ยังไม่รู้ชะตาอีก!! "พระสนิทวงศ์" โพสต์ถึง “สุวพันธ์” บอกเป็นรัฐมนตรีต้องฟังเสียงประชาชน24ชม.ไม่มียามวิกาล ด้านดีเอสไอเตรียมเอาผิดแล้ว!!

จากกรณีที่พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก "Phra Sanitwong Charoenrattawong" โดยระบุว่า "ใครอยากร้องเรียน การกระทำเกินกว่าเหตุของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่กระทำรุนแรงต่อพระภิกษุสงฆ์ แล้วไม่ทราบ ว่าจะติดต่อไปที่ไหน เชิญที่นี่เลย...

รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ที่กำกับดูแล ดีเอสไอ
นายยุวพันธ์ ตันยุวธรรนะ : เบอร์มือถือ (เบอร์โทรศัพท์) 
หากกลางคืนติดต่อท่านไม่ได้ ก็ติดต่อไปที่ ภริยา รมว. แทนนะครับ
นางรุ่งนภา ตันยุวธรรนะ : เบอร์มือถือ (เบอร์โทรศัพท์) 
ช่วยกันติดต่อไป สอบถามท่านรัฐมนตรี กันหน่อยนะครับ"
 

หลังจากนั้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ว่า วัดพระธรรมกายชี้แจง 22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.00 น.

1.กรณีมีข่าวว่า นายสุวพันธ์ ออกมาโอดครวญว่า มีผู้โทร.ไปต่อว่าในยามวิกาลนั้น ขอชี้แจงว่า ผู้เป็น รัฐมนตรีต้องฟังเสียงประชาชน และน่าจะขอบใจ ผู้โพสต์ข้อความเชิญชวน เพราะเป็นสื่อช่องทาง ให้ประชาชนเข้าถึงท่านได้ แต่ท่านกล้าพูดได้อย่างไรว่า "รบกวนยามวิกาล" เพราะการเป็นรัฐมนตรี ต้องพร้อมรับฟังปัญหาประชาชน 24 น. ไม่มียามวิกาล และ ท่านนอนหลับตาลงได้อย่างไร ในขณะที่พระสงฆ์สามเณรประชาชนของรัฐบาลท่าน ต้องตื่น24น.เพื่อเฝ้าระวังการใช้กำลังจากทหารตำรวจของรัฐบาลท่าน ท่านในฐานะผู้บริหารประเทศ ท่านต้องรับผิดและรับชอบ ต้องฟังทั้งเสียงติ และเสียงชม เพื่อนำมาพัฒนางานของตนเอง ท่านต้องเคารพเสียงของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของประเทศ 

 

 

เพราะท่านเป็นรัฐมนตรี คือ มนตรีแห่งรัฐ ฉะนั้น อย่ารำคาญเสียงประชาชน ขอให้ฟังเสียงสงฆ์ทั้งแผ่นดิน ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ขอให้ท่านให้ฟังนักวิชาการพุทธ ท่านอื่นด้วย ทั้ง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เช่น รท.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ, ผศ.ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์, ศ.ดร.สมภาร พรมทา, อ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรสิริ ฯลฯ และขอให้ท่านