เข้าข่ายการพนัน!?!? "พล.อ.ประยุทธ์"จ่อเช็คบิล "พระทัตตชีโว" ใช้เงินบุญมาต่อยอดธุรกิจ ผิดหรือไม่? (รายละเอียด)

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวหาพระทัตตชีโวเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลที่นำเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่บริจาคให้วัดพระธรรมกายไปเล่นหุ้นว่า 

"ข้อเท็จจริงเดี๋ยวให้เขาพิสูจน์ทราบมา ตอนนี้กระบวนการยุติธรรมกำลังเข้าดำเนินการในทุกกรณี โดยเฉพาะการสอบทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ต้องทำควบคู่ไปกับการฟื้นฟู เพราะยังมีความเดือดร้อนอยู่ นั่นคือเหตุผลที่ต้องตามหาหลักฐานต่างๆ ดังนั้นขอให้อดทนหน่อย"   

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ในส่วนกรณีผ่อนปรนการบังคับใช้ ม.44 จริงๆ แล้วเขียนคลุมไว้เฉยๆ แม้จะเขียนทำโน้นนี่ได้ แต่ใช่ว่าจะทำได้ทั้งหมด ที่ผ่านมาผ่อนสั้นผ่อนยาวมาตลอด มีอำนาจเยอะแยะยังไม่ทำเลย ขอให้เข้าใจว่า ม.44 รัฐกุมครอบคลุมไม่ต้องใช้หลายกฎหมาย แต่ท้ายที่สุดนำไปสู่การใช้กฎหมายปกติ อย่างวันนี้ ม.44 มีไว้เพื่อรักษาพื้นที่ ดูแลพื้นที่ต่างๆ ให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้น แต่เรื่องคดีก็ต้องนำไปสู่กระบวนการยุติธรรม ฟ้องกันไปมาก็ว่ากันไป เข้าสู่กระบวนการฟ้องร้อง หากเกี่ยวกับเรื่องสงฆ์ก็เป็นเรื่องธรรมวินัย พ.ร.บ.สงฆ์ ซึ่งมีมาตรา 21 อยู่ ก็ต้องไปดู ตนได้ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ประสานมหาเถรสมาคมเกี่ยวกับการปกครองสงฆ์ อยากให้สื่อได้ลองอ่าน พ.ร.บ.สงฆ์ดู ตนได้อ่านจบแล้ว จึงได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ตนเกาะกฎหมายพ.ร.บ.สงฆ์มาโดยตลอด ตั้งแต่เรื่องสมณศักดิ์ก็อ่านจาก พ.ร.บ.สงฆ์ อย่าทำงานโดยคิดเอาเอง จะวิพากษ์วิจารณ์แล้วคิดเองมันไม่ได้

โดยหากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ในเพจเฟสบุ๊ค หูยแรงอ่ะ ได้มีการโพสต์คลิปและข้อความถึงกรณีวัดพระธรรมกาย ที่นพ.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์วัดพระธรรมกายและสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ที่เคยบวชพระที่วัดปากน้ำภาษีเจริญต่อมาก็เข้าสังกัดวัดพระธรรมกายซึ่งได้รับทุนการศึกษาจากพระธัมมชโย เคยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา จนกลับมาสู่ประเทศไทย แล้วเกิดเหตุการณ์พลิกผัน ไม่สามารถเดินทางเส้นเดียวกับเจ้าอาวาสผู้มีพระคุณคือพระธัมมชโยได้ นพ.มโนจึงประกาศลาออกจากวัดพระธรรมกาย แล้วไปสังกัดวัดราชโอรสารามของพระธรรมกิตติวงศ์ 

ทั้งนี้นพ.มโนได้เคยมาให้สัมภาษณ์กับรายการ รู้ทันประเทศไทย โดยได้พูดถึงวัดพระธรรมกาย ซึ่งมีอยู่ตอนหนึ่งช่วงเวลาที่ 1.04.00 น. โดยได้ออกมาแฉถึงวัดพระธรรมกาย ระบุว่าวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในวัดพระธรรมกายคืออะไร? ซึ่งมีการเขียนไว้ในเอกสารของวัดหลายอย่าง โดยตนนั้นได้เคยพูดคุย"พระราชภาวนาจารย์ (เผด็จ ทตฺตชีโว)"  ช่วงเมื่อปี2533 เป็นช่วงที่กำลังปรับปรุงองค์กรภายใน เนื่องจากมีปัญหาหลายอย่าง ซึ่งขณะนั้น นพ.มโน เป็นผู้นำปฎิรูปการบริหารของวัด ซึ่งได้เคยถาม"พระทัตตชีโว"  ว่าเราสร้างวัดเราเผยแพร่ธรรมะอย่างเดียวไม่ได้หรอครับ?? โดยไม่ต้องมาควบคุมคนมีอำนาจบังคับบัญชาคน ท่านได้ตอบว่า..."ให้กูสร้างวัดเผยแพร่ธรรมะอย่างเดียว กูไปมีเมียดีกว่า ที่กูสร้างวัดนี้ เพราะต้องการที่จะมีอำนาจควบคุมคน" และได้บอกว่าชัดไหม? พร้อมจ้องหน้านพ.มโน และแฉอีกหลายเรื่องของวัดพระธรรมกาย


