น้ำผักสะทอน ซอสปรุงรสจากใบไม้ของชาวด่านซ้าย

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปลายเดือนมีนาคม  ถึงเดือนเมษายน  ชาวอำเภอด่านซ้าย  และอ.นาแห้ว จ.เลย จะเข้าป่าไปเก็บใบต้นสะทอนเพื่อนำมาทำเป็นน้ำผักสะทอน ซึ่งเป็นน้ำซอสปรุงรสที่นิยมติดไว้ในครัวเรือนสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ  ใช้ปรุงอาหารแทนน้ำปลาหรือปลาร้า เหยาะนิดหน่อยก็ได้กลิ่นหอมของน้ำผักสะทอน

โดยเฉพาะที่บ้านบุ่งกุ่ม  ต.นาหอ  อ.ด่านซ้าย  จ.เลย มีแหล่งต้นสะทอนซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นที่ภูเตาโปง  และที่สำคัญภูเตาโปง มีต้นสะทอนใหญ่ที่สุดใหญ่ที่สุดในแถบนี้ด้วย  ซึ่งชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์ป่าไว้ได้อย่างดี จนกลายเป็นป่าชุมชนขนาดใหญ่ พื้นที่กว่า 4,000 ไร่  ได้รับรางวัลป่าชุมชนรองชนะเลิศระดับประเทศจากกรมป่าไม้มาแล้ว

นางวราภรณ์  เสนานุช  ชาวบ้านบุ่งกุ่ม เล่าถึงวิธีการทำน้ำผักสะทอนว่า เริ่มจากไปเก็บใบต้นสะทอนในป่า  แล้วนำมาตำด้วยครกมอง หรือใช้เครื่องตัดหญ้าปั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ หลังจากน้ำนำมาใส่โอ่ง เติมน้ำ หมักไว้ 2- 3 วัน แล้วแยกน้ำออกจากใบสะทอน นำไปเคี่ยวในกระทะให้กลายเป็นน้ำสีน้ำตาลเข้ม  ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง  ใส่ถังไว้รอให้เย็นแล้วเทใส่ขวดไว้ปรุงอาหาร เก็บได้นานกว่า 8 เดือนโดยไม่ใช้วัตถุกันเสียหรือสารปรุงแต่งแต่อย่างใด  เหลือจากการรับประทานในครัวเรือนก็ขายขวดละ 120 บาท  ส่วนเศษใบผักสะทอนที่เหลือ ก็นำไปเพาะเห็ดไว้รับประทานได้อีก


ทั้งนี้  น้ำผักสะทอน โครงการวิจัยพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิวเศวัฒนธรรมภูเตาโปง โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย คัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ชุมชนบ้านบุ่งกุ่ม  ต.นาหอ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ที่จะมีการพัฒนาคุณภาพและบรรจุภัณฑ์เป็นสินค้าสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านอีกทางหนึ่งด้วย.

 ข่าว/ภาพ ภัทราวุธ บุญประเสริฐ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เลย


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายภัทราวุธ บุญประเสริฐ(เก่ง)


HASTAG :

ติดตามข่าวอื่นๆ