สะเทือนใจ!! "ผีแม่พวย สุพรรณบุรี" ไม่เคยคิดทำร้ายใคร แต่!!โศกนาฏกรรมของชีวิต ที่ทุกคนจะเห็นใจ..

ขอความ”ยุติธรรม” ให้กับ “ความรักแท้”ของ “แม่นาคสุพรรณ” ผีสาวผู้น่าสงสาร

ความจริงที่ปกปิด ของ “ผีนางพวย แซ่จู” แม่นาคสุพรรณ “ตำนานรักสุดสยอง” ของ แม่น้ำท่าจีน

“ผีนางพวย แซ่จู” โด่งดังที่สุดเมื่อ 60 ปีก่อเรื่องราวความรัก ของเธอกระฉ่อนเมือง เป็น “อมตะผีไทย”

ที่ใครๆ อ่านแล้ว ทั้งน่ากลัว และก็น่าสงสารและประทับใจผีนางพวย แซ่จู ..ไม่เคยออกไปหลอกใคร นอกจากอยู่อาศัยในบ้านของเธอ เท่านั้น ..เธอไม่เคยแสดง ร่างเป็นผีตาโบ๋ น้ำเหลืองไหล ใบหน้าเน่าเฟะ ตาถลน

เธอแสดงตนเป็นเพียงบุคคลธรรมดาอาศัยอยู่ภายในบ้านของเธอหากมองในแง่.คนที่เชื่อเรื่องวิญญาณมีจริง นางพวย แช่จู.คง”ไม่รู้ว่าตัวว่าตายไปแล้วหรืออาจจะหลอกตัวเองว่ายังไม่ตาย”เธอจึงใช้ชีวิต (ผีๆ) ของเธอแบบปกติธรรมดา

“รอคอยการกลับมาของสามี”…คอยซื้อข้าวปลาอาหารจากแม่ค้าที่ผ่านไป ผ่านมา หน้าบ้านของเธอ

หรือคอยโบกเรือโดยสาร เพื่อเดินทางติดตามหาสามีเธอไม่เคยคิดที่จะหลอกหลอน หรือรบกวนใคร ด้วยเหตุนี้ เมื่อชาวบ้าน มานิมนต์ “หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน”ไปปราบผีนางพวย หลวงปู่ไข่ ไม่รับนิมนต์ กลับพูดขึ้นว่า

“ผีเขาอยู่ส่วนผี เราจะไปรบกวน เขาทำไมกัน”ยังมีความจริง เกี่ยวกับ “ผีนางพวย แซ่จู”

1. เรื่องสามี ของเธอที่เข้าใจผิดกันตลอดมา

2. ทำไมจู่ๆ ผีนางพวยก็หายไปเฉยๆ หยุดอาละวาด

………ทั้งที่ หลวงปู่ไข่ ไม่ได้ปราบเธอ

 

นี่คือ…ความลับแห่งแม่น้ำสุพรรณ.ที่ถูกปกปิดมานานกว่า 60 ปีนาทีนี้..จะได้ถูกเปิดเผย…บันทึกความจริงไว้ให้ลูกหลานต่อไป

แต่ก่อนจะคุยรายละเอียดกันต่อไปเพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อเรื่องจึงขอนำเรื่องราว ของผีนางพวย แซ่จู…มาเล่าสู่กันฟังก่อน..ดังนี้

ผีแม่พวย แม่นาคเมืองสุพรรณ ตำนานลึกลับ ที่หลายคนไม่เคยรู้วิญญาณ นางนาคเมืองสุพรรณ

เรื่องราวของนางพวย เกิดขึ้นหลังสงครามมหาเอเชียบูรพา ครอบครัวเป็นชาวจีนอพยพมา ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน

ห่างจากที่ว่าการอำเภอบางปลาม้าไปทางเหนือราว ๑ กิโลเมตรตำนานสยองขวัญเกี่ยวกับเรื่อง “ผี”ของเมืองสุพรรณ มีหลายเรื่องราวแห่งความเร้นลับที่ชาวบ้านยังคงเล่าสืบต่อกันมาไม่เคยลืมเลือน

ยังมีเรื่องราวเร้นลับที่เคยโด่งดังขนาดเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เรื่องหนึ่งกล่าวถึงผีสาวตายท้องกลมแล้วกลายเป็น “สัมภเวสี”ที่วิญญาณไม่ไปผุดไปเกิดเพราะยังห่วงหาอาวรณ์ในคนรักและลูก

