แฉแผนหลบหนี!!ลมหายใจสุดท้ายของ..ธัมมชโย และธรรมกาย??จะดิ้นไปทางไหน มอบตัว-ขอลี้ภัยในต่างประเทศ..กระจ่างชัด!! "ลัทธิธรรมกาย"ต้องรีบตัดสินใจ??

จากกรณีที่มีราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถอดถอนสมณศักดิ์ โดยระบุว่า ด้วย พระเทพญาณมหามุนี (พระไชยบูลย์ สุทธิผล) วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีกระทําความผิดข้อหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และรับของโจร ตามที่ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ ที่ ๙๔๒/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๙ และยังถูกกล่าวหาในคดีอาญาฐานอื่นอีกหลายฐานความผิด ซึ่งอัยการคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องในบางคดีด้วยแล้ว แต่พระเทพญาณมหามุนีไม่ยอมมอบตัวตามหมายเรียก และได้หลบหนีคดีดังกล่าว จึงไม่สมควรดํารงอยู่ในสมณศักดิ์ต่อไป และได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมต่อไปแล้ว
     
บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอน พระเทพญาณมหามุนี (พระไชยบูลย์ สุทธิผล) ออกจากสมณศักดิ์ ตั้งแต่วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๐

โดยในวันนี้(06/03/2560) ผู้ใช้เฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ปิติกรณ์ เพชรทักษิณ ก็ได้ออกมาวิเคราะห์ทางหลบหนีของธรรมกายในครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจโดยระบุตอนหนึ่งว่า LAST EXIT ทางออกสุดท้าย ของ..ธัมมชโย และธรรมกาย
.
.
ถ้าเป็นเครื่องบินที่กำลังลอยล่องอยู่บนท้องฟ้า และมีอาการเหมือน "ท่านธัมมชโย" ในวันนี้ ก็เห็นทีต้องบอกว่า "สภาพอากาศเลวร้าย ทัศนวิสัยไม่เคลียร์ เครื่องยนต์ไม่ทำงาน และปีกหลุด" วัดจากสถานการณ์ล่าสุดที่คลองสาม นับตั้งแต่ รัฐบาล ออก ม.44 เมื่อกลางดึกวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เหมือนตั้งกองกฐิน หลังจากนั้นก็มี "ผ้าป่าสมทบ" ตามมาติดๆ ทั้งปิดวัด แจ้งข้อหาเพิ่ม สั่งให้พระรองเจ้าอาวาส-ผู้ช่วยเจ้าอาวาส-โฆษกวัด และศิษย์คนสำคัญ "รายงานตัว" ต่อเจ้าหน้าที่ 1-2-3-4-5- ฯลฯ ใครไม่มาก็ออก "หมายจับ" จนต้องหลบลี้หนีหน้าไปทีละคนสองคน สำหรับท่านธัมมชโยก็โดนหมายจับเพิ่มเข้าไปอีกถึง 7 คดีด้วยกัน รวมกับของเก่าเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า "หนักขึ้นเรื่อยๆ" เมื่อวาน พระมหาเสถียร วัดพระธรรมกาย อุบลราชธานี ก็เหยียบกับดัก โดนยึดบัญชีเงินสดกลางตลาดคลองหลวงถึง 13 ล้าน ตกวันนี้ มีพระบรมราชโองการ "ถอดสมณศักดิ์" พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) ออก เหลือฐานะเพียง "พระธัมมชโย" เท่านั้น
.
.
ก่อนหน้านั้น พระธัมมชโย ทำที "ลาพัก" จากตำแหน่งเจ้าอาวาส โดยยกตัวเองสูงขึ้นเป็นถึง "เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์" แล้วก็ตั้งผู้ช่วยเจ้าอาวาสมากมายหลายรูป "หมุนเวียนกัน" เข้ามาเล่นเก้าอี้ดนตรี เพื่อหลอกตาเจ้าหน้าที่รัฐ นับตั้งแต่ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย จนกระทั่ง เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ถูกเรียกตัวเข้ามารับหน้าเสื่อช่วยเหลือหลวงพ่อหมด
.
.
แต่วันนี้ เมื่อพระธัมมชโย ถูกพระบรมราชโองการ "ถอดสมณศักดิ์" ก็เท่ากับว่า "หมดเนื้อหมดตัว" แล้ว ทั้งยศถาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่งแห่งหน เหลือสิ่งสุดท้ายก็คือ "ศรัทธา" ในใจชาวธรรมกาย ซึ่งยังคงเชื่อมั่นไม่เสื่อมคลาย
.
.
ถามว่า ต่อจากนี้ไป พระธัมมชโย จะอยู่อย่างไร ?
.
.
คำตอบที่คำนวนได้ก็คือ อยู่ไม่ได้ เพราะรัฐบาล คสช. ไม่ยอมให้มี "รัฐอิสระ" ในเขตประเทศไทย และไม่ยอมซูเอี๋ย ไม่งั้นคงไม่สั่งถอดยศพระธัมมชโยหรอก บอกได้คำเดียวว่า นี่คือสัญญาณสุดท้ายแล้ว ถ้าเป็นเครื่องบินที่ตรวจพบว่า เครื่องยนต์ไม่ทำงาน และปีกหลุด กัปตันที่ฉลาด มีสติ และมีความรับผิดชอบต่อผู้โดยสาร และทรัพย์สิน (รวมทั้งตัวเครื่องบิน) ก็ต้องรีบหาทาง ประคองเครื่อง เพื่อลงจอดฉุกเฉิน ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ถึงมิใช่สนามบินก็ตาม
.
.
ดังนั้น จึงเชื่อว่า พระธัมมชโย พร้อมด้วยบริวาร ต้องเตรียมการ "ถอย" ออกไปตั้งหลักในต่างประเทศ ซึ่งมีวัดสาขาอยู่มากมายทุกมุมโลก สามารถเป็นที่รองรับได้สบาย และต้องรีบทำ ซึ่งเชื่อด้วยว่า ถ้าพระธัมมชโย เจรจา "ขอออกนอกประเทศ" ทางรัฐบาล คสช. ก็คงยินยอม "เปิดทาง" เพราะไม่อยากเสียเลือดเสียเนื้อคนไทยซึ่งเป็นชาวพุทธด้วยกัน การลี้ภัยในต่างประเทศนั้น จะทำให้พระธัมมชโย สามารถอยู่ได้อย่างสง่างาม เพราะ
.
.
1. นานาชาติยอมรับความแตกต่างทางด้านลัทธิศาสนา ถ้าไม่ไปยุ่งการเมืองในบ้านเขา ดังนั้น จะสอนว่า "พระนิพพานเป็นอัตตา" ก็ไม่มีใครว่าแล้ว เพราะแยกลัทธินิกายไปแล้ว หรือจะสอนว่า สตีฟ จ็อปส์ ไปเกิดเป็นอะไร ก็ไม่มีใครว่าอุตริ เพราะเป็นลัทธินิกายใหม่แล้ว ถ้าเชื่อและจะอุปถัมภ์ก็ทำไป ไม่มีใครเดือดร้อนด้วย
.
.
2. กรณีการดึง "องค์กรนานาชาติ รวมทั้งนักสิทธิมนุษยชน" มาช่วยนั้น จะช่วยได้ก็ในการไปต่างประเทศนี่แหละ แต่ถ้าเป็นในประเทศ ต่อให้โวยวายหนวกหูอย่างไรก็ไม่มีทาง ดูแต่ที่ประเทศพม่า ถามว่าช่วยได้ไหม กรณีธรรมกายก็เช่นกัน ถึงนักสิทธิมนุษยชนจะจ้องตาเป็นมัน แต่ก็คงได้แค่..แลดู ไม่มีอำนาจอะไรเข้าไปช่วยเหลือ เผลอๆ นะ ถ้าตาย ก็อาจจะแค่ "ฟ้องโลก" เท่านั้น ดังนั้น การลี้ภัยไปต่างประเทศ จึงเป็นการ "เข้าสู่อ้อมอก" ของนานาชาติอย่างแท้จริง
.
.
3. วัดพระธรรมกาย "เลือก" ที่จะไม่มอบตัวหลวงพ่อธัมมชโยและพระผู้ใหญ่ในวัดให้แก่ทางการ แถมยังตั้งค่ายคูประตูรบ พร้อมสำหรับแตกหัก ประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ขอตายในวัด" บ้าง "ขอตายหน้าวัด" บ้าง เป็นการ "ปิดทางออก" สำหรับตัวเอง ถ้าจะอยู่ก็มีทางเดียว คือ สู้จนชนะ หรือไม่ก็แพ้ แต่ถามว่า มีทางชนะไหม ? ถ้าไม่ชนะ ก็แสดงว่า ชาวธรรมกาย "เลือก" ที่จะย้ายออกไปตั้งถิ่นฐานใหม่ให้แก่นิกายของตัวเอง แม้จะมิได้มีนิตินัย แต่ทางพฤตินัยมันเป็นไปแล้วจริงๆ
.
.
