ประกาศราชกิจจาฯ!!! เผยแพร่ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ มีผลบังคับใช้ทันที

วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ระบุใจความว่า

พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการในพระองค์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “พระราชกฤษฎีกา” หมายความว่า พระราชกฤษฎีกาที่ตราขึ้นตามมาตรา ๑๕ วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

มาตรา ๔ การจัดระเบียบบริหารราชการในพระองค์ ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ตามพระราชบัญญัตินี้

การจัดระเบียบราชการในพระองค์และการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ และสถานภาพของข้าราชการในพระองค์ ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกา

ส่วนราชการในพระองค์ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและไม่เป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายอื่นใด ทั้งนี้ เว้นแต่ที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะในพระราชบัญญัตินี้หรือในพระราชกฤษฎีกา

ส่วนราชการในพระองค์ส่วนราชการใดจะมีฐานะเป็นนิติบุคคลให้ระบุไว้ในพระราชกฤษฎีกาด้วย

บรรดาบทกฎหมายใดที่บัญญัติถึงคําว่าข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มิให้หมายความรวมถึงข้าราชการในพระองค์ ทั้งนี้ เว้นแต่ที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะในพระราชบัญญัตินี้หรือในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๕ ให้คณะรัฐมนตรีดําเนินการจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนให้แก่ส่วนราชการในพระองค์เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกาให้ส่วนราชการในพระองค์มีอํานาจปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช้ประโยชน์ หรือดําเนินการอื่นใดเกี่ยวกับทรัพยสินของสวนราชการในพระองคเพื่อใหเปนไปตามพระราชอัธยาศัย

รายไดของสวนราชการในพระองคไมตองนําสงคลังเปนรายไดแผนดินทรัพยสินของสวนราชการในพระองคไมอยูในความรับผิดแหงการบังคับคดี และผูใดจะยกอายุความขึ้นอางกับทรัพยสินของสวนราชการในพระองคมิได

ใหสวนราชการและหนวยงานของรัฐมีหนาที่สนับสนุนภารกิจของสวนราชการในพระองคตามที่ไดรับแจง
จากสวนราชการในพระองค

มาตรา ๖ เมื่อพระราชกฤษฎีกาใชบังคับแลว ใหยกเลิก

(๑) มาตรา ๔๖ (๑) และ (๒) แหงพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕
(๒) ลักษณะ ๕ ขาราชการพลเรือนในพระองค และมาตรา ๑๒๗ แหงพระราชบัญญัติ ระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑
(๓) มาตรา ๑๐ (๓) และ (๔) มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๔/๑ และมาตรา ๔๒ (๖) (๗) และ (๘) แหงพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แกไขเพิ่มเติม

มาตรา ๗ เมื่อพระราชกฤษฎีกาใชบังคับแลว

(๑) ใหโอนบรรดากิจการ อํานาจหนาที่ ทรัพยสิน สิทธิ หนี้สิน และเงินงบประมาณของสํานักราชเลขาธิการและสํานักพระราชวังตามกฎหมายวาดวยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ที่มีอยูในวันกอนวันที่พระราชกฤษฎีกาใชบังคับ ไปเปนของสวนราชการในพระองคตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา

และใหโอนขาราชการ พนักงาน ลูกจาง และผูปฏิบัติงานอื่นซึ่งปฏิบัติหนาที่ในสํานักราชเลขาธิการและสํานักพระราชวัง ที่มีอยูในวันกอนวันที่พระราชกฤษฎีกาใชบังคับ ไปเปนขาราชการในพระองค พนักงานลูกจาง หรือผูปฏิบัติงานอื่นในสวนราชการในพระองคตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา


(๒) ใหโอนบรรดากิจการ อํานาจหนาที่ และทรัพยสิน ของกรมราชองครักษ กระทรวงกลาโหมตามกฎหมายวาดวยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่มีอยูในวันกอนวันที่พระราชกฤษฎีกาใชบังคับไปเปนของสวนราชการในพระองคตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา และใหโอนอัตรากําลังพล และ
ขาราชการและผูปฏิบัติงานอื่นซึ่งปฏิบัติหนาที่ในกรมราชองครักษ กระทรวงกลาโหม ที่มีอยูในวันกอนวันที่พระราชกฤษฎีกาใชบังคับ ไปเปนอัตรากําลังพล และขาราชการในพระองคหรือผูปฏิบัติงานอื่นในสวนราชการในพระองค ตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา สวนเงินงบประมาณ สิทธิ และหนี้สินของกรมราชองครักษกระทรวงกลาโหม ที่มีอยูในวันกอนวันที่พระราชกฤษฎีกาใชบังคับ ใหโอนไปเปนของสํานักงานปลัดกระทรวงกระทรวงกลาโหม เพื่อประโยชนของสวนราชการในพระองคตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา เวนแตจะมีพระราชวินิจฉัยเปนอยางอื่น

