อีกแล้ว“อภินิหารทางกฎหมาย”คำนี้คุ้นๆ!! "จารุพงศ์"เคลื่อนไหวออกแถลงการณ์เสรีไทย เดินตามเกมส์ยกเลิกม.44 ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา!!

เป็นที่ฮือฮาจากทำสารภาพของนายธีรชัย อุตรวิเชียร หรือระพิน คนสนิทของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋”  หนึ่งในผู้ต้องหาครอบครองอาวุธปืนสงคราม จากการเปิดเผยในประเด็น "กตี๋บอกกับตนว่ามีผู้ใหญ่ระบุว่ามีอาวุธอยู่ 2 ตู้คอนเทนเนอร์ แต่โกตี๋ไม่เคยเห็นอาวุธในตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว ส่วนผู้ใหญ่ที่นายโกตี๋กล่าวอ้างนั้นน่าจะเป็นอดีตหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่คนหนึ่ง" ซึ่งหนึ่งชื่อที่ถูกพูดถึงอย่างอย่างมาก ก็คือชื่อของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการ องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย และล่าสุดก็ออกมาเคลือนไหว แจ้งแถลงการ์ณเป็นที่เรียบแล้ว โดยแถลงการ์ณระบุว่า...

องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย แถลงการ์ณเรื่องจุดยืนและการเคลื่อนไหวขององค์การฯ

ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้ฝ่ายปฏิบัติการจิตวิทยา หรือฝ่ายไอโอ ของหน่วยทหารออกข่าวประสานกนตามเครือข่ายที่จัดตั้งไว้ เพื่อสร้างสถานการณ์ รวบบุคคลที่เห็นต่างทางการเมืองทุกคนทุกกล่มเข้าด้วยกัน โดยป้ายสีว่า เป็นผู้ก่อการร้าย สร้างความไม่สงบให้กับประเทศไทย ดังที่ปรากฏชัดใน
ปัจจุบันนี้นั้นองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี โยงองค์การเสรีไทยฯ ใหเป็นองค์การผู้ก่อการร้าย และขอยืนยันความจริงต่าง ๆ เกี่ยวกับเป่าหมายและการดำเนินงานขององค์การฯ ดังต่อไปนี้

ปฐมบทของการก่อตั้งองค์การเสรีไทยฯ เป็นเพราะเราไม่ยอมรับอำนาจของคณะรัฐประหารที่ได้มาจากการสร้างสถานการณ์ปั่นปวนทางการเมืองโดยกลุ่มบุคคลในเครือข่ายเผด็จการไทย เรายืนยันที่จะต่อสู้เรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกอย่างเสรีตามระบอบการปกครองตามหลักการประชาธปไตยอย่างแท้จริง
การที่ คสช. ออกคำสั่งต่าง ๆ หลังการยึดอำนาจ และยังเลวร้ายหนักขึ้นในวันนี้ จนถึงกับมีการอ้างกฎหมายรัฐธรรมนญมาตรา ๔๔ ที่อุปโลกน์ใหหัวหน้า คสช. มีอำนาจล้นแผ่นดิน สามารถส่งให้กำจัดสิทธและเสรีภาพของประชาชนอยางกว้างขวางและไร้วงจำกัดนั้น เป็นสิ่งที่เราไม่ยอมรับมาโดยตลอด และจะขอต่อต้านจนกว่าจะมีการยกเลิกการจำกัดสิทธเสรีภาพในการแสดงออก แล้วให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมเสมอภาคกันและอยู่ร่วมกันบนหลักนิติรัฐและการเคารพสิทธิมนษยชนอย่างมีภราดรภาพได้
อนึ่ง ขอประกาศว่า องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ได้ยึดมั่นและต่อสู้ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์สำคัญ ๆ ดังนี้


๑. รัฐบาลไทยจะต้องเคารพสิทธิมนุษยชนทั้งโดยพฤตินัยและนิตินัย ตามข้อผูกพันทุกเรื่องที่รัฐไทยได้ลงนามรับพันธสัญญาไว้กับองค์การสหประชาชาติ


๒. รัฐไทยต้องถูกสถาปนาให้ใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่แท้จริง อันเป็นการปกครองที่อำนาจเป็นของประชาชน ใช้โดยตัวแทนที่ได้รับฉันทานุมติจากปวงชน และทำเพื่อพิทักษ์ รักษา และอำนวยประโยชน์แก่ปวงชนทุกกลุ่มในชาติ โดยประกันสิทธิและเสรีภาพของทุกคน บนความเสมอภาค การเคารพกฎหมาย และการเคารพเสียงข้างมากของปวงชน


