สนธิญาณ ชี้!!ห้ามนั่งหลังรถกระบะ มีกฏหมายบังคับก่อนอยู่แล้ว คำสั่งฉบับ14/2560 แค่เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้รัฐบาลยอมถอย เหตุกระแสโซเชียลสร

รายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 6 เมษายน 2560 ออกอากาศทางช่อง ไบรท์ทีวี หมายเลข 20 ดำเนินรายการโดย คุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) บรรณาธิการอำนวยการ สำนักข่าวทีนิวส์ โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
 

สนธิญาณ ชี้!!ห้ามนั่งหลังรถกะบะ มีกฏหมายบังคับก่อนอยู่แล้ว คำสั่งฉบับ14/2560 แค่เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้รัฐบาลยอมถอย เหตุกระแสโซเชียลสร้างแรงกดดัน ย้ำ!!ต้องกลับไปแก้ที่ต้นเหตุ พรบ.รถยนต์ ๒๕๒๒


                สนธิญาณ : ต้องขออนุญาตแจมเรื่องคำสั่งมาตรา 44 ที่ออกมาห้ามการใช้รถกระบะ สะเทือนเลื่อนลั่นกันทั้งประเทศนะครับต้องถือว่าสะเทือนเลื่อนลั่น เหตุผลที่สะเทือนเลื่อนลั่นทั้งประเทศเนี่ยก็เพราะว่ารถกระบะนะครับมันเป็นรถที่ใช้อยู่กับวิถีชีวิตประจำวันของประชาชน ดังนั้นเมื่อคำสั่ง 44 ออกมาเนี่ยนะครับก็ปรากฎว่ากระแสเสียงการคัดค้านจึงเป็นไปอย่างรุนแรง การเป็นไปอย่างรุนแรงเนี่ยนะครับ ผมนั่งเฝ้ามองเนี่ยมันก็รู้สึกแปลกใจอยู่นะ คุณยุคล ตอนนี้จะมาศึกษารายละเอียดอย่างจริงจัง ต้องเรียนว่าบ้านผมอยู่พุทธมณฑลสาย 4 ก็จะวิ่งมาทำงานเนี่ยนะครับมันจะต้องผ่านถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งมันจะมีจังหวะที่ถนนเนี่ยตัดกันระหว่างถนนพระบรมราชชนนี กับพุทธมณฑลหรือถนนกาญจนา ตรงโค้งที่ตัดเนี่ยนะครับ จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ตลิ่งชัน ตั้งด่านทุกวัน ผมก็ไม่รู้ว่าจะเป็นนโยบายของ สน.ตลิ่งชัน หรือกองบัญชาการตำรวจนครบาลหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ก็ตามแต่นะครับ โค้งนี้ตั้งทุกวัน และก็จะมีการจับกุมรถกระบะหรือรถบรรทุกเนี่ยเป็นพิเศษ ต้องใช้คำว่าอย่างนี้นะครับ เหตุผลในการเรียกจับเราก็นั่งดูมันก็เออ ดีนะ มันเรื่องความปลอดภัยนะ บรรทุกเลย ล้ำกระบะท้ายมาบ้าง ผูกอะไรไม่แข็งแรง มันอันตรายจริงๆ อันตรายตรงที่ผมเรียนอย่างนี้ว่า เพื่อนผมเนี่ยนะครับเคยตาย เพราะไอ้รถกระบะคันหน้านะครับชนกัน ชนท้ายกัน และไอ้เหล็กที่ผูกอยู่ท้ายรถบรรทุกเนี่ยมันพุ่งมาเสียบทะลุกระจกรถเก๋งคันหลังตาย นะครับ เพราะฉะนั้นรถกระบะด้านหนึ่งเป็นอันตราย ในขณะที่มีการโอดครวญกันว่าเป็นรถที่ใช้กับชีวิตประจำวันของประชาชน ถัดมา จับทุกวันเห็นทุกวัน ที่สน.ตลิ่งชันเนี่ย ก็คือคนงานก่อสร้าง นั่งมาท้ายรถกระบะ ผู้รับเหมาเนี่ยจะเอาไม้มาพาดบนกระบะครับ มาเป็นเรียงๆกันไว้ แล้วให้คนงานก่อสร้างนั่ง ก็จับมาตลอด สรุปก็คือเรื่องนี้มันจับกันมานานแล้ว ทีนี้เราต้องย้อนกลับมาดูว่าคำสั่งของ คสช.