เปิดพระคัมภีร์ "ไตรภูมิพระร่วง" บทบัญญัติ "นรก-สวรรค์" กุศโลบายอันเยี่ยมยอด ในการปกครองประชาชน!!!

ไตรภูมิพระร่วง เป็นพระราชนิพนธ์ของพระมหาธรรมราชาลิไท พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์สุโขทัยผู้มีพระปรีชาสามารถอย่างลึกซึ้งในด้านพระพุทธศาสนา

โดยทรงรวบรวมข้อความต่าง ๆ ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา อันได้แก่ พระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา และปกรณ์ต่าง ๆ มาเรียบเรียงขึ้นเป็นวรรณคดีโลกศาสตร์เล่มแรกที่แต่งเป็นภาษาไทย มีเนื้อหาเกี่ยวกับคติความเชื่อของชาวไทย เช่น นรกสวรรค์ การเวียนว่ายตายเกิด ทวีปทั้งสี่ การล้างโลก และพระศรีอาริย์ เป็นต้น โดยเฉพาะเรื่องนรกสวรรค์นั้น เป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงจิตใจของประชาชนได้เป็นอย่างดี และได้กลายเป็นกุศโลบายอันเยี่ยมยอดที่ถูกนำมาเป็นเครื่องช่วยในการปกครองประชาชนที่มากขึ้นในสมัยนั้น โดยการสอนให้คนทำความดีเพื่อจะได้ขึ้นสวรรค์ มีชีวิตที่สุขสบาย แต่หากใครทำความชั่ว ก็จะต้องตกนรก ได้รับความทุกข์ทรมาน และนี่ได้กลายเป็นคติความเชื่อหลักที่ยังฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันแม้เวลาจะเปลี่ยนผ่านไปหลายยุคหลายสมัยแล้วก็ตาม

 

 

ในคัมภีร์ไตรภูมิพระร่วง ได้แบ่ง ภูมิ หรือ แดน ต่าง ๆ ในจักรวาลออกเป็น ๓ ภูมิใหญ่ ๆ ได้แก่ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ ซึ่งเป็นที่อยู่ ที่ตั้ง ที่เกิดของมนุษย์ สัตว์นรก เปรต อสุรกาย และเทวดา โลกมนุษย์ของเรารวมทั้งนรกและสวรรค์จะอยู่ในส่วนของกามภูมิ ซึ่งประกอบด้วยภูมิต่าง ๆ ๑๑ ภูมิ อยู่เรียงกันตามลำดับต่ำไปหาสูง ดังนี้

นรกภูมิ
เปรตวิสัยภูมิ
อสุรกายภูมิ
ติรัจฉานภูมิ
มนุสสาภูมิ
จาตุมหาราชิกา
ดาวดึงส์
ยามาภูมิ
ดุสิตาภูมิ
นิมมานรดีภูมิ
ปรนิมิตวสวัตติภูมิ

นรกภูมิ ก็คือ นรก ซึ่งเชื่อว่าอยู่ลึกลงไปใต้แผ่นดินของโลกมนุษย์ หรือ มนุสสาภูมิ ที่เราอยู่นี้ ส่วนแดนที่เรียกว่า สวรรค์ จะอยู่สูงขึ้นไปจากโลกมนุษย์ มีด้วยกันทั้งหมด 6 ชั้น คือ จาตุมหาราชิกาภูมิ เป็นสวรรค์ชั้นแรก ไปจนถึง ปรนิมิตวสวัตติภูมิ เป็นสวรรค์ชั้นที่หกซึ่งเป็นชั้นสูงสุด นี่จึงเป็นที่มาของสำนวนไทยที่ว่า มีความสุขเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด เป็นการอุปมาให้เห็นว่ามีความสุขมากเหลือเกินยิ่งกว่าได้ขึ้นสวรรค์ชั้นสูงสุดเสียอีก

