น่ากลัวสงครามรัฐอ่าว!! “ซาอุฯ ยูเออี บาห์เรน อียิปต์” ประกาศ ตัดสัมพันธ์ “กาตาร์” อ้างเป็นประเทศก่อการร้าย และ ใกล้ชิด “อิหร่าน”

อาร์ทีนิวส์ รายงานข่าว กรณี ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และอียิปต์ ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตและยุติความร่วมมือทางทหารกับกาตาร์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน นี้ เป็นต้นไป โดยอ้างว่าทางกาตาร์ นั้นห้การสนับสนุนลัทธิก่อการร้าย การประกาศจาก ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และอียิปต์ ได้ก่อวิกฤตการทูตครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายปี หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เพิ่งจะเดินทางไปกระชับสัมพันธ์กับทางซาอุดีอาระเบียไม่นานมานี้ รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตและสั่งปิดพรมแดนที่ติดกับกาตาร์ เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติจากอันตรายของลัทธิก่อการร้าย และแนวคิดสุดโต่ง

 

ทางการซาอุดีอาระเบีย ได้ตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์ด้านการทูตและกงสุลกับกาตาร์ และจะปิดพรมแดนทั้งทางบก ทะเล และอากาศ ซึ่งมาตรการอันเด็ดเดี่ยวนี้เป็นผลมาจากการที่กาตาร์ได้กระทำการล่วงละเมิดอย่างร้ายแรงตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ขณะที่กลุ่มพันธมิตรซาอุฯ ที่ทำสงครามกวาดล้างกบฏนิกายชีอะห์ในเยเมนมานานกว่า 2 ปี ก็ออกมากล่าวหากาตาร์ว่าสนับสนุนองค์กรก่อการร้ายในเยเมน และไม่นับว่ากาตาร์ เป็นพันธมิตรอีกต่อไป กองทัพกาตาร์ได้ส่งฝูงบินขับไล่เข้าไปช่วยพันธมิตรซาอุฯ โจมตีทางอากาศถล่มฐานที่มั่นของกบฏฮูตีในเยเมน มาโดยต่อเนื่อง

ด้านกระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ก็ประณามกาตาร์ ว่าสนับสนุน ลัทธิก่อการร้ายพร้อมประกาศว่าเมืองท่าและท่าอากาศยานทุกแห่งของอียิปต์จะไม่ต้อนรับเรือหรือเครื่องบินจากกาตาร์

 



 


ขณะที่ทางด้านกาตาร์ อ้างว่าสื่อของรัฐถูกโจมตีทางไซเบอร์ หลังจากมีผู้ปลอมแปลงคำแถลงของ เอมีร์ ชัยค์ ทามีม บิน ฮามาด อัษ-ษานี ผู้ปกครองกาตาร์คนปัจจุบัน และนำออกเผยแพร่ทางสำนักข่าวของกาตาร์เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้ปกครองกาตาร์แสดงความสงสัยเรื่องที่สหรัฐฯ ประกาศตัวเป็นศัตรูกับอิหร่าน, เอ่ยถึงความตึงเครียด ระหว่างกาตาร์กับสหรัฐฯ , แสดงความคิดเห็นเรื่องขบวนการฮามาส และยังคาดการณ์ด้วยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะครองอำนาจอยู่ได้ไม่นาน ถ้อยแถลงฉบับนี้ถูกปล่อยออกมาหลังจากที่ ผู้นำสหรัฐฯ เดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศแรกเมื่อเดือนที่ผ่าน แต่กาตาร์ก็ยืนยันว่าคำแถลงดังกล่าวเป็นของปลอม รัฐบาลกาตาร์ไม่ได้ระบุว่า การโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นั้นเป็นฝีมือของกลุ่มใด ทว่า ซาอุดีอาระเบีย และยูเออีก็สรุปแล้วว่ากาตาร์ นั้นมีนโยบายที่แตกต่างจากนโยบายต่างประเทศของรัฐอ่าวอาหรับ โดยเฉพาะในเรื่องอิหร่าน

นักวิเคราะห์ มองว่าความขัดแย้งครั้งนี้อาจลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตการณ์เหมือนเมื่อปี 2014 ซึ่งหลายประเทศในอ่าวอาหรับได้เรียกทูตกลับจากกาตาร์ เนื่องจากเชื่อว่ากาตาร์ให้การสนับสนุนกลุ่มภราดรภาพมุสลิม

 

 

ขณะที่ สายการบินเอติฮัด แอร์เวย์ ของยูเออี ประกาศจะระงับเที่ยวบินทั้งหมดทั้งขาเข้าและขาออกจากกรุงโดฮาของกาตาร์ ตั้งแต่เช้าวันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงและแจ้งให้ทราบ ด้าน นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงที่เมืองซิดนีย์ในออสเตรเลีย โดยคาดหวังว่า รอยร้าวระหว่างกาตาร์กับประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียจะลดระดับความร่วมมือในการต่อสู้กับไอเอส ทั้งนี้ กาตาร์เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง

ส่วน เจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านเปิดเผยว่า การที่กลุ่มประเทศอาหรับและอียิปต์ตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ ไม่ได้ช่วยยุติวิกฤตในตะวันออกกลาง นายฮามิด อาบูทาเลบี รองหัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี บอกว่า การตัดสัมพันธ์และปิดพรมแดนไม่ได้เป็นหนทางแก้ไขวิกฤต

รายงานต่อมาเมื่อช่วงบ่ายชองวันจันทร์ แจ้งว่า กาตาร์ แอร์เวย์ส สายการบินของรัฐบาลกาตาร์ ประกาศในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสายการบินว่า ได้ระงับเที่ยวบินโดยสารทั้งหมด ที่เดินทางไปซาอุดีอาระเบีย โดยให้มีผลในทันที ขณะเดียวกัน อีก 2 สายการบินของยูเออีคือ เอมิเรตส์ และฟลายดูไบ ประกาศระงับเที่ยวบินสู่กรุงโดฮา เมืองหลวงกาตาร์ หลังจากสายการบินเอธิฮัดประกาศระงับก่อนหน้านี้ เพื่อสนองตอบนโยบายรัฐบาล ที่ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
สถาพร เกื้อสกุล


HASTAG : กาตาร์  ซาอุดีอาระเบีย  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  สหรัฐฯ  บาห์เรน  อียิปต์ 

ติดตามข่าวอื่นๆ