สนิทวงศ์...คงไม่สนิทใจ???"เปลวสีเงิน"โดดยิงคำถาม ตอกหน้าหงาย"พระสนิทวงศ์"ไม่ต้องการเป็นวัด แค่หวังอาศัยคราบวัดพรางตาพรางตัว

วันที่ 27 ก.พ.60  เปลว สีเงิน หรือโรจน์ งามแม้นนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ผู้เขียนบทความวิเคราะห์การเมืองและสังคม ตีพิมพ์ในหน้า 5 ของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ชื่อคอลัมน์ "คนปลายซอย"ได้เขียนวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ในการเข้าจับกุมตัวพระธัมมชโย โดยระบุว่า...

"สนิทวงศ์" โพสต์ fb วันก่อน.........

"ถ้ามีพระและประชาชนเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?"

มาวันนี้..........

คงต้องถามหาความรับผิดชอบจากสนิทวงศ์ผู้เป็น "ต้นแบบ" เรียกร้องให้ยกเลิก ม.๔๔ บ้างเหมือนกัน ว่า

"ถ้าธรรมกายเป็นวัดจริง ทำไมจึงไม่นำผู้เสียชีวิตไปตั้งศพบำเพ็ญกุศลให้ภายในวัด เป็นการระลึกถึงคุณงามความดีล่ะ?"

อาณาจักรธรรมกาย มีพื้นที่ร่วม ๒ พันไร่ มีสาวกเป็นแสน-เป็นล้าน มีสถานที่เพื่อพิธีกรรม-พิธีการต่างๆ มากมาย

แต่เหตุใด จึงไม่มี "ศาลาตั้งศพ-เมรุเผาศพ"?

เนื้อแท้ทางเจตนา ก็คงไม่ต้องการเป็นวัด แค่หวังอาศัยคราบวัดพรางตา-พรางตัว เพื่อความสะดวกในการขับเคลื่อนลัทธิ

ธัมมชโย ก็แบบลัทธิผีบุญ อย่างฝรั่งก็ลัทธิจิมโจนส์ อย่างญี่ปุ่นก็ลัทธิโอมชินริเกียว ประมาณนั้น

พวกนี้สร้าง "รัฐซ้อนรัฐ" เพื่อการหลอกลวงทั้งนั้น!

ผมมานั่งดูๆ ความเป็นไป "วงการสงฆ์" วันนี้ ยิ่งต้องขอบคุณการเข้าควบคุมอำนาจการปกครองของคณะ คสช.เมื่อ ๒๒ พ.ค.๕๗

ในรอบ ร่วม ๒ ทศวรรษ...........

การเมืองระบอบเลือกตั้ง ที่ต้องเอาใจ ตามใจชาวบ้าน อิทธิพลถิ่น ผู้ประกอบธุรกิจสีเทา รวมทั้งคนในระบบราชการ โดยเฉพาะตำรวจและการปกครองท้องถิ่น

ทำสังคมมักได้ เคยตัว กอบโกย-โกงแล้วแบ่งกัน ประเทศชาติอ่อนแอ จากไทยประเทศผู้นำในภูมิภาค กลายเป็น "ผู้นำหลงยุค" น่าทุเรศ น่าอับอายในภูมิภาค!

ผมก็นึกแค่ว่า ๒๒ พฤษภาคือการ "ยับยั้ง" การพังของระบบบ้านเมือง!

แต่มาวันนี้..........

มารู้เช่นเห็นชาติคนหัวโล้นห่มเหลืองลัทธิธรรมกายในคราบวัด และมาเป็น "บางพระ" จากเหนือ-อีสาน-ใต้ ด้วยอามิสธรรมกายบังธรรม

หน้าด้าน ไร้ยางอาย ในคราบธงชัยพระศาสนา พากันมาทำทุราจาร เป็นกองกำลังเหลือง ปกป้อง "ธัมมชโย" ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลายคดี และหลบหนี

เจ้าหน้าที่คาดว่า หลบซ่อนอยู่ ณ จุดใด-จุดหนึ่งในอาณาจักรธรรมกาย จึงจะเข้าตรวจค้น

พบก็จะนำตัวไปเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย

ถ้าไม่พบ...ก็จะถอนกำลังกลับ!

ก็แค่นั้น.......

