"สุดท้ายก็ทางเดียวกันหมด"!!!"จาตุรนต์" ร่ายยาวตามสไตล์"ห่วงธรรมกาย" ฉะคสช.ใช้ม.44เสี่ยงขัดแย้งบานปลาย ปล่อยให้คนมีหน้าที่จัดการเอง ...

นายจาตุรนต์ ฉายแสง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Chaturon Chaisang"โดยระบุว่าเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวต่อกรณีวัดพระธรรมกาย  รายละเอียดดังนี้ ..

'เป็นห่วง' กรณีวัดพระธรรมกาย
ผมติดตามเหตุการณ์กรณีวัดพระธรรมกายด้วยความเป็นห่วงและดูเหมือนเหตุการณ์จะน่าเป็นห่วงมากขึ้นทุกขณะ ที่จะแสดงความเห็นต่อไปนี้ไม่ใช่ในฐานะผู้สนับสนุนหรือคัดค้านวัดพระธรรมกายและผมไม่ต้องการเอาพรรคเพื่อไทยเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแสดงความเห็นของผมในครั้งนี้ จึงขอชี้แจงเสียก่อนว่าความเห็นต่อไปนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผมในฐานะนักการเมืองและประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น

# สถานการณ์น่าห่วงใยหลายประการ
อันดับแรกเป็นห่วงว่าจะเกิดความรุนแรงจนถึงขั้นเกิดการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตขึ้น การเป็นห่วงเช่นนี้ก็คงคล้ายกับคนจำนวนมากในสังคมไทยในเวลานี้ รวมทั้งผู้มีอำนาจบางคนในขณะนี้ด้วย เพียงแต่การมองปัญหาอาจจะต่างกัน

เหตุการณ์นี้ เริ่มจากการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องการจะเข้าไปตรวจค้นวัดพระธรรมกายเพื่อจับกุมพระธัมมชโย ซึ่งลำพังแค่นั้นก็ไม่น่าจะลุกลามบานปลายไปมากนัก แต่ที่กลายเป็นการเผชิญหน้าจนอาจจะเกิดเป็นความรุนแรงหรือสูญเสียน่าจะมาจากความพยายามที่จะกระชับพื้นที่บ้าง ยึดพื้นที่บ้าง รวมทั้งการออกหมายเรียกพระสงฆ์ 14 รูปให้มารายงานตัว และการห้ามพระและคนเข้าออกวัดซึ่งมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งพระและประชาชน ตลอดจนวัดพระธรรมกายโดยรวม

# เหตุผลและขอบเขตการปฏิบัติการ ตามคำสั่ง คสช.ที่คลุมเครือ
ความไม่ชัดเจนในวัตถุประสงค์และขอบเขตของปฏิบัติการครั้งนี้ ทำให้เกิดความหวาดระแวงหรือกระทั่งหวาดกลัวขึ้นอย่างมาก ยิ่งเมื่อหัวหน้าคสช.บอกว่า "...ส่วนเรื่องสถานที่นั้นก็ต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อไป...” ก็ยิ่งทำให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายเกิดความวิตกกังวลมากยิ่งขึ้นไปอีก
ผมจึงอยากจะเสนอว่า คสช.ควรประกาศเสียให้ชัดว่าต้องการทำอะไรแค่ไหนกับวัดพระธรรมกายกันแน่ ซึ่งการดำเนินการนี้ควรจะเป็นการจำกัดขอบเขตอยู่ที่การดำเนินคดีกับผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาเท่านั้น ไม่ควรเลยเถิดไปเป็นอย่างอื่น

