ให้"บิ๊กตู่"อยู่ต่ออีก5ปี!!! รู้หรือไม่??ประเทศไม่มี"ส.ส."มา3ปีประหยัดงบไปถึง75,000 ล้านบาท แถมไม่มีพวกโกงชาติ เผาเมือง ปชช.สุขสงบแฮปปี้???

จากกรณีที่นักการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย อย่างนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย วิจารณ์รัฐบาลว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสอบไม่ผ่าน และยังมีปัญหาอีกหลายเรื่องที่ยังดำเนินการไม่สำเร็จนั้น ทางรัฐบาลคสช. ถือเป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคลที่จะวิพากษ์วิจารณ์ คงไม่สามารถไปบังคับได้ ส่วนการให้คะแนนก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของนักการเมือง แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ทราบดีว่า อะไรคือปัญหาและอุปสรรค และความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลเป็นอย่างไร

       ทั้งนี้ พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงในกรณีดังกล่าวว่า  “ รัฐบาลเดินหน้าตาม Roadmap ที่ได้ประกาศไว้ คือ การหยุดยั้งความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปี 57 และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นไม่สามารถดำเนินการได้จนเป็นที่ยอมรับ กระทั่งจัดให้มีการวางกฎกติกาของบ้านเมือง เช่น กฎหมายรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.หลายฉบับ ที่จะช่วยขจัดปัญหาเรื้อรังในทุกด้าน เพื่อส่งต่อให้กับรัฐบาลชุดต่อไปภายหลังการเลือกตั้ง ทั้งการปราบปรามการทุจริตทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนและประมงผิดกฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบและส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการในระดับต่าง ๆ โดยเฉพาะ SMEs และกลุ่ม Start up การส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เช่น โครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย โครงการบ้านประชารัฐ การจัดสรรที่ดินทำดิน การเก็บภาษีที่ดินและมรดก ฯลฯ ซึ่งรัฐบาลปกติทำได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะคำนึงถึงแต่ฐานเสียงของตนและติดกับดักของความขัดแย้ง ”

 

       ส่วนเรื่องเศรษฐกิจที่ประชาชนยังอาจรู้สึกว่าไม่พอใจมากนัก ทั้งๆ ที่ผลการประเมินหลายด้านของต่างประเทศดีขึ้นตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนปี 57 ที่มีการอุดหนุนจากภาครัฐมากเกินไป จนเกิดความต้องการเทียม เช่น โครงการรับจำนำข้าว รถคันแรก บ้านหลังแรก ทำให้ผู้ผลิตประสบปัญหาจากราคาที่ไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และยังเป็นช่องทางของการทุจริตสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล แต่จากนี้ไปทุกอย่างจะดีขึ้นเพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับกลไกตลาด และการใช้ศักยภาพของผู้ผลิตที่สอดคล้องกับความเป็นจริง

       ทั้งนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนติดตามการแถลงผลงาน 3 ปีของรัฐบาล ในห้วงประมาณเดือนมิถุนายน- กรกฎาคม นี้ เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลทำอะไรไปแล้วบ้าง เนื่องจากที่ผ่านมาอาจมีการบิดเบือนข้อมูลโดยผู้ไม่หวังดี และข่าวสารต่าง ๆ ที่ถูกต้อง อาจไปไม่ถึงประชาชน เพราะคนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการรับรู้ข่าวสารผ่านสื่อสมัยใหม่ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียที่อาจมีทั้งข้อมูลจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง

 

       " ประเด็นเรื่องการรวบอำนาจนั้น ผู้ที่วิจารณ์คงไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงโดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ขัดข้องกับการกระจายอำนาจและคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่บางอย่างต้องย้อนกลับไปดูว่าที่ผ่านมามีปัญหาอย่างไร เช่น การจัดการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งมีช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตในระดับปฏิบัติ และการบริหารงานขาดเอกภาพ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน จึงอยากให้คำนึงถึงความเป็นจริงด้วย ขอเรียนย้ำว่าเป้าหมายของรัฐบาลคือ การยุติความขัดแย้งและวางรากฐานการปฏิรูปประเทศ สร้างความปรองดองในอนาคต ซึ่งบางเรื่องได้เริ่มดำเนินการแล้ว ดังนั้น หากนักการเมืองและพรรคการเมืองมีความตั้งใจจริงที่จะเดินไปสู่เป้าหมายนี้ ก็จะต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าตนทำได้จริง และไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศเหมือนเช่นที่ผ่านมา "


       ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้ออกมากล่าวกรณีเดียวกันด้วย โดยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า

 

"คสช.ยังไม่ทันได้แถลงผลงานสามปีเลย

นักการเมืองประสานเสียงกันเป็นลูกระนาดว่าล้มเหลว

และเร่งให้เลือกตั้ง!!

นี่เป็นวิบากกรรมของการยึดอำนาจแล้วไม่สะสางกวาดล้างปัญหาให้หมดจด ก็ทนเอาหน่อยนะพี่ทหาร

จะได้เป็นบทเรียนไว้ในภายหน้า

สำหรับประชาชนนะเรอะ!!

แค่คสช. ไล่ตะเพิดพวกโกงชาติ เผาเมือง บ่อนทำลายสถาบันออกไป แค่เรื่องเดียวก็ถือว่าสำเร็จยิ่งใหญ่แล้ว

ยังแถมด้วยบ้านเมืองสงบสุขไม่มีป่วนบ้านเผาเมืองก็แฮปปี้แล้ว

อย่าให้พูดนะว่าสามปีมานี้ประหยัดงบสส. 500 คนๆ ละ50ล้านต่อหัว ต่อปีเป็นเงินปีละ25,000 ล้านต่อปี สามปีนี้ประหยัดถึง75,000 ล้านยิ่งคุ้มใหญ่

คุ้มๆๆๆ คุ้มจริงๆ ต่ออีก5ปีก็ดีนะแจ๋ว"


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ศิริพงษ์ หนูแก้ว


HASTAG : สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล  นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ  บิ๊กตู่ 

ติดตามข่าวอื่นๆ