สำหรับพระทัตตชีโวนั้น ในส่วนของเรื่องราวชีวิตมีความน่าสนใจไม่น้อย และถือเป็นบุคคลสำคัญอันดับที่ 2 รองจากพระธัมมชโยในอาณาจักรธรรมกาย โดยมีความสัมพันธ์กันมาตั้งแต่ครั้งเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รวมทั้งมีพระอุปัชฌาย์เดียวกันคือ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ (ช่วง วรปุญโญ ป.ธ.9) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเทพวรเวที

นอกจากนี้ยังศึกษาปฏิบัติธรรมเรียน “วิชชาธรรมกาย” กับ “คุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูง” ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ในวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ร่วมกันอีกต่างหาก

ถ้าจะเปรียบว่า คุณยายจันทร์ ขนนกยูง เป็นเสมือนจอมทัพในการก่อร่างสร้างอาณาจักรธรรมกาย เปรียบพระธัมมชโยเป็นเสนาธิการผู้คอยวางแผน พระทัตตชีโวก็เป็นขุนศึกผู้นำทัพลงสู่การปฏิบัติที่เป็นจริงไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดหาที่ดินนับพันไร่ การสร้างศาสนสถาน สร้างอาคารปฏิบัติธรรม ฯลฯ ล้วนได้แม่ทัพชื่อ พระทัตตชีโว เข้าไปบริหารจัดการให้ลุล่วงไป

พระทัตตชีโวมีนามเดิมว่า “เผด็จ ผ่องสวัสดิ์” ถือกำเนิดในครอบครัวชาวไร่ ที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2483 สำเร็จการศึกษาจากคณะเกษตรกรรมและสัตวบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ Diploma of Dairy Technology จาก Hawkesbury College, Australia

และได้ตัดสินใจบวชเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2514 ณ วัดปากน้ำภาษีเจริญ ได้รับฉายาว่า ทตฺตชีโว แปลว่า ผู้ถวายชีวิตแล้วแด่พระศาสนาต่อมาได้รับพระราชทานแต่งตั้งให้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระภาวนาวิริยคุณ เมื่อปี พ.ศ. 2535 จากนั้น ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระราชภาวนาจารย์ วิ. ในปี พ.ศ. 2556

ซึ่งจากการสืบค้นประวัติก็พบว่าก่อนหน้าที่จะมาเรียน “วิชชาธรรมกาย” เคยผ่านการศึกษา “ไสยศาสตร์” และการฝึกวิชา “คงกระพันชาตรี” มาแล้ว

ทั้งนี้พระทัตตชีโวได้เลยบอกเล่าเรื่องราวชีวิตส่วนตัว ตีพิมพ์ในหนังสือมุทิตาสักการะในวาระ 60 ปีทองของการสร้างบารมี 21 ธันวาคม พุทธศักราช 2543 และจากบันทึกที่เขียนไว้ในเรื่อง “ผจญมาร” ในหนังสือ “เดินไปสู่ความสุข” พิมพ์เมื่อปีพุทธศักราช 2512 ซึ่งแฟนเพจพระมหาเจดีย์ทัตตชีโว ต.เกาะสำโรง จ.กาญจนบุรี และเว็บไซต์ www.dmc.tv ได้นำมาถ่ายทอดให้กับศิษยานุศิษย์เอาไว้อย่างน่าสนใจ