ด้วยจิตที่ยังยึดมั่นจึงคอยวนเวียนหลอกหลอนแสดงอิทธิฤทธิ์ต่างให้คนเห็นจนเก็บเอาไปร่ำลือคล้ายตำนาน”นางนาคพระโขนง”

ความเฮี้ยนของ “วิญญาณนางนาคเมืองสุพรรณ” เริ่มต้นขึ้นเมื่อ50 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้เขียนขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงจากคำบอเล่าของผู้ที่เคยพบเห็นและจากสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์จริง

คนเฒ่าคนแก่ที่เคยอยู่รู้เห็นยังจำเรื่องราวเหล่านั้นได้แม่นยำ..“วิญญาณเฮี้ยนนางนาคเมืองสุพรรณ”เกิดขึ้นที่บ้านเก้าห้อง

(แบ่งเขตสมัยนั้น)อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ณ บ้านไม้หลังใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน มีครอบครัวชาวจีนครอบครัวหนึ่งเป็นช่างทอง

มีฝีมือในการทำทองจนสร้างฐานะอยู่ในขั้นมีอันจะกินหัวหน้าครอบครัวชื่อ นายสี แซ่จู มีอาชีพเป็นช่างทองฝีมือดี

ภรรยา ชื่อนางพร แซ่จู จึงมีความเป็นอยู่อย่างค่อนข้างสุขสบายด้วยเหตุนี้ทำให้นางพวยผู้เป็นบุตรสาว กลายเป็นสาวเนื้อหอม มีชายหนุ่มหมายปองกันมากมาย

ครอบครัวนี้มีลูกสาวหน้าตาสะสวยคมขำจนเป็นที่เลื่องลืออยู่คนหนึ่งชื่อว่า”แม่พวย”ความสวยของ”แม่พวย”ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ยังจำได้

เล่าว่า สวยขาว รูปร่างอรชร จนทำให้หนุ่มๆแห่งบางปลาม้หมายปองกันทั้งตำบล แต่แม่พวยก็ยังไม่ตกลงปลงใจให้ใครเลย

ผีแม่พวย แม่นาคเมืองสุพรรณ ตำนานลึกลับ ที่หลายคนไม่เคยรู้จนกระทั่งมาเกิดบุพเพสันนิวาสได้พบกับคนรักซึ่งเป็นหนุ่มสมุทรสาครเกิดถูกตาต้องใจกัน โดยที่แม่ของแม่พวย ก็ไม่ขัดข้องเพราะเห็นว่าฝ่ายชายก็พอจะมีฐานะ จึงตกลงให้พ่อแม่ฝ่ายชายพาผู้ใหญ่มาสู่ขอจัดพิธีแต่งงานอย่างสมเกียรติ สมหน้าสมตาทั้งสองฝ่ายเป็นที่กล่าวถึงของชาวบางปลาม้าในยุคนั้แม่พวยอยู่กินกับสามีจนมีลูกด้วยกันคนแรกเป็นผู้ชาย ช่วงเวลานั้นสามี

ของแม่พวยต้องไปกลับระหว่างบ้านที่สมุทรสาครและสุพรรณฯเพราะเริ่มทำอาชีพประมงออกเรือหาปลาในทะเล เวลาออกทะเลแต่ละครั้งก็หลายวันกว่าจะกลับเข้าฝั่งจึงชักชวนให้แม่พวยไปอยู่สมุทรสาคนด้วยกัน

แต่แม่พวยก็ปฏิเสธอ้างว่าเป็นห่วงพ่อแม่ซึ่งแก่ชราจะไม่มีใครคอยดูแล ชีวิตคู่ ของแม่พวย จึงค่อยๆเริ่มห่างกัน เธอก็คอยดูแลพ่อแม่และลูกส่วนสามีนานๆจะกลับมาทีเคราะห์กรรมของแม่พวยเริ่มขึ้นอีก เมื่อพ่อของเธอหลงผิดในอบายมุขติดการพนันเข้าบ่อนไม่สนใจทำมาหากิน เงินทองที่เคยมีก็ร่อยหรอจนความลำบากเข้ามาเยือนเกิดอัตคัดขัดสนเงินทองทรัพย์สินที่มีอยู่เริ่มหมดไป ทำให้แม่ของแม่พวยเริ่มกลัดกลุ้มและหาทางระบายด้วยการกินเหล้าเมายานานเข้าก็ประคองสติไม่อยู่เสียผู้เสียคนไป