แต่ไม่ทราบด้วยเจตนาซ่อนเร้นใด สาวกผีบุญ ทั้งพระและชาวบ้าน นับเป็นหมื่นคนที่อยู่ในอาณาจักรจานบิน

ต่อต้าน-ขัดขวางทุกรูปแบบ ไม่ยอมให้ตำรวจ-ดีเอสไอ เข้าไปตรวจค้น!?

ระหว่างนั้น ก็ใช้ระบบสื่อสาร ระดมเรียกทั้งพระใต้น้ำเลี้ยง ทั้งมวลชนผลัดกันใช้ มาเป็นกำลังหนุน

การสร้างภาพ "มายามาร" หวังอาศัย "คราบพระ-คราบสีเหลือง" เป็นจุดจี้ใจผู้พบเห็นให้เป็นว่า "รังแกพระ" จึงเกิดเป็นรายวัน

อาหารสด-แห้งในวัด มีขนาดเลี้ยงได้ทั้งกองทัพ ก็สำออย ทั้งพระ-ทั้งคน กำลังจะอดตาย

ร้อยวัน-พันปี พระเณรธรรมกายไม่เคยออกบิณฑบาตข้างนอก ก็สร้างภาพ จะออกบิณฑบาต แต่ทหารปิดทาง

แล้วก็สร้างวาทกรรมเป็นแชร์ลูกโซ่........

"ให้ยกเลิก ม.๔๔"

"ม.๔๔ เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา"

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เขาประกาศมิให้พระจากทั่วประเทศมาร่วมชุมนุมที่ธรรมกาย

ก็ไม่ฟัง พระสังฆาธิการเหนือ-ใต้-อีสาน "บางแห่ง" เกณฑ์พระ-เณร มาดังที่เห็นพฤติกรรมกันอยู่

ดังนี้ ผมจึงได้คิดว่า...........

การเข้าควบคุมอำนาจของ คสช. เมื่อ ๒๒ พ.ค.ไม่เพียงเป็นคุณ ด้านยับยั้งการพังของตลิ่งบ้านเมืองเท่านั้น

อีกด้านที่คาดไม่ถึงมาก่อน คือด้านการปกครองคณะสงฆ์ไทย ตลิ่งพุทธจักร ก็พังบรรลัยไม่แพ้กัน

"กิน-กาม-เกียรติ" ไม่ได้จำกัดใช้เฉพาะฆราวาสเท่านั้น ยุคนี้-วันนี้ กระทั่งวงการสงฆ์ "เฉพาะบางสงฆ์"

ก็หน้าด้าน-ไร้ยางอาย-ไร้สำนึก ไม่ต่างกัน!

ถามคนที่ "สักแต่ว่าเป็นพระ" สักคำ............?

"พระวินยาธิการ" หรือ "ตำรวจพระ" ที่ทางเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ส่งมา "ตรวจใบสุทธิ" พระแต่ละรูป ในสำนักจานบินก็ดี ที่เดินทางมาเป็นเหลืองสมทบอยู่ภายนอกก็ดี

ทำไมจึงไม่ยอมให้ตรวจ?

มันเป็นคำตอบในตัวอยู่แล้วว่า เพราะบางส่วน เป็นคนแปลกปลอมมาในคราบพระ-คราบเณร มีทั้งคนไทย และคนต่างชาติ

เขาขอตรวจ จึงขัดขืน-บ่ายเบี่ยง อ้างโน่น-อ้างนี่ โกนหัว-ห่มเหลืองบวชกันเอง จึงไม่มีใบสุทธิรับรอง!

สนิทวงศ์ สาวกผีบุญ ปั้นวาทกรรม การใช้ ม.๔๔ เป็นการใช้ความรุนแรงต่อพระพุทธศาสนา


และบอกให้รัฐบาล "อย่ามายุ่งกับวัดธรรมกาย ทางวัดจัดการกันเองได้"!?

ก็แบบนี้ใช่มั้ย สนิทวงศ์ ที่ว่าจัดการกันเองได้..........