๓. องค์การเสรีไทยฯ สนับสนุนระบบคุณธรรม และต่อต้านระบบอุปถัมภ์ที่ใชการแต่งตั้งแทนการเลือกตั้งและใช้กฎหมู่หรือ “อภินิหารทางกฎหมาย” แทนระบบนิติรัฐ-นิติธรรม กล่าวคือ ระบอบเผด็จการไทยวันนี้ ใช้ระบบอุปถัมภ์แต่งตั้งคนของเครือข่ายเผด็จการขึ้นใช้อำนาจของปวงชน แทนระบบคุณธรรม ที่ส่งเสริมคนดีมีความรู้และความสามารถให้ได้มีโอกาสบริหารประเทศชาติ เพื่อประโยชน์ของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง

๔. รัฐบาลจากการรัฐประหาร จะต้องยกเลิกการใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ ซึ่งไปละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ระบุไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration for Human Rights) เกือบทุกมาตรา ในจำนวน ๓๐ มาตราที่องค์การสหประชาชาติประกันไว โดยการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ป่าเถื่อนถึงขั้นสังหารหมู่ประชาชนผู้ต่อต้านระบอบเผด็จการ ได้เกิดขึ้นซ้ำซาก นับแต่เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ๖ ตุลาคม๒๕๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๕ เมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๓ และวันนี้การจ้องกดขี่ ข่มขู่ และใช้ความรุนแรงรูปแบบต่าง ๆ ต่อประชาชน กำลังจะกลับมาและจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัวยิ่ง


๕. รัฐบาลเผด็จการทหาร จะต้องเร่งคืนอำนาจให้แก่ปวงชนชาวไทย โดยการจัดให้มีการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมโดยเร็วที่สุด เพื่อไมให้ความขัดแย้งและเสียหายต่อประเทศชาติบานปลายจนยากจะแก้ไขโดยสันติ


ทั้งนี้ ในฐานะองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนที่ไมแสวงกำไร องค์การเสรีไทยฯ ได้ยึดหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเป็นเป้าหมายและวิธีการ โดยถือสันติวิธี ใช้ความรู้และความจริง ตลอดจนอาศัยการรวมตัวกันของคนไทยทั่วโลก บนความชอบธรรมของเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่ถูกรัฐบาลเถื่อนปล้นอำนาจและผลประโยชน์ โดยเราถือว่า เมื่อปวงชนในประเทศไม่สามารถใช้กำลังหรือความรุนแรงต่อต้านเผด็จการที่ยึดอำนาจได้เบ็ดเสร็จ เราก็ต้องอดทนและให้โอกาสผู้ถืออำนาจรัฐทำงานจนถึงที่สุด และใช้นโยบายโลกล้อมประเทศและการให้ความรู้กับพี่น้องร่วมชาติมาโดยตลอด และหวังว่า ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันในฐานะพี่น้องร่วมชาติ ในการนำพาประเทศพ้นจากความขัดแย้งอันถึงจุดใกล้วิกฤตินี้โดยเร็ว ก่อนที่จะสายเกินไป
(นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ)
เลขาธิการ องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย
แถลง ณ วันที่ ๒๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐


ทั้งนี้นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณมีประวัติการดำรตำแหน่งทางการเมือง เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาทั้ง เคยเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่ต้องได้รับความไว้วางใจจากนาย ทักษิณ ชินวัตรเปฌนอย่างมากและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในยุคที่ระบอบทักษิณ ครองอำนาจ

อย่างไรก็ตาม ๒๔ มิ.ย. ๕๗ นายจารุพงศ์ประกาศตั้งองค์กรเสรีไทยต้านรัฐประหาร พร้อมประกาศหลัก ๖ ประการ

๑. ต่อต้านระบอบเผด็จการทหารและเครือข่ายอํามาตย์ เพื่อให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

๒. ฟื้นฟูและเสริมสร้างระบอบประชาธิปไตย ให้มีความถาวรและเป็นเสาหลักของรัฐไทย

๓.ให้เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค เสรีภาพ และสันติภาพ

๔. ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจเสรีและเป็นธรรม

๕. ปฏิรูปวัฒนธรรมไทยให้สอดรับกับระบอบประชาธิปไตย

๖. พัฒนาคุณภาพประชาชนไทยสู่ความเป็นสากล


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
วิลาสินี แววคุ้ม


HASTAG : องค์กรเสรีไทย  จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ 

ติดตามข่าวอื่นๆ