เนี่ยนะ มาตรา 44 เนี่ยนะที่ออกมาประกาศใช้ฉบับที่ 14/2560 ผมเรียนย้ำนะครับให้ท่านผู้ชมได้เข้าใจเรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพนะครับ มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรเพื่อควบคุมวินัยจราจรอย่างเข้มข้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สรุปมันคืออะไร มาตรา 44 เนี่ยไม่ได้ออกมาเพื่อจะตั้งใจจะจับรถกระบะหรือรถที่ประชาชนใช้ในวิถีชีวิตนะ กฎหมายมันใช้คำสั่ง พูดออกมาชัดเจน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เอ้าถ้างั้นแล้วกฎหมายจริงๆเขาบังคับไว้ว่ายังไงล่ะคุณยุคล เราก็ต้องทำความเข้าใจล่ะครับให้เห็นแจ้งตามสไตล์ทีนิวส์เนี่ย คุณยุคลเห็นไหมฮะรถที่วิ่งอยู่บนถนนนะครับท่านผู้ชม มันจะมีป้ายเนี่ยเป็นสีๆอยู่ ป้ายทั่วไปเราจะเห็นคือป้ายพื้นขาว ตัวหนังสือสีดำ ไม่ว่าจะเป็นรถตู้ รถกระบะ รถเก๋งนะครับ มันก็มีนะ ทุกประเภท ป้ายขาว ตัวอักษรสีดำ ต่อมาเราจะเห็นอีกนะครับคือป้ายสีขาว แต่ตัวอักษรสีฟ้า และประการถัดมาคือป้ายสีขาว ตัวอักษรสีเขียว อ้าว สังเกตุไหมครับ ป้ายเนี่ยมันมีความหมาย เพราะป้ายเนี่ยหมายถึงการจดทะเบียนรถ ป้ายสีขาวเนี่ยนะครับ โดยที่ตัวหนังสือสีดำเขาเรียกว่า รถเขาจดไว้เนี่ย 3 ประเภทนะครับ คือลักษณะรถยนต์ในประเทศไทยมีทั้งหมด 17 ประเภท แต่สิ่งที่เราเอามาพูดเนี่ย 3 ประเภท ประเภทแรกนะครับกคือรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เนี่ยป้ายพื้นขาวตัวหนังสือสีดำ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ตัวหนังสือสีฟ้า พื้นขาวเหมือนกัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล จดทะเบียนตรงนี้ต่างกันแล้ว เมื่อกี้รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งเกิน 7 คน เป็นป้ายพื้นสีขาวตัวหนังสือสีเขียว ทั้งสามประเภทนี้นะครับมันกำหนดให้เกิดความแตกต่างที่เอาจำนวนที่นั่งมากำหนด ก็เพื่อใช้ประโยชน์ในการจดภาษีคุณยุคล จะมีการหลบเลี่ยงกัน เช่น หลบเลี่ยงยังไง รถตู้ 11 ที่นั่ง นำเข้ามา 11 ที่นั่ง ซื้อมา 11 ที่นั่ง มาเปลี่ยนให้เป็น 7 ที่นั่ง ทำไมไม่ทำ 7 ที่นั่งแต่ต้น เพราะต้องเสียภาษีแพง นึกออกไหมฮะ รถกระบะซื้อมาเห็นไหม เราเห็นวิ่งเป็นรถสองแถวน่ะ ตามในกรุงเทพ ในตรอกในซอย ตามบ้านนอกน่ะ ทำได้ไหม ทำได้ครับ รถกระบะจะบรรทุกบุคคลแบบนั้นก็ทำได้ แต่คุณจะต้องจดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน แล้วมาใช้รับจ้างเป็นป้ายสีเหลืองก็ว่ากันไป แต่คุณต้องจดทะเบียนแบบนี้ ภาษีถูกกว่ารถที่นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน แต่ก็แพงกว่ารถกระบะทั่วไป อ่าวทีนี้รถกระบะมันก็จดถูก มันก็นั่งได้ตามที่นั่ง