จะเปิดวัดหรือเปิดตูดหนี!!!"เปลวสีเงิน"ลุ้นตัวโก่ง โค้งสุดท้าย"ล้างอาณาจักรธรรมกาย"...เห็นเค้าส่อเตือนพระใช้วิธีขงเบ้งยืมลูกธนูจากซุนกวน"

วันที่ 22 ก.พ.60 เปลว สีเงิน หรือโรจน์ งามแม้นนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ผู้เขียนบทความวิเคราะห์การเมืองและสังคม ตีพิมพ์ในหน้า 5 ของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ชื่อคอลัมน์ "คนปลายซอย"ได้เขียนวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ในการเข้าจับกุมตัวพระธัมมชโย โดยระบุว่า...

คิดเอาละกัน.........

ขนาด "มส.-พศ.-เจ้าคณะจังหวัด" ในความเป็น "รัฐบาลสงฆ์" แท้ๆ

"พระธรรมกาย" ยังปิดประตูวัดใส่หน้า!

สำมะหาอะไรกับตำรวจ-ดีเอสไอ-ทหาร ที่พวกนี้จะเชื่อฟัง และยอมให้เข้าไปตรวจค้นภายใน

ในความเป็น "วัด-เป็นพระ" ของสงฆ์ธรรมกาย...........

แต่กลับแข็งขืนอำนาจปกครองคณะสงฆ์และต่อต้านอำนาจกฎหมายบ้านเมือง

เห็นคาตากันอยู่ จะแปลความเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากโจ้งๆ ว่า ในคราบธรรมกาย คือ "วัดในพระพุทธศาสนา" แต่มีแนวปฏิบัติ "ผ่าเหล่า" เฉพาะตัว

ไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติ "มหาเถรสมาคม-สำนักพระพุทธศาสนา-เจ้าคณะจังหวัดปกครอง"

แบบนั้น ยังจะ "ใช่วัด-ใช่พระ" ในพระพุทธศาสนาอยู่อีกหรือไม่ ก็โปรดตรอง?

หรือเป็นเพียงกลุ่มบุคคลในลัทธิ-นิกายหนึ่ง ที่แฝง "คราบพระ-คราบวัด" ลวงโลก ขายบุญ-ขายสวรรค์-ขายค้อน

และตั้งแก๊งหลอกลวง ต้มตุ๋น ยักยอกฟอกทรัพย์ เป็นองค์กรร่วม "การศาสนา-การเมือง-การค้า" ขยายเครือข่ายเป็นอาณาจักร ระโยง-ระยางทั้งในและนอกประเทศ

เป็นพฤติกรรมซับซ้อน-ลึกลับ-หลบซ่อนการตรวจสอบ ซึ่งไม่น่าไว้ใจ ส่อภัยด้านความมั่นคงทั้งศาสนจักรและอาณาจักร

เคยได้ยินชื่อ "ตักศิลา-นาลันทา" ในอินเดีย กันใช่มั้ย?

นั่นเป็นวัดสถานศึกษาพระพุทธศาสนายิ่งใหญ่ มหาชนศรัทธาเลื่อมใสไม่เสื่อมถอย

หลังพระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพาน ประมาณ ๑๕๐ ปี มีคนต่างลัทธิ-นิกาย รวมทั้งคนชั่ว-คนบาป แปลกปลอมเข้าไปบวช

อาศัยคราบพระยังชีพ แสวงลาภสักการะจากชาวบ้านญาติโยม ยังความเป็นอยู่สุขสบาย

การประพฤตินอกรีต-นอกรอยพระธรรมวินัย การแปลงคำสอนพระพุทธองค์ ให้ผิดเพี้ยนไปเพื่อรองรับประโยชน์ตน ปรากฏมากขึ้น

พุทธศาสนาไม่เสื่อม.......

แต่คนเสื่อมศรัทธาพวกหัวโล้น-ห่มเหลืองไปเรื่อยๆ ในที่สุด "นาลันทา" ก็ถูกกองทัพนอกศาสนาบุกทำลาย

ฆ่าพระ-เผาวัด-เผาตำราที่บันทึกคำสอนพระพุทธองค์ เรียกว่าทำลายทุกอย่างในความเป็นพระพุทธศาสนาวอดวาย

พระพุทธศาสนาก็สิ้นจากอินเดียแต่นั้นมา!

