บุรุษผู้ทวงเงินคืนชาติพันล้านบาท!!!เปลี่ยนประวัติศาสตร์ของวงการอุทยานแห่งชาติเมืองไทยไปตลอดกาล...อยากให้ประเทศไทยมีคนแบบนี้ในทุกส่วนราชการ!

วันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ในเพจ Thon Thamrongnawasawat โพสต์ข้อความระบุว่า...

ย้อนกลับไปในปีงบประมาณ 2558 กรมอุทยานฯ เก็บเงินรายได้ค่าธรรมเนียมจากอุทยาน 147 แห่งทั่วประเทศ ได้ทั้งหมด 896 ล้านบาท
เดือนกรกฎาคม ปีนั้น เป็นช่วงที่หัวหน้าอุทยานคนหนึ่ง ถูกย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในอุทยานทางทะเลที่ได้ชื่อว่าโหดหินที่สุด มีปัญหาทุกอย่างรุมเร้า ไม่มีกำลังคน มีเรือยาง 1 ลำ มีทุ่นจอดเรือ 8 ลูก มีเรือขออนุญาตในระบบเพียง 90 ลำ
และเป็นอุทยานที่เก็บเงินรายได้เพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวมหาศาลที่เห็นอยู่ด้วยสายตา จนกลายเป็นข้อเรียกร้องจากเพื่อนธรณ์ บอกว่าถึงเวลาปฏิรูปอุทยานแห่งชาติทางทะเล
ในวันนั้น ทุกคนคาดหวังกับเขาให้มาแก้ปัญหา แต่ไม่มีใครคาดฝันว่า จะมีวันนี้
หัวหน้าหนึ่งคนกับลูกน้องเพียงไม่กี่คนบนเรือยาง สามารถเก็บเงินรายได้จากอุทยานแห่งเดียว ได้มากกว่าเงินรายได้รวมของอุทยานทั้งประเทศในปี 58
1 ปี 9 เดือนของการปฏิบัติหน้าที่ สถิติใหม่เกิดขึ้น และมันจะคงอยู่ไปชั่วกาล
ในช่วงเวลาค่อนศตวรรษที่มีการจัดตั้งอุทยานในเมืองไทย นี่คือหัวหน้าอุทยานคนแรกที่สามารถเก็บเงินรายได้ 978 ล้านบาท
และผลจากการกระทำ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมไปทั่ว ตัวเลขเงินรายได้อุทยานทั่วประเทศพุ่งกระฉูด
จาก 896 ล้านบาท (ปี 58) กลายเป็น 1,982 ล้านบาท (ปี 59) และ 1,053 ล้านบาท ในเวลาเพียง 5 เดือนของปี 60 (ตุลา-กุมภา)
เป็นไปได้ว่า ในปีงบประมาณ 60 กรมอุทยานจะมีเงินรายได้มากกว่า 2,400 ล้านบาท
ลองคิดถึงปีต่อไป ต่อๆ ไป...
คำพูดปวดใจที่สุดที่คนรักธรรมชาติได้ยินได้ฟัง เมื่อเห็นป่าในเขตอุทยานถูกทำลาย ทะเลพัง ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า “ไม่มีงบประมาณ”
มันจะไม่มีอีกต่อไป !
เน้นย้ำ มันจะไม่มีอีกแล้ว !
เพราะด้วยเงินรายได้มหาศาล และเป็นเงินที่จัดการโดยกรมอุทยานทั้งหมด ไม่ต้องส่งเข้าคลัง หมายความว่ากรมอุทยานมีอิสระในการใช้เงินเพื่อดูแลอุทยานทุกแห่ง
กรมอุทยานกลายเป็นหน่วยงานราชการด้านการอนุรักษ์ ที่มีเงินในการบริหารจัดการ มากที่สุดในประเทศไทย !
จะเป็นท่านใดมาเป็นอธิบดี จะเป็นเจ้าหน้าที่คนไหนมาเป็นหัวหน้าอุทยาน คำตอบเดิมๆ ที่ได้ยินมากว่า 50 ปี จะจบลงในวันนี้
เมื่อมีเงินแล้ว ต่อจากนี้ คือความสามารถสถานเดียว
...
ย้อนกลับมาที่พีพี เงินรายได้ที่เข้ามา ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเหลือเชื่อ
จากเรือยาง 1 ลำ กลายเป็นเรือตรวจ 14 ลำ
จากทุ่น 8 ทุ่น กลายเป็น 200 ทุ่น (พรุ่งนี้จะมีพิธีวางทุ่นโดยท่านอธิบดีกรมอุทยาน จำนวนมากกว่า 150 ทุ่นที่หมู่เกาะพีพี ถือเป็นการวางทุ่นครั้งใหญ่ที่สุดในอุทยานของไทย)
ระบบการจัดการใหม่ที่ทำให้มีเรือเข้าระบบจาก 90 ลำ กลายเป็นกว่า 1,900 ลำ
การจับกุมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจับสัตว์น้ำผิดกฎหมาย ผู้ประกอบการทำผิดกฎ นักท่องเที่ยวทำร้ายธรรมชาติ ฯลฯ จำนวนสถิติพุ่งจนเกือบถึง 1 พันครั้ง
นั่นคือคำตอบ เงินรายได้อุทยานนำไปทำอะไร ?
และไม่ใช่เพียงแค่พีพี ยังหมายถึงอุทยานจากเหนือจรดใต้ เกือบ 150 แห่งทั่วประเทศ เงินรายได้สามารถจัดสรรปันส่วนไปถ้วนทั่ว
วันหนึ่งข้างหน้า หากคุณเห็นรถตรวจการณ์คันใหม่กำลังวิ่งเข้าไปตรวจป่า เห็นเจ้าหน้าที่มีหน้าตายิ้มแย้มขึ้น มีวิทยุและอุปกรณ์ใหม่
วันใดที่คุณเห็นเรือตรวจการณ์อุทยานวิ่งผ่าน วันไหนที่คุณคล้องทุ่นจอดเรืออันใหม่โดยไม่ต้องทิ้งสมอเหมือนเคย
ขอให้คุณคิดถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2558
หัวหน้าอุทยานคนหนึ่ง ก้าวเท้าลงมาเหยียบเกาะพีพีเป็นครั้งแรก
จากนั้นเขาเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์การอนุรักษ์ธรรมชาติของไทย
กระทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด แม้ในฝันยังต้องอุทาน มันเป็นไปไม่ได้
บุรุษผู้เก็บเงินรายได้ให้อุทยานเกือบพันล้านบาท
เงินอันเป็น "ต้นทุน" ของการพิทักษ์สมบัติของชาติไทย !
 