(๓) ใหโอนบรรดากิจการ อํานาจหนาที่ ทรัพยสิน สิทธิ และหนี้สิน ของหนวยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค กระทรวงกลาโหม ตามกฎหมายวาดวยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่มีอยูในวันกอนวันที่พระราชกฤษฎีกาใชบังคับ ไปเปนของสวนราชการในพระองคตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา และใหโอนอัตรากําลังพล และขาราชการและผูปฏิบัติงานอื่นซึ่งปฏิบัติหนาที่ในหนวยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค กระทรวงกลาโหม ที่มีอยูในวันกอนวันที่พระราชกฤษฎีกาใชบังคับ ไปเปนอัตรากําลังพล และขาราชการในพระองคหรือผูปฏิบัติงานอื่นในสวนราชการในพระองคตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา

(๔) ใหโอนบรรดากิจการ อํานาจหนาที่ ทรัพยสิน สิทธิ และหนี้สิน ของสํานักงานนายตํารวจราชสํานักประจํา สํานักงานตํารวจแหงชาติ ตามกฎหมายวาดวยตํารวจแหงชาติ ที่มีอยูในวันกอนวันที่พระราชกฤษฎีกาใชบังคับ ไปเปนของสวนราชการในพระองคตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา และใหโอน
ตําแหนงและอัตราเงินเดือนของขาราชการตํารวจในสํานักงานนายตํารวจราชสํานักประจํา สํานักงานตํารวจแหงชาติ ที่มีอยูในวันกอนวันที่พระราชกฤษฎีกาใชบังคับ ไปเปนตําแหนงและอัตราเงินเดือนของขาราชการในพระองคในสวนราชการในพระองคตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๘ เพื่อประโยชนในการไดรับบําเหน็จบํานาญ ใหถือวาขาราชการในพระองคเปนขาราชการตามกฎหมายวาดวยบําเหน็จบํานาญขาราชการ หรือกฎหมายวาดวยกองทุนบําเหน็จบํานาญขาราชการ แลวแตกรณี

แตการพนจากราชการใหเปนไปตามพระราชอัธยาศัย ทั้งนี้ เวนแตพระราชกฤษฎีกาจะกําหนดไวเปนอยางอื่น

การรับบําเหน็จบํานาญ การรับเงินเดือน เงินประจําตําแหนง และสิทธิประโยชนอื่น ๆ ของขาราชการในพระองคใหเปนไปตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๙ ในวาระเริ่มแรก การใดที่สํานักราชเลขาธิการ สํานักพระราชวัง และกรมราชองครักษ หรือหนวยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค กระทรวงกลาโหม และสํานักงานนายตํารวจราชสํานักประจํา สํานักงานตํารวจแหงชาติ อยูในระหวางการดําเนินการหรือเคยดําเนินการไดตามกฎหมาย เมื่อไดโอนมาเปนของสวนราชการในพระองคตามพระราชบัญญัตินี้ใหยังคงดําเนินการตอไปตามกฎหมายวาดวยการนั้น เวนแตจะมีพระราชวินิจฉัยหรือมีพระราชกฤษฎีกากําหนดใหดําเนินการเปนอยางอื่น

มาตรา ๑๐ ใหนายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผูรับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ จันทรโอชา
นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สํานักราชเลขาธิการ สํานักพระราชวังและกรมราชองครักษและหนวยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค กระทรวงกลาโหมเปนสวนราชการที่ปฏิบัติหนาที่เกี่ยวกับราชการในพระองคและพระราชกรณียกิจขององคพระมหากษัตริยและ
พระบรมวงศานุวงศ ซึ่งตองถวายงานตามโบราณราชประเพณีและพระราชอัธยาศัย การปฏิบัติราชการจึงแตกตางจากสวนราชการของฝายบริหารทั่วไป กรณีจึงสมควรกําหนดฐานะของสวนราชการดังกลาวขึ้นใหม ใหเปนสวนราชการในพระองคโดยปฏิบัติราชการขึ้นตรงตอพระมหากษัตริย มีการจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลเปนการเฉพาะใหเปนไปตามพระราชอัธยาศัย เพื่อใหการบริหารราชการในพระองคเหมาะสมและสอดคลองกับภารกิจของราชการในพระองค และสอดคลองกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยจึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้

ดูราชกิจจาฯ

 

อ้างอิงข้อมูล เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สินีนุช บรรเจิดธนากุล


HASTAG : ราชกิจจาฯ  ประกาศราชกิจจานุเบกษา  ในหลวงร.10 

ติดตามข่าวอื่นๆ