ลุกึ่งพุทธกาล..........

วันนี้ ประเทศไทย สังคมโลกยกเป็น "ศูนย์กลางพระพุทธศาสนา"

เราทุกคนต้องพยายามรักษาแก่น หมั่นกำจัด "กาฝาก" อย่าให้มีฝังรากดูดน้ำเลี้ยง

คงเห็นกันแล้ว เมื่อวาน (๒๑ ก.พ.๖๐)

น่าดีใจ ฝ่ายบ้านเมือง โดยตำรวจ-ดีเอสไอ ร่วมแรง-ร่วมใจฝ่ายสงฆ์ ร่วมแถลงถึงการเข้าชำระ-สะสางอาณาจักรธรรมกาย

การต่อต้าน-ขัดขวางจากกลุ่มบุคคลในคราบ "พระธรรมกาย" นั่นยิ่งขับเน้นให้ทั้งสงฆ์ ทั้งฆราวาส ทั้งชาวโลกประจักษ์ชัดว่า

นี่ไม่ใช่พระ-ไม่ใช่วัด เป็นกาฝากพระศาสนา ที่ต้องกำจัดแท้จริง!

ก็ดูซี....ฝ่ายสงฆ์ ขอเข้าไปตรวจสอบ "ใบสุทธิ" พระในวัดเป็นการคัดกรอง กลับไม่ยอมให้เข้า

ฝ่ายบ้านเมือง จะเข้าไปตรวจค้นภายในตามคำสั่งศาล หาตัวผู้ต้องหาหลบซ่อนชื่อธัมมชโย ก็ขัดขวาง ไม่ยอมให้เข้า

การไม่ยอมรับอำนาจคณะสงฆ์ เท่ากับยอมรับตัวเอง "ไม่ใช่พระ" และธรรมกาย "ไม่ใช่วัด" ในพระพุทธศาสนา

การขัดขืน-ต่อต้านการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน เท่ากับธรรมกายประกาศเป็น "เขตปกครองตนเอง" ไม่ขึ้นกับบ้านเมือง

จะเป็น "กบฏผีบุญ" เหมือนยุคสฤษดิ์ เมื่อปี ๐๒ ว่างั้นเถอะ!?

เมื่อวาน เห็น "สนิทวงศ์" โชว์บัตรประชาชน มาในบทพระร้องไห้ ขอให้รัฐบาลเลิกใช้ ม.๔๔

อ้างว่า ภายในอาหารร่อยหรอ พระออกบิณฑบาตลำบาก

อ้างว่า เดือดร้อน ที่ต้องโชว์บัตรประชาชนบ่อยกับเจ้าหน้าที่!

สนิทวงศ์ไม่รู้หรือ...........?

พระต้องมี "ใบสุทธิ" แทนบัตรประชาชน ถ้าสนิทวงศ์ไม่มีใบสุทธิรับรองความเป็นพระ ก็เหมือนประชาชนไม่มีบัตรประชาชน

...........เถื่อนนะท่าน!

เห็นดีเอสไอบอกว่า ๔ โมงเช้า วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ คือวันนี้

ถึง "เดดไลน์" อาณาจักรธรรมกาย!

ตามชมละกัน แต่ผมคงไม่ได้มาคุยกับท่านซัก ๒ วัน ฉะนั้น ผลเป็นอย่างไร คุณผักกาดหอม เขาคงมาบอกท่านหรอก


ผมดูปฏิบัติการ "ล้างอาณาจักรจานบิน" เที่ยวนี้ บอกได้คำเดียว

"ครบเครื่อง" อุดร่อง-ช่องโหว่ รับมือฝ่ายตรงข้ามที่จะตีโต้ได้หมดจด

-ในความเป็นเรื่อง "ของวัด-ของพระ"...........