หมายเหตุ
ก่อนย้าย ขอพันล้านเหอะ ผมบอกอย่างนี้
โห...อาจารย์ ผมเหนื่อยมาก ขอให้คนอื่นเข้ามาทำบ้าง
เฮ้ย ตอนนี้มันก็ได้ 978 ล้านแล้ว อีกไม่เกิน 2 อาทิตย์ ยังไงก็เกินพันล้าน ตัวเลขพันล้านมันเท่ หัวหน้าคนแรกที่เก็บเงินได้พันล้าน เอาไปเบ่ง เอ๊ย เอาไปคุยอวดได้ชั่วลูกชั่วหลาน
เอ้อ...ก็ต้องแล้วแต่ผู้ใหญ่จะสั่งการครับ
หัวหน้าเขาบอกเช่นนี้ ผมเองก็เข้าใจ การทำ #พีพีโมเดล มันคือเรื่องโหดหินที่สุดที่คนหนึ่งจะพบเจอได้ และวันนี้เราก็ผ่านมาจนถึงเวลาที่ทุกอย่างใกล้ลงตัว
หัวหน้าคนนี้เสียสละมามากมาย เกินกว่าที่เราจะเรียกร้องอะไรจากเขาได้อีก
จึงอยากบอกเพื่อนธรณ์ไว้ หากเกิดการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าอุทยานพีพี ไม่ใช่เป็นเพราะเขาถอดใจ ไม่ใช่เป็นเพราะแรงกดดันอะไร เพราะตอนนี้มันจิ๊บๆ เมื่อเทียบกับที่ผ่านมา ไม่ต้องมีคนไปเอาหน้าว่าสามารถย้ายหัวหน้าได้
มันเป็นเพียงเมื่อถึงเวลา งานเลี้ยงก็ต้องเลิกรา ทุกคนย่อมมีทางชีวิตของตนเอง
แต่ไม่ต้องห่วงว่า #พีพีโมเดล จะพังทลาย อันที่จริง มันเป็นการก้าวไปในขั้นต่อไป และเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด
คนจากไป ระบบจะคงอยู่ไหม โมเดลจะยังคงเป็นต้นแบบอีกหรือไม่ ?
ธรณ์ไม่ไปไหน ธรณ์จะอยู่ที่นี่ เพราะธรณ์รักพีพีเกือบเท่าหนูดาวครับ
...
อ้อ...ตั้งแต่เขียนเรื่องพีพีโมเดลมาเกือบ 2 ปี ยังไม่เคยมีสักครั้งที่ผมเอ่ยชื่อหัวหน้าอุทยาน
ขอเอ่ยนามเขาสักครั้ง เขาชื่อ “ศรายุทธ ตันเถียร”
และคนในนามสกุล “ตันเถียร” ภาคภูมิใจกับเขาผู้นี้ครับ


 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
นายลัทธภพ แก้วโย


HASTAG : บุรุษผู้ทวงเงินคืนชาติพันล้านบาท  คนดี 

ติดตามข่าวอื่นๆ