4. ไม่สูญเสียศรัทธาที่อยู่ในใจชาววัดพระธรรมกาย ซ้ำอาจจะเพิ่มมากขึ้น เพราะสงสารหลวงพ่อ ต่อให้หลวงพ่อไปอยู่แห่งไหนในโลก พวกเขาก็จะตามไปไม่ทอดทิ้ง ไปแบบนี้ยิ่งใหญ่กว่าอาจารย์ยันตระเห็นๆ แบบว่าไปถึงก็เปิดตัวประกาศนิกายใหม่ได้เลย ไม่ต้องเคอะเขิน
.
.
5. ยอมเสียศูนย์ใหญ่ไป แต่ได้ศูนย์ต่างประเทศไว้ "ทั่วโลก" เพราะใครๆ ก็รู้ว่า บรรดาศูนย์วัดพระธรรมกายทั่วโลกนั้น "ขึ้นตรง" ต่อพระธัมมชโย มิได้ขึ้นตรงต่อมหาเถรสมาคม เมื่อพระธัมมชโยออก พวกเขาก็ยินยอมพร้อมใจและสมัครใจออก ซึ่งข้อนี้ เป็นไปตามหลักของท่านประธาน "เหมา เจ๋อ ตุง" ที่วางไว้ว่า "เสียที่เหลือคน คน-ที่ ล้วนอยู่ เสียคนเหลือที่ เสียทั้งที่ เสียทั้งคน" คนระดับธัมมชโย ซึ่งว่ากันว่าอัจฉริยะมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทยในรอบ 200 ปี คงไม่ยอม "เสียทั้งที่ เสียทั้งคน" นอกจากคน "เสียจริต" คือ บ้า !
.
.
6. ปิดทางแห่งความแตกหักและสูญเสียหนัก ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพระภิกษุสามเณรและญาติธรรม เพราะสุดท้ายแล้ว รัฐบาลก็ต้องยึดวัดพระธรรมกายอยู่วันยังค่ำ ไม่มีทางปล่อยให้เป็นรัฐอิสระ ขืนดันทุรังอยู่ก็ต้องสู้กันสถานเดียว แต่ถามว่า คุ้มหรือไม่ที่จะเดินหน้าต่อหลังจากนี้ (หลังจากมีพระบรมราชโองการถอดยศผู้นำสูงสุด)
.
.
7. ถ้ายอมถอนตัวออกนอกประเทศไทยตั้งศูนย์ธรรมกายใหม่ในต่างประเทศ ก็แสดงว่า "ชาวธรรมกายยังคงมีสติปัญญา" สามารถประคองตัวเอาไว้ได้ ไม่ศรัทธาบ้าบิ่นเหมือนดังที่สังคมสงสัยเรื่อยมา ถือได้ว่าเป็นการปรับดุลไม่ให้เสียการทรงตัวไปมากกว่านี้
.
.
8. เชื่อว่า ชาวธรรมกายทุกท่านทุกคน ทั้งพระเณรและญาติธรรม ไม่มีใครอยากเห็นพระธัมมชโยต้องถูกจับสึกและติดคุก ซึ่งเป็นสภาพที่อเน็จอนาจทนดูและทำใจไม่ได้แน่ และเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วจะหาทางออกอย่างไรที่ไม่ต้องเสียน้ำตาและฆ่าตัวตาย ศิษยานุศิษย์ในท่านธัมมชโยนั้นมีอยู่มากมาย ทั้งที่ฐานะดี มียศตำแหน่ง ทั้งในและต่างประเทศ สามารถจะช่วยเหลือหลวงพ่อได้ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลก แต่สภาพวัดพระธรรมกายภายใต้ ม.44 ที่เห็นตรงหน้านี้ ไม่มีทางช่วยได้เลย มีแต่รอวันตายเพียงประการเดียวเท่านั้น ดังนั้น ถ้าให้ทุกคนลงความเห็น ก็คงไม่มีใครอยากให้หลวงพ่ออยู่ที่เดิมอีกต่อไป เพราะถามใครๆ ก็บอกว่า "หลวงพ่ออยู่ในใจพวกเราเสมอ" แต่ที่ลำบากกันทุกวันนี้ ก็เพราะมิใช่หลวงพ่ออยู่ในใจเท่านั้น แต่เพราะท่านอยู่ในวัดด้วย
.
.
และนี่คือ "หัวใจ" ของวิกฤติการณ์ตรงหน้า ไม่มีเวลาแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ "ห้าเสือ" ต้องตัดสินใจ สละเรือใหญ่ ลงเรือเล็ก ดังนั้น จึงเชื่อว่า การขอลี้ภัยในต่างประเทศ จะเป็นคำตอบสุดท้าย ของท่านธัมมชโยและธรรมกาย

 


ภาพจาก FB ปิติกรณ์ เพชรทักษิณ

โดยเอกสิทธิ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูลจาก ปิติกรณ์ เพชรทักษิณ


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
เอกสิทธิ์ ชูวารี


HASTAG : หลบหนี  มอบตัว  ดีเอสไอ  วัดธรรมกาย  ธัมมชโย 

ติดตามข่าวอื่นๆ