นรก หรือ นรกภูมิ เป็นภูมิที่อยู่ต่ำสุดในกามภูมิ ประกอบด้วย มหานรก ๘ ขุม แต่ละขุมมีนรกบ่าว (อุสสทนรก) อยู่รายรอบทั้ง 4 ทิศ ทิศละ 4 ขุม รวมเป็น ๑๒๘ ขุม และมียมโลกนรก รายรอบทั้ง 4 ทิศ ทิศละ ๑๐ ขุม รวมเป็น ๓๒๐ ขุม
มหานรก ๘ ขุม มีลักษณะเป็นกำแพงเหล็กแดงลุกเป็นไฟล้อมรอบเป็นสี่เหลี่ยม ทั้งพื้นบนและพื้นล่างก็เป็นเหล็กแดงที่มีไฟลุกอยู่ตลอดเวลาด้วยเช่นกัน กำแพงทั้งสี่ด้าน ยาวด้านละ ๑,๐๐๐ โยชน์ หนา ๙ โยชน์ พื้นบนและพื้นล่างก็หนาถึง ๙ โยชน์ มีประตูเข้า ๔ ประตู โดยลักษณะของมหานรกทั้ง ๘ ขุม สามารถสรุปได้ ดังนี้
หมายเหตุ ๑ โยชน์ เท่ากับ ๑๖,๐๐๐ เมตร (๑๖ กิโลเมตร)

 

ลักษณะของมหานรกทั้ง ๘ ขุม

ขุมที่ ๘ มหาอเวจีนรก
(นรกที่มีความทรมานอยู่ตลอดเวลา) อยู่ลึกสุดและมีความทุกข์ทรมานที่สุด
การลงโทษ
ถูกตรึงศีรษะ แขน ในอิริยาบถหรือท่าทางที่เป็นอยู่ในขณะที่ทำบาปนั้น (นั่ง ยืน นอน ฯลฯ) มีหลาวเหล็กแทงทะลุลำตัว มีไฟนรกครอกตลอดเวลา แต่จะไม่ตายจนกว่าจะครบ ๑ กัลป์ (วัดเป็นเวลาไม่ได้)

ขุมที่ ๗ มหาตาปนรก
(นรกที่มีแต่ความเร่าร้อนเหลือประมาณ)
การลงโทษ
ทำให้ถูกตกจากภูเขาสูงลงมาสู่พื้นที่มีแต่เหล็กแหลมยาว ถูกเหล็กเสียบทะลุลำตัว มีไฟครอกตลอดเวลา แต่จะไม่ตายจนกว่าจะครบ ครึ่งกัลป์

ขุมที่ ๖ ตาปนรก
(นรกแห่งความเร่าร้อน)
การลงโทษ
ถูกไล่ให้ขึ้นไปที่ปลายหลาวที่มีไฟนรกลุกโชน ทำให้ถูกไฟครอกจนสุกพอง และกลายเป็นอาหารของสุนัขนรก จากนั้นจะถูกลมพัดให้ฟื้นขึ้นมาและรับบทลงโทษเช่นเดิมวนเวียนไปเรื่อย ๆ เป็นเวลา ๑๖,๐๐๐ ปีนรก (๑ วัน ๑ คืน เทียบเท่า ๙,๒๑๖ ล้านปีมนุษย์)

ขุมที่ ๕ มหาโรรุวนรก
(นรกที่เต็มไปด้วยเสียงครวญคราง)
การลงโทษ
ต้องยืนบนบัวเหล็กที่กลีบคม มีไฟนรกแผดเผา มียมบาลใช้กระบองกระหน่ำตีร่าง แต่จะไม่เสียชีวิต จนกว่าจะครบ ๗,๐๐๐ ปีนรก (๑ วัน ๑ คืน เทียบเท่า ๒,๓๐๕ ล้านปีมนุษย์)

ขุมที่ ๔ โรรุวนรก
(นรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้)
การลงโทษ
ถูกไฟนรกครอกในบัวเหล็กในท่านอนคว่ำหน้า เเป็นเวลนาน ๔,๐๐๐ ปีนรก (๑ วัน ๑ คืน เทียบเท่า ๕๗๖ ล้านปีมนุษย์)