รัฐไม่ได้ใช้อำนาจเข้าปฏิบัติการฝ่ายเดียว หากแต่ปฏิบัติการภายใต้การควบคุมและจัดการโดย "คณะสงฆ์"

-ในเรื่องของการคุกคามสิทธิเสรีภาพ เป็นปฏิบัติการภายใต้สังเกตการณ์ของ "คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ" โดยตรงและโดยตลอด

ใครบิดข่าวสาร หรือบิดภาพ ดูแล้วสงสัยว่า ตำรวจตุ้บตั้บพระ หรือพระตื้บตำรวจกันแน่ โทร.ถาม กสม.ได้ ที่เบอร์ ๑๓๗๗

การใช้ ม.๔๔ แต่ช้า ประชาชนไม่ว่า

แต่ช้าแล้วยัง "ชักเข้า-ชักออก" ประชาชนจะด่า

แต่ถ้าผลออกมาชัวร์ ประชาชนแม้ตบหัวไปแล้ว ก็พร้อมจะลูบหลัง

แต่ดูแล้ว เที่ยวนี้ไม่ใช่เผาหลอก รัฐบาลเอาจริง ไม่ได้-ไม่เลิก!

เมื่อออกมารูปนี้ แก๊งธรรมกายจะออกรูปไหน ยอมเปิดอาณาจักรจานบินให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น หรือธัมมชโย ออกมามอบตัว!?

ผมว่า.....

เมื่ออาณาจักรจานบินถูกล้อมครบ ๗ วัน ด้วยม้าเร็วระบบออนไลน์ที่แก๊งธรรมกายส่งข่าวสารออกไประดมความช่วยเหลือ

ระวัง จะมี "มวลชนผลัดกันใช้" ปรากฏในคราบ "กองกำลังพิทักษ์พระพุทธศาสนา" ออกมาเป็น "ทัพล้อมทัพ"

โอบกระหนาบ ตำรวจ-ดีเอสไอและทหาร อีกที!

ไม่ปฏิบัติการ "เผามันเลยพี่น้อง...บึ้มมันเลยพี่น้อง" แต่จะใช้ยุทธวิธีขงเบ้งยืมลูกธนูจากซุนกวน

ทำทุกทาง เพื่อยั่วยุให้เกิดภาพ "ความเสียหาย-ความรุนแรง-ความโกลาหล-อลหม่าน"

โดยให้มี "ตำรวจ-ดีเอสไอ" ทหาร (ด้วยก็ดี) เข้าไปชุลมุนวุ่นวายปรากฏในภาพเหตุการณ์

เพื่อนำภาพนั้น ไปตัดต่อ-ดัดแปลง-พลิกแพลงประเด็น "บุกวัด-กระทืบพระ" ซึ่งเป็นจุดแข็งทางพระ แต่เป็นจุดอ่อนทางตำรวจ

ใครจะทำให้เกิดภาพ ..........?

จะเป็นมือที่ ๑ มือที่ ๒ มือที่ ๓ หรือมือที่มองไม่เห็น ได้ทั้งนั้น ไม่เกี่ยงรูปแบบและวิธีการ ประสงค์เพียงผล

เพราะสังคมโลกที่ยึดถือ "ข่าวสารไอที" เป็นศูนย์กลางความเชื่อ ความเร็วระบบไอที จะเป็นเทพเจ้า!

ถ้าทำในมุมนี้สำเร็จ เท่ากับใช้กระสุนนัดเดียว แต่ได้นกทั้งฝูง

นอกจากช่วยสมีโย-ธรรมกายให้รอดแล้ว

ยังเป็นการ "ช่วยล้ม" รัฐบาลเผด็จการทหาร ช่วยให้ระบอบเหลี่ยมที่กำลังหายใจระรวย เป็น "ผีดิบได้เลือด"

มีกำลัง-มีหวัง "คืนอำนาจ" จากเลือกตั้งเร็วขึ้น!

ในทางเลือกที่ "ไม่เป็นท่า" นี้ ทำได้ แต่จะไม่สำเร็จ เพราะตื้นเขิน ฝ่ายรัฐบาลรู้ทัน อุดทางตันอี๋ไว้หมดแล้ว

ที่ตันเร็ว เพราะแก๊ง "โล้นธรรมกาย" เองนั่นแหละ หวังชนะด้วยฟ้องโลกทางออนไลน์

แต่การ "ออกลาย" โล้นอันธพาล ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ๕-๖ วัน มันกลับเป็น-ภาพกระชากหน้ากากตัวเองผ่านออนไลน์ซะนี่

เห็นกันหมดทั้งโลก........