โดยมีใจความตอนหนึ่งระบุว่า “...เมื่ออาตมามีอายุย่างเข้าวัยรุ่นนั้น อาตมารักการฝึกสมาธิมาก เริ่มต้นมาตั้งแต่ประมาณ ปี พ.ศ.2497-2498 ขณะเรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยม 4 แรกทีเดียวเป็นเพราะได้อ่านวิธีการฝึกสมาธิในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ซึ่งรจนาโดยพระพุทธโฆษาจารย์ เมื่อประมาณ พ.ศ. 900 ที่เจอเพราะรักการอ่านหนังสือ เป็นชีวิตจิตใจนั่นเอง อาตมาอ่านหนังสือทุกประเภท อ่านจนหมดห้องสมุดประชาชนประจำจังหวัดกาญจนบุรี พออ่านคัมภีร์วิสุทธิมรรคแล้วก็อยากฝึกสมาธิ แต่ฝึกเองไม่ได้ผล จึงดั้นด้นค้นหาอาจารย์สอนสมาธิ ให้บังเอิญไปพบอาจารย์ที่ฝึกสมาธิเพื่อประโยชน์ทางอิทธิฤทธิ์เข้าก่อน จึงเลยเป็นไปตามฤทธิ์หนุ่ม คือฝึกวิชาหนังเหนียว รูดโซ่ ลุยไฟ สะเดาะกลอน สารพัด ใจมันอยากจะเป็นอย่างขุนแผนกับเขาบ้าง

ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าวิชาเหล่านี้เป็นวิชามาร คิดว่าเป็นวิชาพระ เพราะมีคาถาประกอบเป็นบทสรรเสริญ พระพุทธคุณบ้าง บทสรรเสริญพระโมคคัลลาน์อัครสาวกผู้มีฤทธิ์บ้าง

“โชคดีที่อาตมามีความสนใจใคร่รู้เรื่องนรก-สวรรค์มาก ดังนั้นถึงแม้จะได้ร่ำเรียนวิชาที่ทำให้ มีอิทธิฤทธิ์มากเพียงใด วิชาเหล่านี้ก็ไม่สามารถดับความกระหายใคร่รู้เรื่องนรก-สวรรค์ได้เลย อาตมาจึงยังคงเสาะแสวงหาผู้รู้ในเรื่องนี้เรื่อยมา เมื่อมีเวลาว่างก็ดั้นด้นไปตามป่าตามเขา ไปฝึกสมาธิกับ พระเกจิอาจารย์ต่างๆ ได้โอกาสก็ถามท่านเรื่องนรก-สวรรค์เสียทุกคนไป แต่ไม่ว่าจะไปถามท่านใดทั้งที่เป็นพระภิกษุและฆราวาสว่า นรกมีจริงไหม สวรรค์มีจริงไหม เทวดานางฟ้ามีจริงไหม ก็ไม่มีใครให้คำตอบที่จริงจังชัดเจน น่าเชื่อตามได้สักรายเดียว อาตมาจึงเชื่อในสิ่งที่สามารถพิสูจน์ ได้เฉพาะหน้า คือ เชื่อเรื่องหนังเหนียว รูดโซ่ ลุยไฟ เพราะเขาทำให้เราดูได้ และเมื่อเราลองทำ ก็ทำได้จริงอีกด้วย ตอนนั้นรู้สึกภูมิใจมาก”

กระทั่งสุดท้าย พระทัตตชีโวก็ได้พบกับพระธัมมชโยซึ่งเป็นนิสิตรุ่นน้องและนำพาไปพบกับแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง เพื่อร่ำเรียนวิชาธรรมกาย กระทั่งนำมาซึ่งการสร้างอาณาจักรธรรมกายร่วมกันในเวลาต่อมา

แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือพระทัตตชีโวนั้นได้สร้าง‘พระมหาเจดีย์ทัตตชีโว’ ที่ศูนย์อบรมเยาวชนกาญจนบุรี ริมแม่น้ำแควน้อย อ.เมือง จ.กาญจนบุรี บนเนื้อที่ 150 ไร่ ห่างจากศาลากลางประมาณ 16 กิโลเมตร เป็นสาขาวัดพระธรรมกาย เพื่อบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมทั้งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

แต่ก็ถือว่าเป็นโชคร้ายที่ที่ดินตรงนั้น นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นซื้อไว้เพื่อถวายวัดพระธรรมกาย จึงได้ถูกอายัดไปในที่สุด
 

 

 

 

 

 

สินีนุช บรรเจิดธนากุล สำนักข่าวทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สินีนุช บรรเจิดธนากุล


HASTAG : สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น  พระทัตตชีโว  การพนัน  ประยุทธ์ จันทร์โอชา  วัดพระธรรมกาย 

ติดตามข่าวอื่นๆ