ขุมที่ ๓ สังฆาฏนรก
(นรกบดขยี้สัตว์)
การลงโทษ
ถูกยมบาลล่ามเข้าด้วยกัน แล้วใช้ฆ้อนเหล็กยักษ์ทุบร่างกายจนแหลกไป จากนั้นจะมีลมพัดให้ฟื้นขึ้นมารับโทษใหม่ วนเวียนอยู่เช่นนี้เป็นเวลา ๒,๐๐๐ ปีนรก (๑ วัน ๑ คืน เทียบเท่า ๑๔๕ ล้านปีมนุษย์)

ขุมที่ ๒ กาฬสุตตนรก
(นรกที่ลงโทษด้วยด้ายดำ)
การลงโทษ
ถูกยมบาลฟาดด้วยด้ายนรก ซึ่งมีขนาดและแข็งเท่าเหล็กเส้นใหญ่ ๆ แล้วใช้เลื่อยนรกเลื่อยให้ขาดเป็นท่อน ๆ  ผู้ที่หนีจะถูกเหล็กนรกปลิวออกมาตัดร่างกาย จนตาย และมีลมพัดให้ฟื้นขึ้นใหม่เพื่อรับโทษเช่นเดิมอย่างนี้เป็นเวลา ๑,๐๐๐ ปีนรก (๑ วัน ๑ คืน เทียบเท่า ๓๖ ล้านปีมนุษย์)

ขุมที่ ๑ สัญชีพนรก
(นรกที่ไม่มีวันตาย)
การลงโทษ
ถูกยมบาลจับนอนบนแผ่นเหล็กร้อนแดง ถูกฟันร่างให้ขาดเป็นท่อน ๆ และเฉือนเนื้อหนังจนเหลือแต่กระดูกและตายไป จากนั้นลมจะพัดให้ฟิ้นมารับโทษใหม่ วนเวียนไปเช่นนี้เป็นเวลา๕๐๐ ปีนรก (๑ วัน ๑ คืน เทียบเท่า ๙ ล้านปีมนุษย์)

 

ในมหานรกทั้ง ๘ หลุมนี้ ได้มีการกล่าวถึงลักษณะการกระทำอันเป็นเหตุให้ตกนรกหลุมต่าง ๆ ไว้เฉพาะนรกขุมที่ ๑ คือ สัญชีพนรก (ฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ ให้ได้รับความทุกขเวทนา ทั้งด้วยตนเอง และมอบอาวุธให้ผู้อื่นทำ เป็นโจรปล้นฆ่า ข้าราชการที่กดขี่ข่มเหงชาวบ้าน โกงกิน ขาดความยุติธรรม) และ นรกขุมที่ ๘ มหาอเวจีนรก (กระทำอนันตยริกรรม ๕ ประการ ได้แก่  ฆ่าบิดา ฆ่ามารดา ฆ่าพระอรหันต์ ทำให้พระพุทธเจ้าห้อเลือด ยุยงสงฆ์ให้แตกแยก)  

 

เรื่องนรกและสวรรค์นี้ จะเห็นว่าในหนังสือไตรภูมิพระร่วงไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดว่าทำอย่างไรจึงจะได้ไปเกิดบนสวรรค์ บอกแต่เพียงว่าให้อยู่ในศีลธรรม ละเว้นการทำบาป ทำแต่ความดี สร้างบุญกุศลไว้ให้มาก ...สาธุ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-พระเก่งเมืองสุพรรณ "หลวงพ่อปุย ปากพระร่วง" วาจาสิทธิ์ จนเหล่านักเลง หรือแม้แต่ผี ยังเกรงกลัว เก่งอาคมตั้งแต่วัยเด็ก ฟันแทงไม่เข้า!!

-อย่าแช่งใคร..จะเป็นไปตามปาก!! เปิด "คาถาประกาศิตพระร่วง" แนะเคล็ด..ใช้ให้เป็นจริงอย่างที่พูด ต้องรักษาสัจจะยิ่งชีพ วาจาสิทธิ์มีจริง!!


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ศิรินทิพย์ ยุติกะ


HASTAG : นรก-สวรรค์  ไตรภูมิพระร่วง  นรกภูมิ  มหานรก 

ติดตามข่าวอื่นๆ