ฝ่ายสามีของแม่พวยเมื่อกลับมาบ้านที่สุพรรณฯมาเห็นสภาพครอบครัวพ่อตาแม่ยายเป็นเช่นนี้ก็เริ่มเกิดความเบื่อหน่ายเพราะเงินทองที่ให้เมียไว้ใช้ก็ถูกพ่อตารีดไถเอาไปเล่นการพนันจนหมดจึงชวนแม่พวยไปอยู่สมุทรสาครด้วยกันอีก แต่แม่พวยก็ไม่ไปเพราะความเป็นห่วงพ่อแม่ จึงได้แต่อดทนยอมให้พ่อรีดไถเงินถึงขนาดหนักเข้าจะโฉนดที่ดินและบ้านไปขายเพื่อหาเงินไปเล่นการพนันแล้วเคราะห์กรรมก็ยังมาซ้ำเติมครอบครัวนี้เมื่อพ่อยื้อแย่งโฉนดไปขายไม่ได้ก็โมโหจนขาดสติ จึงจุดไฟเผาบ้านตัวเอง แต่พลาดท่าไฟลามมาติดเสื้อผ้าไฟจึงลุกไหม้ร่างจนอาการสาหัส ชาวบ้านเล่าว่าแกนอนร้องอย่างเจ็บปวดทรมานอยู่ 3 วันก็สิ้นใจ

 


ผีแม่พวย” นางนาคเมืองสุพรรณ !

หลังจากพ่อตายแล้วแม่พวยก็ใช้ชีวิตอยู่ลำพังกับแม่ของเธอและลูกชาย ส่วนสามียังมาหาบ้างแต่ละครั้งก็นานหลายเดือน จนแม่พวยอดคิดไม่ได้ว่าสามีจะมีผู้อื่น ความกลุ้มใจเมื่อไม่มีทางออกจึงหาทางระบายด้วยเหล้าซึ่งระหว่างนั้นแม่พวยก็เกิดตั้งท้องลูก

คนที่สองพอดี และเมื่อสามีไม่ใยดีแม่พวยก็ยิ่งดื่มเหล้ามากขึ้นๆจนเด็กในท้องทนพิษร้ายของแอลกอฮอร์ไม่ไหวตายก่อนกำหนด ตัวแม่พวยกว่าจะรู้ว่าลูกตายอยู่ในท้องก็สายไปเสียแล้ว เธอจึงต้องทนทรมานกับความเจ็บปวดแสนสาหัสจนขาดใจตายตามลูกไปในที่สุด ส่วนแม่ของแม่พวยภายหลังก็ตรอมใจตายไปอีกคน เลยทำให้บ้านฝากระดานหลังใหญ่ ริมแม่น้ำท่าจีนหลังนั้นกลายเป็นบ้านร้าง จนเกิดตำนานความเฮี้ยนในกาลต่อมา

ความตายของ”แม่พวย”เกิดเป็นตำนานคล้ายนางนาคพระโขนง เพราะว่าตายขณะที่ยัง “ห่วง” โดยเฉพาะ “ตายทั้งกลม” นี่

คนโบราณเขาว่าเฮี้ยนนัก คือตายขณะที่ยังไม่สิ้นอายุขัยและต้องทนเจ็บปวดทุกข์ทรมานเหลือที่จะทนก่อนสิ้นใจ

“จิตสุดท้าย ก่อนตาย” สำคัญนัก อารมณ์นึกคิดถึงสิ่งใดก่อนตายเมื่อสิ้นลมไปแล้วจิตจะจดจ่อยึดติดแต่สิ่งนั้น

ตัวแม่พวยก่อนตายเกิดความห่วงใยในลูกและสามีจนจิตหาความสงบไม่ได้เมื่อตายไปจึงกลายเป็นสัมภเวสีเที่ยวหลอกหลอนผู้คนจนอยู่ไม่เป็นสุข

ชาวบ้านเล่าว่าเมื่อตายใหม่ๆ “ผีแม่พวย” ก็เริ่มแสดงฤทธิ์ต่างๆให้ผู้คนและเด็กเล็กตื่นกลัวคือบ้านแม่พวยเมื่อร้างลงก็ทิ้งผลหมากรากไม้ไว้นานาชนิดให้ออกดอกออกผลมากมายทั้งมะม่วง ขนุน ละมุด มะปราง

ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพและที่มาข้อมูล http://www.lottoloso.com


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ศักดิ์ศรี บุญรังศรี


HASTAG : ผีแม่พวย  วิญญาณ  ความเชื่อ  ผี 

ติดตามข่าวอื่นๆ