กฎหมายมันก็บังคับต่อไปอีกว่านั่งรถเนี่ยนะต้องคาดเข็มขัด พอเป็นแบบนี้เนี่ยนะครับ ที่ผ่านๆมาเนี่ยเราไม่เคยได้เห็นการบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้อย่างจริงจัง เพราะอะไรครับ เพราะอยู่ในดุลยพินิจของตำรวจ วันไหนตำรวจนึกอยากจะจับ อยากจะทำเป้า ตามส่วนแบ่ง เงินรางวัลนำจับก็จับโลด วันไหนไม่อยากจับก็ไม่จับ มันเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งแรกก่อน ผมเรียนก่อน ตำรวจที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้เนี่ยนะครับถือว่าใช้ไม่ได้ นี่ไม่ได้เข้าข้างพลเอกประยุทธ์หรอก ใช้ไม่ได้ตรงไหน ใช้ไม่ได้ตรงที่เป็นหน้าที่ของคุณ รักษากฎหมาย ถ้าคุณไม่ทำความเข้าใจในกฎหมายที่คุณรักษาเนี่ยมันก็ว่าเกินไป มันมีกฎหมายบังคับที่จะปรับจับอยู่มันชัดเจน เพราะฉะนั้นเนี่ยนะครับ เมื่อ คสช.ออกมาแล้วนะ บังคับใช้ให้มีประสิทธิภาพ คือเอากฎหมายเดิมที่มีเนี่ย ที่ตำรวจปล่อยปะละเลยเนี่ยมาใช้ให้มีประสิทธิภาพ ถูกด่าอีก ถูกด่ากันไปอีกนะ พลเอกประยุทธ์เนี่ยต้องถือว่าสุดยอดบุรุษอาชาไนยนะ หูไวตาไวกว่านักการเมืองน่ะ ความรู้สึกของประชาชนเป็นยังไง สั่งเลิกซะ สั่งเลิกนะ ผลก็เป็นที่ชื่นชม ยินดีของประชาชน แต่เรื่องนี้สะท้อนอะไร สะท้อนความน่ากลัวของโลกสื่อสารปัจจุบัน มันสร้างแรงกดดันได้ในระดับที่น่าสนใจและในกรณีของรถกระบะนั่งเนี่ยนะครับต้องเอาไปศึกษา รัฐบาลถอยได้ คสช.ยอมถอย พลเอกประยุทธ์ยอมถอย มันรุนแรงขนาดไหน แต่ความรุนแรงในการกดดันนั้นมันพูดกันทั่วๆไปแหละครับ ท่านผู้ชมอาจจะด่าผม มันก็คือการสร้างกระแสผ่านโลกโซเชียล เอากฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมาย ดังนั้นเนี่ยนะครับสิ่งที่ควรจะทำในวันนี้อย่างจริงจังจากกระแสที่เกิดขึ้น ทำอะไรครับคุณยุคล ไปแก้กฎหมาย ไปแก้ พรบ.จราจร พรบ.ขนส่งเสียนะครับ การแก้เนี่ยไปแก้ให้สอดคล้องตามที่คุณว่าเสีย พรบ.รถยนต์เนี่ยนะครับ ใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 โน่นนะครับ 40 กว่าปีแล้ว เพราะฉะนั้นไปแก้ให้ถูกต้อง สิ่งที่พลเอกประยุทธ์ต้องทำ ต้องไปจัดการคนที่เสนอความคิดอ่านเรื่องนี้มา แล้วไปปรึกษากับ สนช.รัฐบาล ว่าจะไปแก้อย่างไรให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นจริง ไอ้รถแคปที่ว่าเนี่ยจะให้ไปติดเข็มขัดอย่างไร เพราะไอ้แคปข้างหลังเนี่ยที่ผ่านมามันไว้ใช้เพื่อการบรรทุกนะ ไปทำให้สอดคล้องกับความเป็นจริงเสีย แก้กฎหมายนี่ เป็นปลายทางออกแล้วควรจะทำ ไม่ใช่กระแสเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วปล่อยให้หายไป ขอบคุณครับ


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
วรสิทธิ์ เกาะศิริ


HASTAG : สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม 

ติดตามข่าวอื่นๆ