เอาด้วยเล่ห์ไม่ได้ ก็ต้องเอาด้วยกล เมื่อ "ทรัมป์" บี้หนักสายตรง "พล.อ.ประยุทธ์" ถกแก้ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี

             ภายหลัง "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไฟเขียวให้ "กลินที เดวีส์" เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ยกทีมฝ่ายการเมืองระดับสูง มากดดันให้ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำการแก้ไขปัญหาคาบสมุทรเกาหลีไปถกในที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ "บิ๊กตู่" กลับเซย์โน

 

 

             ทำให้ "ทรัมป์" คงโกรธควันออกหู ต้องหามาตรการให้ "บิ๊กตู่" ใจอ่อน เข้าร่วมมือกับสหรัฐให้ได้ ล่าสุด "ทรัมป์" ต่อสายตรงจากทำเนียบขาว มายังปลายสายที่ตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อเวลา 21.30 น. ตามเวลาประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อส่งเทียบเชิญให้ "บิ๊กตู่" เยือนสหรัฐ ทั้งที่ก่อนหน้านี้สหรัฐหมางเมินกดดัน "บิ๊กตู่" ทุกทางตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศ

 

             โดยก่อนหน้านี้ "ทรัมป์" ได้ต่อสายพูดคุยกับ "ลี เซียน ลุง" นายกรัฐมนตรีสิงค์โปร์ และ "โรดริโก ดูเตอร์เต" ผู้นำฟิลิปปินส์ ไปแล้วเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่มีผู้นำประเทศอาเซียนคนไหนประกาศตัวชัดเจนว่าจะสนับสนุนแนวทางของสหรัฐ

 

             โดย "ทรัมป์" ได้พูดคุยกับ "บิ๊กตู่" โดยได้มีการพูดคุยเรื่องสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเด็นเกาหลีเหนือ และยังได้เชิญชวนให้เดินทางเยือนสหรัฐด้วย

 

 

             พร้อมอ้างว่า สหรัฐเล็งเห็นถึงความสำคัญของการได้รับความร่วมมือจากประเทศที่เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาค เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการทูตต่อเกาหลีเหนือ

 

             หากมองกันตามหน้าเสื่อก็รู้ว่า "ทรัมป์" ต้องการใช้ประเทศอาเซียนเป็นฐานบัญชาการรบ หากคิดจะทำสงครามกับเกาหลีเหนือจริงๆ เพราะภูมิประเทศของอาเซียนว่ากันตามยุทธศาสตร์อยู่ใกล้กับเกาหลีเหนือมากที่สุด หากเกลี่ยกล่อมบรรดาผู้นำอาเซียนได้ทุกอย่างอาจจะเข้าทาง "ทรัมป์"

            ในทางตรงกันข้ามหากเกลี่ยกล่อมไม่ได้อาจจะผลักให้อาเซียนยืนอยู่ตรงข้าม "ทรัมป์" ทว่าบรรดาผู้นำอาเซียนรู้ดีว่าจะเลือกข้างใดข้างหนึ่งแบบทุ่มให้ทั้งหัวใจคงไม่ได้ เพราะในสนามรบหากเลือกผิดเกิดแพ้ขึ้นมาจะตกระกำลำบาก

 

            อีกทั้งถึงวันนี้ก็ยังเร็วเกินไปที่จะเลือกฝั่ง เพราะแนวโน้มที่จะเกิดสงครามยังอยู่ที่ 50-50 ไม่มีใครฟันธงได้ว่าสงครามจะเกิดขึ้น 100 เปอร์เซ็นต์ ทางเดียวที่ "ผู้นำอาเซียน" จะบอก "ทรัมป์" คือสนับสนุนให้แก้ปัญหาด้วยสันติวิธี

 

 

            ส่วน "บิ๊กตู่" ตั้งไม่ลืมว่าตั้งแต่ตัดสินใจรัฐประหารรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประเทศไหนคือมิตรแท้ ประเทศไหนคือมิตรเทียม หากยังจำกันได้เป็นสหรัฐที่กดดันปรับลดระดับความน่าเชื่อถือการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ให้ลดระดับลง ทั้งที่แก้ปัญหาได้ดีกว่าบางประเทศ แถมจะกดดัน "บิ๊กตู่"  หลายทาง

 

            ขนาด "บิ๊กตู่" ยังเคยหลุดปากว่า ตอนนี้เดินทางไปเหยียบแผ่นดินสหรัฐไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยเชิญมาให้ไป ทั้งที่ "บิ๊กตู่" คือผู้นำประเทศไทย สหรัฐยังไม่เคยให้เกียรติ์กัน แต่เมื่อถึงเวลาที่จะพึ่งพาประเทศไทยกลับทอดไมตรีส่งเทียบเชิญ หาก "บิ๊กตู่" หลงน้ำคำก็คงเป็นเรื่องแปลก

 

 

           บทเรียนครั้งนี้ "สหรัฐ" ต้องเรียนรู้ว่ามิตรแท้เขาคบกันนาน และไม่ทิ้งกันในยามลำบาก...มามุกนี้ดูกันออกว่าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็จะเอาด้วยกล บีบ "บิ๊กตู่" บีบ "อาเซียน" ทางอ้อม

////


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
จันทรา


HASTAG : โดนัลด์ ทรัมป์  ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

ติดตามข่าวอื่นๆ