จัดหนัก...อย่างแรง!!! "ชูวิทย์" สวนกลับ "รอง ผบ.ตร." หลังพบ "ผู้ว่าฯ" มีเอี่ยว "คดีค้ากามเพียงดิน" ลั่น! ใหญ่แค่ไหนก็ไม่กลัว...จัดให้เหี้ยน!

จากกรณีที่นางเอ (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ชาว จ.แม่ฮ่องสอน ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนกรณีลูกสาวถูกนายดาบตำรวจ สภ.น้ำเพียงดิน ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน บังคับให้ค้าประเวณี โดยมีผู้ใช้บริการหลากหลายวงการ รวมทั้งข้าราชการด้วย ต่อมามีการออกหมายจับ น.ส.ปิยะวรรณ หรือเมย์ สุขมา , น.ส.ปิยะทัสน์ หรือฟ้า เทียนสุวรรณ และ ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ ผบ.หมู่ สภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน ช่วยราชการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ในความผิดฐานร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยได้ทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่ถึง 18 ปีนั้น

 

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00น.วันนี้ (25 เม.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มารดาเหยื่อค้ามนุษย์ในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน และทนายความ ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เพื่อให้ปากคำและนำหลักฐานเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์เพิ่มเติม
 

รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้อนุมัติหมายจับ ด.ต.ยุทธชัย และพวกคือ น.ส.เมย์ และ น.ส.ฟ้า ฐานร่วมกันเป็นธุระจัดหาค้าประเวณี สมคบกันค้ามนุษย์เป็นธุระจัดหาค้าประเวณี ต่อมาวันนี้ (25 เม.ย.) ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสามรายในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ด้วย ขณะที่ พล.ต.ต.ปรีชา วิมลชัยจิต ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน) ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ด.ต.ยุทธชัย พร้อมมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว โดยได้ควบคุมตัวทั้ง 3 คน ซึ่งถูกจับกุมได้แล้วมายัง กทม. เพื่อส่งตัวให้พนักงานสอบสวน บก.ปคม. ดำเนินคดีโดยจะส่งมอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในเย็นวันนี้

 

 

‘พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตำรวจที่ร่วมเป็นกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่มีกล่าวหา ด.ต.ยุทธชัย ก่อนหน้านี้ แต่กลับสั่งยุติเรื่องโดยไม่มีเหตุอันควร โดยจะต้องสืบสวนข้อเท็จจริงตั้งแต่ระดับ ผบก. , รอง ผบก. , ผกก.สส.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน , สารวัตร สภ.น้ำเพียงดิน ฯลฯ โดยมองว่าเหตุการณ์นี้นำมาสู่การออกหมายจับในข้อหาค้ามนุษย์แต่กลับยุติเรื่อง สะท้อนให้เห็นว่าการสืบสวนข้อเท็จจริงในตอนนั้นปล่อยปละละเลยหรือไม่ ซึ่งเป็นการตั้งคณะกรรมการสืบสวนโดยอ้างอิงตามคำสั่งกรมตำรวจที่ 1212 / 2537 ฐานเป็นผู้บังคับบัญชาแต่ปล่อยประละเลยผู้ใต้บังคับบัญชาในปกครอง ทั้งนี้ได้สั่งการไปด้วยว่าหากการสืบสวนข้อเท็จจริงพาดพิงไปถึงอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด หรืออดีตผู้ดำรงตำแหน่งใดๆที่เกี่ยวข้องก็ต้องสั่งดำเนินการทั้งหมด’ รอง ผบ.ตร.กล่าว

 

ด้านมารดาของเหยื่อค้ามนุษย์ เปิดเผยว่า ต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และขอเรียกร้องให้ตำรวจประสานงานเรื่องคุ้มครองพยาน เบื้องต้นพอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยังมีข้อมูลเพิ่มเติม โดยจากการพูดคุยกับกลุ่มเด็กที่เป็นเหยื่อ ให้ข้อมูลว่าเคยถูกแม่เล้ากลุ่มนี้นำไปค้าประเวณีกับข้าราชการระดับสูงในจังหวัด

‘เหยื่อเด็กอ้างว่าถูกนำไปขายบริการทางเพศให้กับข้าราชการระดับผู้ว่าราชการจังหวัด เด็กได้รับเงินค่าขายบริการ 1,000 บาทเท่านั้น เด็กยังอ้างด้วยว่ายังมีตำรวจทราบว่าชื่อ อาร์ต ซึ่งตรงกับภาพที่ตำรวจนำมาให้ดู และมี 2 คนเป็นระดับรองผู้กำกับการ (รอง ผกก.) ในพื้นที่ ซึ่งตรงกับภาพที่ตำรวจให้ดูเช่นกัน และอีกคนเป็นสิบเวรหน้าห้องควบคุมผู้ต้องหาในโรงพักแห่งหนึ่งใน จ.แม่ฮ่องสอน โดยเด็กยังเล่าว่าบางครั้งกลุ่มผู้ซื้อบริการบังคับให้เสพยาและรุมโทรม และเด็กบอกว่าเด็กที่อยู่ในสังกัดของแม่เล้าที่ชื่อ ฟ้า ทุกคนจะมีสัญลักษณ์รอยสักเป็นรูปนกฮูก ซึ่งจะเป็นการบ่งบอกว่าอยู่ในสังกัดนี้และเคยถูกส่งขายบริการ’ มารดาของเหยื่อ กล่าว


ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าข้อมูลที่มารดาของเด็กนำมามอบให้วันนี้บางส่วนสอดคล้องกับแนวทางการสืบสวนสอบสวนที่ตำรวจภูธรภาค 5 มีข้อมูลอยู่ ทั้งนี้การกล่าวหาว่าใครเคยซื้อบริการหรือเคยร่วมประเวณี ยังไม่สามารถรับฟังได้ ต้องสืบสวนสอบสวนประกอบ เพื่อยืนยันเสียก่อน ใครจะอ้างว่าเคยขายบริการให้ใครก็ได้ จะอ้างว่าเคยขายบริการให้ตนก็ได้  อ้างว่าเอานิ้วมือไปยิงใครตายก็ได้ เพราะฉะนั้นคำซักทอดคำกล่าวหายังฟังไม่ได้ จนกว่าจะมีการสืบสวนสอบสวนให้แน่ชัด

อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รองผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ปฏิบัติราชการ รอง ผบช.ภ.5 เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีในประเด็นที่ว่ามีใครมาร่วมซื้อบริการร่วมประเวณีกับเด็ก เยาวชน สตรี ในกลุ่มนี้บ้าง โดยจะต้องเชิญข้าราชการระดับสูงมาสอบปากคำหรือไม่ต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจำเป็นหรือไม่ การสืบสวนสอบสวนไปถึงหรือไม่ ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยต้องรอการสอบสวนก่อน

 

ล่าสุด เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I'm Back ของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความถึงประเด็นดังกล่าวระบุว่า...

ใครทำผิด จัดให้เหี้ยน ..
เราเคย ได้เห็น ได้ยิน ตำรวจใหญ่พูดหลายครั้งหลายคราทุกทีที่มีเรื่อง ...
“ใหญ่แค่ไหนก็จะจับ” !
“ใครร่วมกระทำผิด จะจัดการให้เหี้ยน” !
“โดนหมด ไม่มีละเว้น” !
“ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น” !
… แต่ตำรวจมาทีหลังเสมอ


เกือบทุกคดี แม่ผู้เสียหายเดินเวียนเทียนร้องเรียนไปทั่ว ส่วนผลลัพธ์ “หยวนๆกันไปเถอะ”
อย่างเก่งก็ตั้งคณะกรรมการพอเป็นพิธีแล้วสั่งยุติเรื่องว่าไม่มีมูล หรือย้ายออกนอกพื้นที่ แล้วอีกสักพัก 30 วัน ก็ย้ายกลับมาเหมือนเดิม
เกิดอะไรขึ้นกับตำรวจ ที่มีหน้าที่ปกป้องประชาชน?
เรามีหน่วยงานสารพันหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ไม่ว่า
ระดับจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ...
ระดับตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์
ระดับประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
แต่แทนที่จะจัดการอย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นว่าญาติเหยื่อจะต้องไปร้องแรกแหกกระเชอให้ดังในโซเชี่ยลจนกระทั่งเป็นเรื่อง เรียกว่าร้องจนเหนื่อยหอบถึงจะได้ผล


ท้ายสุด หลักฐานไม่เพียงพอ เพราะคดีทางเพศ ยิ่งนาน เวลาจะเป็นตัวช่วยประสานรอยร้าว เหยื่อก็จะหมดกำลังใจ ร่องรอยต่างๆก็จะหายไป
จนมาลงเอยที่จับเข่าคุยกันเรื่องชดใช้ค่าเสียหาย และร่วมกันหาทางลง
ที่แย่ที่สุดคือ คดีน้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน ตำรวจกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ ทั้งในส่วนของเอเย่นต์ และส่วนของผู้ซื้อบริการ หรือแม้กระทั่งข้าราชการใหญ่ในจังหวัด ก็โดนพาดพิงถึงกันเป็นแถบ
ถามจริงๆเถอะ อย่างนี้มันเกรงกลัวกฎหมายหรือเปล่า?
ธรรมเนียมเลี้ยงดูปูเสื่อมันเป็นยังไง?


ติดตามผมใน ชูวิทย์ตีแสกหน้า 20.00น. ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 วันนี้จะเล่าให้ฟัง
ระดับชูวิทย์ รู้เบื้องหลังทุกช็อต ไม่มีนั่งเทียนเขียน ผู้สื่อข่าวที่ไหนจะรู้ดีเท่าผม
แต่ผมมันองคุลีมาล กลับตัวกลับใจ เอาประสบการณ์มาเล่าขานให้ฟัง

 

 

ขอบคุณ เฟซบุ๊ก  ชูวิทย์ I'm Back 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
อติ บุญเสริม


HASTAG : ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์  ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล  เพียงดิน 

ติดตามข่าวอื่นๆ