# ผู้รักความเป็นธรรมทั้งหลาย ไม่ยอมรับการใช้มาตรา 44
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดความรุนแรงถึงขั้นเลือดเนื้อและชีวิต ก็คือ การใช้มาตรา 44 และการใช้กำลังทหารเข้าจัดการ
มาตรา 44 นั้นเป็นกฎหมายก็จริง แต่ก็เป็นกฎหมายที่มีที่มาที่ไม่ชอบตามหลักนิติธรรม ทั้งการที่ให้คนๆเดียวมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหนือกว่าอำนาจอธิปไตยทั้งหลาย โดยไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุล ทหารที่ถูกใช้มาจัดการปัญหาไม่ได้รับการฝึบอบรมเพื่อรับมือกับการเผชิญหน้ากับประชาชนที่อยู่กันมากๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ กับพระ เมื่อมีการใช้มาตรา 44 เพื่อการนี้ ก็เป็นไปได้ว่า ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ทั้งหลายจะเข้าใจไปว่าทำอะไรก็ไม่เป็นความผิดใดๆทั้งสิ้น ก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงยิ่งขึ้น
ผมจึงเห็นว่า ควรยกเลิกการใช้มาตรา 44 เสียโดยเร็ว แล้วหันมาใช้มาตรการหรือวิธีการตามกฎหมายปรกติซึ่งจะละมุนละม่อมกว่า และเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเขาสามารถโต้แย้งหรือร้องเรียนขอความเป็นธรรมหรือความยุติธรรมได้ เจ้าหน้าท่ีทั้งหลายก็จะได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น
 

# เป็นปฏิบัติการที่ละเมิดเสรีภาพในการนับถือศาสนา
ข้อห่วงใยประการต่อมา คือ ปฏิบัติการครั้งนี้น่าจะเข้าข่ายการละเมิดต่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา และอาจจะมีปัญหาต่อหลักการในเรื่องที่ว่า รัฐพึงมีบทบาทจัดการกับศาสนาหรือผู้นับถือศาสนามากน้อยเพียงใดด้วย
การที่พระจำนวนมากไม่อาจทำกิจวัตรของพระได้ตามปรกติ จะสื่อสารกับชาวบ้านก็ไม่ได้ คนไม่สามารถไปทำบุญหรือปฏิบัติธรรมได้อย่างไม่มีกำหนด ย่อมเป็นการละเมิดเสรีภาพในการนับถือศาสนาและการประกอบกิจกรรมทางศาสนา การให้พระจำนวนมากมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่โดยไม่บอกเหตุผลที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ ย่อมกระทบต่ออิสรภาพและเสรีภาพของพระเหล่านั้น
ส่วนปัญหาว่า รัฐกำลังจะทำอะไรแค่ไหนกับวัดธรรมกายนี้ ดูจะไม่ใช่การตีตนไปก่อนไข้ของผู้ที่ห่วงใยทั้งหลาย เพราะไม่ว่าการกระชับพื้นที่ก็ดี การยึดพื้นที่ก็ดี รวมทั้งคำพูดที่ว่าเรื่องสถานที่จะต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อไปก็ดี ล้วนทำให้เกิดความห่วงใยว่าอาจจะมีการจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งกับวัดธรรมกายก็เป็นได้

# อย่าทำแทนมหาเถรสมาคม
ถ้าดูจากการแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ ซึ่งมีอยู่หลากหลายต่างๆกันไป จะพบว่าความห่วงใยที่ว่าก็มีพื้นฐานรองรับอยู่ไม่น้อย กล่าวคือ มีผู้ห่วงใยว่า วัดพระธรรมกายกำลังจะถูกจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง ในขณะที่ก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งที่พอใจกับการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยเหตุผลว่า วัดพระธรรมกายเผยแพร่คำสอนที่ไม่ใช่พุทธแท้บ้าง บิดเบือนพุทธศาสนาบ้าง หรือทำกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับพระธรรมวินัยบ้าง ดังนั้นบางคนก็อาจต้องการให้จัดการวัดพระธรรมกายเสีย
ผมคิดว่าการที่คนมีความเห็นต่างกันต่อวัดพระธรรมกายนั้นเป็นเรื่องธรรมดา ใครจะเห็นว่าวัดพระธรรมกายไม่ใช่พุทธแท้ หรือสอนอะไรผิดๆก็เป็นสิทธิ์ ใครจะเห็นว่าการมีโรงอาหารขนาดใหญ่เป็นเรื่องไม่ถูกต้องตามหลักศาสนาพุทธก็เป็นสิทธิ์