พระพุทธศาสนาไม่พัง แต่คณะสงฆ์ไทยจะพังพินาศ ก็พระใต้น้ำเลี้ยง พระเมาเงินใส่ซองจากลัทธิธรรมกายนี่แหละ

ทั้งบวชจริง ปลอมบวช ก็ด้วยเป้าหมายเกาะศาสนาลวงโลกหากิน แล้วสนิทวงศ์ก็ยกกุศลเจตนา การใช้ ม.๔๔ ของรัฐบาล หวังเก็บกวาดขยะเหลือง อย่างธัมมชโยให้วงการสงฆ์

ก็พลิกลิ้นเป็นว่า ใช้ความรุนแรงต่อพระพุทธศาสนา

ไอ้ตัวขายค้อน ขายสวรรค์ สอนให้กู้มาเปิดบัญชีบุญ เพื่อปิดบัญชีบาปน่ะรึ เป็นพระพุทธศาสนา ...สนิทวงศ์?

บ้า-ก็บ้าไปเลย อาจรอด แต่ถ้าบ้าด้วยเล่ห์แบบนี้ ระวังนะ...จะเจอฎีกานิมนต์ข้อหา "กบฏผีบุญ" ไปด้วย!

คนกว่าครึ่ง-ค่อนประเทศ เขายกมือท่วมหัว ที่เห็นรัฐบาลเอาจริงเอาจังกับเรื่องลัทธิธรรมกายลวงโลก

มีแต่คนบอกว่า ถ้ารัฐบาลถอย...จะถอง!

คือต้องการให้รัฐบาลเดินหน้าต่อไป ช้า-เร็ว ไม่เป็นปัญหา ห่วงแต่ว่า ต้องเอาตัวธัมมชโยมาเข้ากระบวนการกฎหมายให้ได้เท่านั้น

ต้องชำระล้างลัทธิธรรมกาย จัดระเบียบพวกพระนอกรีต พวกปลอมบวช พวกจัญไรในคราบเหลือง ให้คณะสงฆ์ไทยก่อน

อย่าหลับหู-หลับตา เอาความเป็นคณะสงฆ์ไทยที่ "นานายังเน่าใน" ไปผลักเป็นภาระให้ "มหาเถรสมาคม" ชุดใหม่ ผอ.สำนักพุทธคนใหม่ ต้องยุ่งยาก-ลำบากใจ

พระแท้ๆ นั้น ท่านปกครองได้ เพราะมีธรรม

แต่พวกปลอมบวช พวกผีบุญซุกคราบศาสนา พวกนี้ รังแต่จะสร้าง "อนันตริยกรรม" ถ้าไม่ชำระให้สะอาดก่อนถวายสู่การปกครอง

รัฐบาลลุงตู่นั่นแหละ...จะบาป!

เพราะพระประเภท "โจรศาสนา" มันไม่มีธรรม มีแต่ริยำกรรม ย่อมไม่เห็น "มหาเถรสมาคม" อยู่ในสายตาที่จะเชื่อฟังอยู่แล้ว

พูดถึงสำนักพุทธ ก็ทราบกันไว้ "นายพนม ศรศิลป์" ผอ.สำนักพุทธคู่บุญธรรมกาย นายกฯ ประยุทธ์ ทำคุณให้พระศาสนา

ใช้ ม.๔๔ ย้ายไปเป็น "ผู้ตรวจสำนักนายกฯ" แล้ว!

ให้ "พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" ผู้บัญชาการสํานักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI มาเป็น ผอ.สำนักพุทธแทน

คนนี้ ผมฟังมาหลายเสียง.........

นี่แหละ "ตำรวจพระ" ขนานแท้ มาถูกที่-ถูกทาง และรับประกันทั้งด้านศีลธรรมและด้านการใช้กฎหมายมีคุณธรรม!

สำนักผีบุญธรรมกาย เจอ ผอ.สำนักพุทธคนนี้ ก็ระวัง ถ้าผีบุญไม่ออกเอง จะเป็นผีนรกคาสำนัก บอกไม่เชื่อ

ทั้งพระธรรมกายและแก๊งรับซองธรรมกาย จะเห็นว่า บวชกันมานานๆ แต่ไม่รู้เรื่อง-รู้ราวอะไรเลย

การสวดมนต์ ใช่ว่าอยากสวด จะนั่งที่ไหน สวดที่ไหน เวลาไหน ก็สวดกะเรี่ย-กะราดไปเรื่อย

ที่ทำกัน ก็เจตนาใช้เสียงสวดฟ้องชาวบ้านว่า ตำรวจไม่เคารพธรรม-ย่ำยีพระ ทำนองนั้น

แล้วที่เห็น มาจากภาคนั้น-นี้ พระเจอพระ ทั้งที่อยู่นอกวัด ตามถนนหนทางก็ไหว้กันระส่ำไปหมด แสดงว่าไม่รู้ระเบียบและพระธรรมวินัยที่พึงปฏิบัติ

