สถานการณ์ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด!! "ตุรกี" ผ่านกฎหมายส่งทหารเข้าประจำการใน "กาตาร์" ขณะที่ "กาตาร์" กร้าวไม่ยอมก้มหัวให้ใครเด็ดขาด

กรณี ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล-ทานี รัฐมนตรีต่างประเทศกาตาร์ แถลงต่อหน้าผู้สื่อข่าวว่า ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์แทรกแซงนโยบายต่างประเทศของกาตาร์ได้ และจะไม่แก้ปัญหาโดยใช้วิธีการทางทหาร

ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อียิปต์และบาห์เรน รวมถึงเยเมน ได้ ตัดความสัมพันธ์กับ กาตาร์ โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้ที่สนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรง กลุ่มภราดรภาพมุสลิม, กลุ่มก่อการร้ายไอเอส, อัลกออิดะห์ ตลอดจนกลุ่มอื่นๆ ที่อิหร่าน ซึ่งเป็นคู่อริกับ ซาอุดีอาระเบีย สนับสนุนอยู่ด้วย กาตาร์ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับพวกหัวรุนแรง ขณะที่ทางด้าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยืนยันว่ามาตรการคว่ำบาตรต่างๆที่กำหนดกับกาตาร์ มีเป้าหมายกดดันให้ทางด้านกาตาร์เปลี่ยนแปลงทางนโยบายอย่างฉับพลัน

อันวาร์ การ์กาช รัฐมนตรีต่างประเทศยูเออีกล่าวว่า มาตรการต่อกาตาร์ยังจำกัดแค่ความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจ แต่เตือนว่าไม่มีใครที่สามารถคาดเดาความผันผวนของวิกฤตครั้งนี้ได้ โดยชาติอาหรับ อย่าง ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อียิปต์และบาห์เรน ได้ระงับเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากกาตาร์ และปิดการเชื่อมโยงทางทะเลและทางอากาศกับกาตาร์

 

 

ในขณะที่ ซาอุดีอาระเบีย ยังปิดการเชื่อมโยงกับกาตาร์เพิ่มอีกทาง นั่นคือตามแนวชายแดนภาคพื้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจส่งออกอาหารของกาตาร์ แต่ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล-ทานี รัฐมนตรีต่างประเทศกาตาร์ ก็ยังบอกว่าจะอยู่รอดจากวิกฤตนี้ พร้อมระบุพวกเขาเคารพข้อตกลงต่างๆระหว่างประเทศและจะยังส่งมอบก๊าซธรรมชาติเหลวแก่ยูเออี เช่นเดิม ทั้งนี้ กาตาร์ เป็นชาติผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่ที่สุดของโลก

ขณะที่ทางด้านเจ้าผู้ครองนครของกาตาร์ไม่ตอบรับคำเชิญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในการเดินทางไปกรุงวอชิงตันเพื่อเข้าร่วมการเจรจาไกล่เกลี่ยวิกฤตความขัดแย้งระหว่างกาตาร์กับประเทศในกลุ่มอาหรับ โดยเจ้าหน้าที่กาตาร์เปิดเผยว่า เจ้าของผู้ครองนครของกาตาร์ไม่มีแผนที่จะเดินทางออกนอกประเทศขณะที่กาตาร์กำลังถูกปิดล้อมอยู่ในขณะนี้

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอัล-จาซีราซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กาตาร์ เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ว่า เครือข่ายสื่อสารทั้งหมดของอัล-จาซีรากำลังถูกโจมตีไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นทั้งระบบ เว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย ขณะนี้กำลังหาทางแก้ไขอยู่




ขณะที่ความเคลื่อนไหวหนึ่งที่น่าสนใจ อย่างยิ่งนั่นก็คือ รัฐสภาตุรกีอนุมัติร่างกฎหมายให้ส่งกองกำลังทหารเข้าไปประจำการที่ฐานทัพตุรกี ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศกาตาร์ได้

 

 

 

 

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวประกอบด้วยข้อกำหนดสองส่วน โดยส่วนที่หนึ่งคือการอนุญาตให้กองกำลังทหารของตุรกีสามารถเข้าไปประจำการที่กาตาร์ได้ และส่วนที่สองคือการอนุมัติให้ทั้งตุรกีและกาตาร์สามารถร่วมกันฝึกซ้อมรบได้

การอนุมัติของรัฐสภาตุรกีมีขึ้นหลังจากที่นายเรเซป เตอร์ยิป เฮอโดกัน ประธานาธิบดีตุรกี ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการที่กลุ่มประเทศอาหรับหลายประเทศคว่ำบาตรกาตาร์

ผู้นำตุรกี กล่าวว่า “ผมหวังว่า มาตรการคว่ำบาตรกาตาร์จะถูกยกเลิกโดยเร็วที่สุด”

 


ร่างกฎหมายฉบับนี้ ผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 240 โดยส่วนใหญ่ได้เสียงสนับสนุนจากพรรคเอเคพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล และพรรคฝ่ายค้านเอ็มเอชพี ซึ่งมีอุดมการณ์ชาตินิยม

ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของตุรกีสะท้อนให้เห็นถึงท่าทีสนับสนุนกาตาร์ ในช่วงเวลาที่กาตาร์กำลังเผชิญกับการถูกโดดเดี่ยวด้านการทูตและการค้าจากบรรดาประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคตะวันออกกลาง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐฯอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน อียิปต์ เยเมน ลิเบีย และมัลดีฟ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ อันเนื่องมาจากข้อกล่าวหาว่า กาตาร์ให้การสนับสนุนกลุ่มการก่อการร้าย

ปัจจุบัน กาตาร์นั้นเป็นสถานที่ตั้งของฐานทัพอากาศใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯในภูมิภาคนี้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งในการปฏิบัติการต่อสู้ปราบปรามกลุ่มนักรบรัฐอิสลาม หรือไอเอส

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
สถาพร เกื้อสกุล


HASTAG : กาตาร์  ตะวันออกกลาง  ตุรกี  สู้รบ  ทหาร 

ติดตามข่าวอื่นๆ