ไม่ขอประณาม"จตุพร" ไม่ต้องเอา"สนธิญาณ"มาดีเบต "คำพิพากษา"ศาลฎีกาชัดเจน ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-นปช.-ชายชุดดำ เป็นพวกเดียวกัน!!

เรียนคุณจตุพร พรหมพันธ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อทราบ
จากการที่สำนักข่าวทีนิวส์ได้นำเสนอข่าวเรื่อง “ตอกย้ำ!!พลิกคำพิพากษาศาลฏีกา.."ทักษิณ-ชุดดำ-ยิ่งลักษณ์-เสื้อแดง" คือหนึ่งเดียวกัน??” และ “แกนนำเสื้อแดงว่าไง!!?? ตอกฝาโลง!! เมื่อศาลชี้ว่ามี"กองกำลังติดอาวุธ"อยู่จริง!!??”

จากนั้นคุณจตุพร พรหมพันธ์ ได้ออมาประณามสำนักข่าวทีนิวส์ ว่าได้เสนอข่าวบิดเบือน และได้ท้าคุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรมออกมาดีเบตในข้อเท็จจริงดังกล่าว ระบุว่า ..”ในฐานะที่เป็นประธานนปช.และในฐานะคนที่ถูกดำเนินคดี ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในปี 2553 จะต้องใช้สิทธิ์ในการปกป้อง ตนเองและองธาพยม คือกรณีที่ศาลฏีกา มีคำสั่งให้ศาลขั้นตั้นประทับรับฟ้อง คดีที่อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตรองนายก ในการศอฉ. ได้ฟ้องนายธาริตเพ็งดิษฐ์ พร้อมพวกในฐานการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งศาลชั้นต้น และศาลอุทรณ์ได้ ยกคำร้อง ไม่ประทับรับฟ้อง เมื่อศาลฏีกาให้มีการประทับรับฟ้อง แปลความกันว่า คดีก็จะเริ่มต้นสู่การพิจารณา ของศาลชั้นต้น ไม่ใช่เป็นคำพิพากษา ว่าใครกระทำความผิด หรือได้กระทำความผิด คำวินิจฉันศาลฏีกาคือการให้รับเรื่องมาพิจารณา คือรับคำฟ้องนั่นเอง “

“แต่สำนักข่าวทีนิวส์นั่นเนี่ย ได้เอาเรื่องนี้ไปกลายเป็นเหตุ คำพิพากษา ว่า ทักษิณชุดดำยิ่งลักษณ์เสื้อแดงคือหนึ่งเดียวกัน “

และในบางช่วงได้ระบุอีกว่า..”คดีก็อยู่ในชั้นศาลอยู่แล้วแต่ว่า ในสำคัญที่สุดเนี่ยนะครับ การที่จะปล่อยให้บุคคลมาเขียนโดยไม่รู้ ด้วยความไม่เข้าใจ หรือว่าจงใจจะใส่ความกัน กรณีการฟ้องนายธาฤทธิ์ เพ็งดิษฐ์ นั้นฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ศาลฏีกาให้ประทับรับฟ้องให้เป็นคำวินิจฉยไม่ใช่คำพิพากษาว่าใครกระทำความผิด ไม่เข้าใจกระบวนการพิจารณา ตามกระบวนอาญา และไอ้คนสำนักนี้ก็ไม่ได้มีการอบรมสั่งสอน ไอ้คนที่เขียนกันมาลักษณะอย่างงี้ก็เขียนกันมาหลายรอบละ ผมเองก็พยามยามที่จะหลีกเลี่ยงที่จะตอแยอะไรกัน มากมาย “