ยิ่งสนิทวงศ์ด้วยแล้ว ตอกย้ำว่า เพียงอาศัยผ้าเหลืองคลุมพรางตา โกหกเป็นไฟ ก็เท่านั้น

ที่เห็นทนโท่ ยืนอ่านโพย ขอทานชาวบ้าน อาตมาต้องการ เนื้อบด เนื้อ เนื้อไก่ ผัก น้ำพริก เรียกว่าอาหารสด เครื่องกิน-เครื่องแกงสารพัดนั้น

พระเขาห้ามออกปากขอกับคนที่ไม่ได้ปวารณา และอีกอย่าง อาหารที่เจาะจงให้เขานำมาถวายนั้น กินคำก็อาบัติ ๑ ตัว ๑๐ คำ ก็ ๑๐ ตัว ป่านนี้อาบัติท่วมหัวถึงไหนไม่รู้

และผักหญ้าข้าวปลาอาหารที่ออกไปรับถวายกันนั่น ไม่รู้หรือ ถ้ารับประเคนแล้ว พระฉันของนั้นๆ ได้แค่เที่ยงวันเท่านั้น

หลังจากนั้น เอามาประกอบเป็นอาหารฉันอีก อาบัติจะกินกระบาล เพราะพระวินัยบัญญัติ ไม่ต้องการให้พระกักตุนอาหาร บวชเพื่อละ ไม่ใช่บวชเพื่อตะกละกิน

เหล่านี้ ตอกย้ำถึงนักบวชธรรมกายนั้น ประพฤติอยู่นอกพระธรรมวินัย ส่อถึงธรรมกายเป็น "สำนักผีบุญ" ในคราบวัด

และอยากถามสนิทวงศ์อีกคำว่า..........

ม.๔๔ เขามุ่งเฉพาะตัว "ธัมมชโย-ผีบุญ" แล้วบรรดาพระและในจานบินเดือดร้อนอะไร จึงต้องดิ้นเร่าๆ ให้ยกเลิก?

และธรรมกาย ถ้าบอกว่าเป็นวัด...........

วัดอะไร จึงมีคนเข้าไปอยู่ประจำทั้งปี-ทั้งชาติเป็นหมื่นคน เหมือนเป็นเมืองหนึ่ง ตำบล-อำเภอหนึ่ง ที่เข้าไปตั้งรกราก-บ้านเรือนอยู่กัน?

เขาให้ออก ก็ไม่ยอมออก แล้วแหกปากร้อง "ขาดอาหาร" แหกปากร้อง ถูกตำรวจ-ดีเอสไอปิดล้อม

ตำรวจ-ดีเอสไอ ไม่ได้ปิดล้อม หรือห้ามคนออก แต่ทั้งพระ-ทั้งคน ไม่ออกเอง แล้วสร้างวาทกรรมบิดเบือน

การใช้ ม.๔๔ เป็นปลายเหตุ...........

ต้นเหตุ คือตัวผู้ต้องหาหนีหมายจับชื่อ "ธัมมชโย"

ฉะนั้น การระงับเหตุ ต้องระงับที่ต้นเหตุ คือให้ดีเอสไอค้นหาตัวธัมมชโยในวัด หรือนำตัวธัมมชโยมามอบดีเอสไอ

เมื่อต้นเหตุจบแล้ว ปลายเหตุ คือ การใช้ ม.๔๔ ก็ระงับ คือจบไปเอง ตามพระธรรมที่ว่า

เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา ธรรมเหล่าใด เกิดแต่เหตุ

เตสํ เหตํ ตถาคโต พระตถาคต กล่าวเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น

เตสญฺจ โย นิโรโธ จ และความดับของธรรมเหล่านั้น

เอวํ วาที มหาสมโณ พระมหาสมณะมีวาทะอย่างนี้

 

 

เรียบเรียง noom


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายลัทธภพ แก้วโย


HASTAG : ลุงสาวกธรรมกาย  ยิงคำถาม  สนิทวงศ์คงไม่สนิทใจ  เปลวสีเงิน  ฆ่าตัวตาย 

ติดตามข่าวอื่นๆ