แต่ปัญหาที่ผมคิดว่าเราควรจะตั้งหลักกันให้ดี ก็คือ แล้วควรจะให้ใครเป็นคนตัดสินว่าอะไรผิดอะไรถูก ใครควรเป็นคนจัดการอะไรอย่างไรกับวัดพระธรรมกาย
วัดพระธรรมกายยังเป็นวัดในสังกัดมหาเถรสมาคมอยู่ไม่ใช่หรือ หากมีประเด็นว่า วัดพระธรรมกายเป็นวัดในพุทธศาสนาหรือไม่ ผู้ที่จะบอกได้ก็น่าจะเป็นมหาเถรสมาคมซึ่งจะมีอำนาจจัดการกับวัดพระธรรมกาย หรือจะถือว่าเป็นนิกายใหม่ก็คงต้องให้มหาเถรสมาคมตัดสินอยู่ดี ถ้าจะถือว่าไม่ใช่ศาสนาพุทธ แต่เป็นศาสนาอื่นหรือเป็นลัทธิความเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง ก็คงต้องให้กรมการศาสนามาพิจารณา และยังต้องรับฟังความเห็นจากผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ไม่ควรให้รัฐและเจ้าหน้าที่ท่ีไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตัดสินหรือจัดการ เพราะจะเท่ากับเป็นการเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงกิจการของศาสนาโดยปราศจากหลักเกณฑ์หรือแม้กระทั่งความรู้ความเข้าใจต่อเรื่องที่กำลังจัดการอยู่ จะกลายเป็นการสร้างปัญหาเสียมากกว่าแก้ปัญหา

อย่าลืมว่าเมื่อมีการจัดการมากกว่าการจับผู้ต้องหาตามปรกติทั่วไป เรื่องนี้ก็กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งจากความแตกต่างทางความคิดความเชื่อและศรัทธา ซึ่งจะจัดการโดยหักหาญด้วยกำลังไม่ได้ ปฏิบัติการที่ใช้มาตรา 44 และกำลังทหารที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นยุทธการนั้น เสี่ยงต่อการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตที่จะเป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่งอยู่แล้ว
แต่หากคสช.เข้าไปจัดการกับวัดพระธรรมกายจนเลยเถิดไป อย่างที่มีคนเชียร์ให้ทำหรือที่มีคนห่วงใยกันอยู่ ก็ย่อมจะทำให้เกิดเป็นความบาดหมางขัดแย้งทางสังคมครั้งใหญ่ที่จะยากต่อการเยียวยาในอนาคต เมื่อมีการจัดการมากกว่าการจับผู้ต้องหาตามปรกติทั่วไป เรื่องนี้ก็กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งจากความแตกต่างทางความคิดความเชื่อและศรัทธา ซึ่งจะจัดการโดยหักหาญด้วยกำลังไม่ได้

ความไม่ไว้ใจหรือความหวาดระแวงที่ศาสนิกหรือผู้นับถือศาสนาทั้งหลายจะมีต่อรัฐ จะไม่จำกัดวงอยู่แต่เพียงศาสนพุทธเท่านั้น แต่จะขยายไปยังศาสนาอื่นๆได้อีกด้วย ในระยะยาวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและลึกซึ้งต่อเศรษฐกิจและสังคมของไทยซึ่งก็อ่อนแอและเปราะบางอยู่แล้วด้วย
ตั้งสติแล้วทบทวนเสียเถิดครับ
.......
จาตุรนต์ ฉายแสง
24 กุมภาพันธ์ 2560


 

 

รายงานโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์  สำนักข่าวทีนิวส์

ที่มา เฟซบุ๊ก "Chaturon Chaisang"

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม:"พระสนิทวงศ์" กร้าว ไล่ "บิ๊กตู่" ไปทำหน้าที่บริหารประเทศ ชี้ เรื่องของวัดธรรมกายปล่อยให้พระจัดการเอง

แกนนำม็อบชัดๆ!! "พระสนิทวงศ์" ปัดลุงฆ่าตัวเป็นศิษย์สาวก เหิมหนักไล่ "บิ๊กตู่" ไปบริหารปท.อย่ามายุ่งธรรมกาย!?! (อ่านรายละเอียด)


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์


HASTAG : จาตุรนต์ ฉายแสง  ธรรมกาย 

ติดตามข่าวอื่นๆ