที่อยู่กินกันมาร่วมทุกข์ร่วมสุข ก็ตีจากหายไปปล่อยให้พี่ตุ้มใช้ชีวิตตามลำพัง

ทุกวันนี้พี่ตุ้มจะพักอาศัยอยู่ภายในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง  พี่ตุ้มได้เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่เจ็บป่วยลง เบาหวานได้ขึ้นตา จนทำให้ตาทั้ง 2 ข้างมองไม่เห็น เงินที่เคยมีก็หายไปกับค่ารักษาพยาบาลจนหมด ทุกวันนี้ไม่เคยออกไปไหนนอกจากไปหาหมอเพื่อรักษาตัวอย่างเดียว ทุกวันนี้ต้องออกอาศัยข้าวหน้าห้องเช่ากิน ร้านค้าก็สงสารให้ข้าวกินโดยไม่คิดเงินบ้าง ห้องที่เช่าอยู่ก็มีหน่วยงานแห่งหนึ่งออกค่าเช่าให้แต่ ตั้งแต่เดือนหน้าเค้าคงไม่ช่วยแล้ว 


 


พอเมศถามถึงแฟนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขว่าตอนนี้เค้าไปไหน กลับได้รับคำตอบว่า... อย่าไปพูดถึงเค้าเลยครับ ตอนที่ผมมีเงิน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่พอผมเงินหมด ตาบอด เค้าก็ตีจากหายไป ใครจะมาสนใจคนตาบอดอย่างผม ทุกวันนี้ผมมีเพียงกีต้าร์ที่เวลาผมเหงาผมก็นั่งดีดมัน คิดถึงอดีตเรื่องราวต่างๆที่ผมผ่านมา ตอนนี้ผมไม่รู้ ไม่เห็นว่า ดอกไม้ดอกไหนมันสวย ผมก็ได้แต่ดมกลิ่น และคิดว่า ดอกไม้อันไหนหอม ดอกไม้อันนั้นมันคงสวยงามพี่ตุ้มพูดข้อความหนึ่งให้ผมได้คิด หากพี่อยากรู้ว่าคนที่มองไม่เห็น ตาบอดเค้ารู้สึกยังไง ความมีอิสระก็น่าจะเหมือนแสงสว่างที่ทำให้เรามองเห็นอะไรได้ตามใจ คุณลองแกล้งหลับตาเล่นๆซักวันหนึ่งสิ แล้วคุณจะรู้ว่า ไม่มีอิสระในการรับรู้นั้นมันเป็นยังไง เบื้องต้นเมศได้มอบเงินให้กับทางพี่ตุ้มไว้ใช้จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้ชีวิตประจำวันจำนวนหนึ่ง

หากเพื่อนๆพี่ๆต้องการช่วยเหลือให้กำลังใจพี่ตุ้ม สามารถโอนเงินเข้าบัญชีพี่ตุ้มโดยตรงที่บัญชี ธนาคาร ออมสิน (สาขา รังสิต) ชื่อบัญชี นาย วิชาญ ตุ้มนิลกาล เลขที่บัญชี 020 - 154 - 192 - 585 (ข้อมุลทั้งหมดพี่ตุ้มเป็นเป็นคนถ่ายทอดเรื่องราวให้ผมได้รับฟัง เมศได้รับอนุญาตจากนาย วิชาญ ตุ้มนิลกาล
ให้ถ่ายรูป และนำรายละเอียดทั้งหมดลงสื่อออนไลน์เรียบร้อยแล้วครับ)


ขอบคุณ : เมศ เมศ เจ้าชายน้อย


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สุกันยา บุญซ้วน


HASTAG : โรครุมเร้า  อุทาหรณ์  หนุ่มใหญ่  ตาบอด  พิการ 

ติดตามข่าวอื่นๆ