“เพราะไม่ต้องการที่จะเป็นปัญหา แต่ว่าบรรยาการของบ้านเมืองที่ พร้อมที่จะเชื่อและก็พร้อมที่จะนำไปสู่ปัญหากันนั้น มันเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ถ้าไม่มีการชี้แจง เอาอย่างนี้สิ ผู้เขียนเนี่ย ชื่อวิลาสินี แววคุ้ม คุณไปบอกคุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม พวกคุณอะ ความจริงเขาเป็นรุ่นพี่ผมที่รามอะ เก่งนักเก่งหนาเนี่ยมาวิวาทะกันสักรอบไหม หรือว่าจะเรียกดีเบตพูดเรื่องคดีกันเนี่ย ระหว่างคดีของพวกคุณกับคดีของพวกผมเอาเรื่องอะไรก็ได้ ที่อยากจะพูดอะ แล้วก็facebook live ให้คนเขาได้ยินกันทั้งบ้านเมือง ได้ยินกันทั้งสองสำนักข่าวเนี่ย จะได้รู้เช่นเห็นชาติกันเนี่ย นี่ตัวเองก็ต้องคดีก่อการร้ายไม่ได้ดีอะไรเลย และก็ต้องคดีข้อหากบฏด้วย ไอ้ที่ไปยึดศูนย์ราชการนะครับ ไปแถลงการนั้นแหละ นำไปสู้ในการฟ้องฐานในการร่วมกันก่อการกบฏในราชอาณาจักร และร่วมในการก่อการร้าย 7ข้อหาเนี่ย”

 

ดิฉันวิลาสินี แววคุ้ม ในฐานะผู้เขียนข่าวดังกล่าวไม่ขอประณามคุณจตุพรหรอกคะ และไม่มีความจำเป็นใดๆที่คุณสนธิญาณจะต้องไปดีเบต เพราะข้อเท็จจริงตาม “คำพิพากษาของศาลฎีกา” นั่นชัดเจนในตัวเองอยู่แล้วดังนี้คะ.. “คดีหมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ,  พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ในฐานะอดีตหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553 ,  พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200...” ได้พิพากษาเอาไว้ชัดเจน

ในหน้าที่6 ของคำพิพากษานี้ ได้เริ่มต้นว่า..

“ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ตามทางไต่สวนข้อเท็จจริงได้ความว่า...” 

 

คุณจตุพร ชัดเจนนะคะว่าศาลฎีกาท่านได้ไต่สวนข้อเท้จจริงแล้ว ตามเอกสารคำพิพากษาในหน้าที่6

ที่นี่มาดูข้อเท็จจริงเรื่องชายชุดดำและการกองกำลังติดอาวุธ ในหน้าที่ 8ต่อเนื่องหน้าที่9 ของคำพิพากษาได้ระบุเอาไว้ชัดเจน “...เจ้าหน้าที่ทหารเคลื่อนกำลังเพื่อขอคืนพื้นที่ เกิดปะทะกับกลุ่มนปช. ที่บริเวณสะพานมัฆวาฬรังสรรค์และสะพานชมัยมรุเชษฐต่อมามีการปะทะกันอีก หลายจุดโดยรอบบริเวณสะพานวันชาติ บริเวณสี่แยกคอกวัว ในตอนค่ำมีชายชุดดำใช้อาวุธปะปนอยู่ในกลุ่ม นปช. และซุ่มอยู่บนอาคารในบริเวณดังกล่าวด้วย มีการยิงกันด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 จากกองกำลังไม่ทราบฝ่าย มีเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก..”

ดังนั้นคุณจตุพรจะเห็นได้ว่าในคำพิพากษาได้ระบุเอาไว้ว่า ”...มีชายชุดดำใช้อาวุธปะปนอยู่ในกลุ่ม นปช. และซุ่มอยู่บนอาคารในบริเวณดังกล่าวด้วย มีการยิงกันด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 จากกองกำลังไม่ทราบฝ่าย..” แม้คำพิพากษาของศาลในช่วงนี้จะบอกว่า “ไม่ทราบฝ่าย” แต่ก็ได้ระบุเอาไว้ชัดเจนว่าปะปนอยู่ในผู้ชุมนุม ด้วยสามัญสำนึกปกติธรรมดา หากไม่ใช่พวกเดียวกันจะไปปะปนอยู่ได้อย่างไร และแกนนำนปช.ซึ่งเป็นผู้จัดชุมนุมจะต้องออกมาแจกแจงว่ากลุ่มคนดังกล่าวเป็นใคร เขามาได้อย่างไรถ้าไม่ใช่พวกเดียวกัน เพื่อจะได้เปิดโปงข้อเท็จจริง 

 

 

 

แต่ไม่เพียงเท่านั้นมาดูต่อคำพิพากษาในหน้าที่14 “...ขณะเกิดเหตุโจทก์ที่ 1(นายอภิสิทธิ์) ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โจทก์ที่ 2(นายสุเทพ) ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี มีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เพื่อต่อต้านรัฐบาล บีบบังคบให้โจทก์ที่ 1 ยุบสภาหรือลาออก การชุมนุมทำการปิดกั้นกีดขวางการจราจรบนถนน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน มีการใช้อาวุธ และมีกองกำลังติดอาวุธเพื่อต่อสู้เจ้าหน้าที่ทหารที่จะเข้ามาใช้กำลังกระชับหรือขอคืนพื้นที่ชุมนุม...”

ยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นในคำพิพากษาของศาลที่ได้ระบุว่า มีการใช้อาวุธ และมีกองกำลังติดอาวุธเพื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ทหารที่จะเข้ามาใช้กำลังกระชับหรือขอคืนพื้นที่ชุมนุม มาดูคำพิพากษาชัดๆเลยคะ

 


ต่อมาในคำพิพากษาศาล หน้าที่15 ยังได้ระบุต่อไปว่า “...การกระทำของโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง อันเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของโจทก์ทั้งสอง เมื่อมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่ทหารและกองกำลังติดอาวุธของผู้ร่วมชุมนม” ตอนนี้ยิ่งคำพิพากษาในหน้าที่ 15 ศาลฎีกาท่านได้ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า”กองกำลังติดอาวุธของผู้ร่วมชุมนม” เอาแหล่ะ ดูหลักฐานกันให้ชัดๆเลยดีกว่า

 

 

ส่วนกรณีของ”ทักษิณ ชินวัตร - รัฐบาลยิ่งลักษณ์ -แกนนำนปช.-ชายชุดดำ เป็นพวกเดียวกันนั้นขอได้พิจารณาคำพิพากษาให้หน้าที่ 16 ได้ระบุเอาไว้ อย่างนี้ค่ะ

"...มีการเปลี่ยนรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตี มีร้อยตำรวจเอกเฉลิม เป็นรองนายกมนตรี และมีการแต่งตั้งแกนนำกลุ่ม นปช. ที่เข้าร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของโจทกที่1 และถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีร่วมกันก่อการร้ายเป็นรัฐมนตรีและตำแหน่งทางการเมืองหลายคน อันแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษ์มีปลุ่ม นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นแนวร่วม..."

นี่คือคำพิพากษาที่ระบุเอาไว้ในหน้า16 โดยชัดเจนว่า“รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์มีกลุ่มนปช.หรือคนเสื้อแดงเป็นแนวรวม” ขอเรียนคุณจตุพรว่า ก่อนหน้านี้คำพิพากษาของศาลได้ชัดเจนว่ามีกองกำลังติดอาวุธเป็นของผู้ร่วมชุมนุม และคนจัดการชุมนุมคือ นปช. ดังนั้นเมื่อศาลชี้ว่ารัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีกลุ่มนปช.หรือคนเสื้อแดงเป็นแนวร่วมอย่างนี้ หมายถึงพวกเดียวกันหรือไม่ค่ะ ดูหลักฐานกันอย่างชัดๆเลยนะคะ

 

และสุดท้ายนี้นะค่ะ ที่คุณจตุพรบอกว่าคำพิพากษาของศาลไม่ได้เป็นคำพิพากษา คุณจตุพรควรดูถ้อยคำต่อเนื่องในคำพิพากษาต่อเนื่อง
หน้าที่21-22 ที่ระบุเอาไว้ว่า “...ศาลอุธรณ์สั่งว่าคดีของโจทก์ทั้ง2ไม่มีมูลและพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา...” แค่นี้ก็คงชัดเจนว่าสิ่งที่สำนักข่าวทีนิวส์นำเสนอนั่นเป็นข้อเท็จจริง ที่มาจากคำพิพากษาของศาลไม่ได้ตั้งใจไปหาเรื่องคุณจตุพรหรือนปช.แต่อย่างใด จึงเลยมาเพื่อทราบนะคะเผื่อข้อมูลนี้จะได้เป็นประโยชน์กับคุณจตุพรต่อไป

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
วิลาสินี แววคุ้ม


HASTAG : ชายชุดำ  จตุพร พรหมพันธุ์  สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม  นปช. 

ติดตามข่าวอื่นๆ