"หัวโจก" ก็คือคนคราบพระในอาณาจักรจานบิน!

คณะสงฆ์เป็นพยานได้

คณะกรรมการสิทธิฯ เป็นพยานได้

คณะสื่อเป็นพยานได้

ก็ฉิบ...ละซีครับตานี้ ละครแฟนซีจีวรจานบินใช้หลอกชาวบ้านหากินยากซะแล้ว!

ต่อไปนี้ ไม่ใช่ฝ่ายพระเป็นผู้เสนอเงื่อนไขที่รัฐบาลจะไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่จะเป็นฝ่ายบ้านเมืองเป็นผู้เสนอเงื่อนไขให้ฝ่ายมือถือสาก-ปากสวดมนต์ ไม่รับก็ต้องรับ

เพราะอะไรน่ะรึ ก็อ่านเอาซี.........!

“เมื่อตำรวจบอกว่า ๗ วัน คือหมายความว่า ต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป วันนี้มีการทำงานร่วมกัน ทั้ง พศ.-มส.ก็ลงมาหารือร่วมกัน

เพื่อทำให้วัดพระธรรมกาย เป็นสถานที่ที่ประชาชนสามารถเข้าไป ไม่แปลกประหลาดหรือแตกต่างจากที่อื่น

ส่วนคดีความเป็นเรื่องของบุคคล ใครทำผิดก็ว่ากันไป ขอร้อง อย่าพูดเหมือนเดิมพันใครจะชนะ เพราะบ้านเมืองจะแพ้ตลอด

สื่อมวลชนจึงควรบอกผู้ที่กระทำความผิดให้มามอบตัว เพราะเป็นหน้าที่ของสื่อ ที่จะต้องไปบอกว่า ขอให้พระสงฆ์เอาผ้าปิดจมูกออก

ได้ที่ไหน เป็นพระปิดหน้า-ปิดตา เหมาะสมหรือเปล่าก็ไม่รู้ ส่วนที่ขอให้ยกเลิกมาตรา ๔๔ ยืนยันว่าผมไม่ยกเลิก เพราะยังไม่จบเรื่อง แล้วจะยกเลิกได้อย่างไร

กฎหมายเลิกได้ที่ไหน..........

ในเมื่อยังนำตัวผู้ทำความผิดมาดำเนินคดีไม่ได้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องควบคุมไปตลอด จนกว่าพระธัมมชโยจะมอบตัวหรือดำเนินคดีได้ พร้อมบริหารจัดการใหม่

อย่ามาบอกว่าผมจะไปยึดพระทองคำ เพราะไม่รู้อะไร อยู่ไหน มีหรือเปล่าก็ไม่รู้

และแน่ใจอย่างไรว่า 'เป็นพระแท้' เป็นไปได้หรือที่นำทองคำไปหล่อพระขนาดนั้น

ขนาดสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นยังรั่วเลย คิดแบบนี้ก็จะรู้คำตอบเอง”

ทั้งหมดนี้....ผมไม่ได้พูด

แต่ "นายกฯ ประยุทธ์" เป็นผู้พูด ฉะนั้น จะเปิดวัดหรือเปิดตูดหนี หลวงพี่โล้นคิดกันเอง

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม: ชาวโลกประจักษ์ชัดว่าไม่ใช่พระ-ไม่ใช่วัด เป็นกาฝากศาสนาที่ต้องกำจัดแท้จริง!!“เปลว สีเงิน”เผยรัฐจัดชุดใหญ่ครบเครื่อง จับตาเดดไลน์วันนี้???

เรียบเรียง noom

ที่มา เปลวสีเงิน


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายลัทธภพ แก้วโย


HASTAG : จะเปิดวัดหรือเปิดตูดหนี  เปลวสีเงิน  ธรรมกาย 

ติดตามข่าวอื่นๆ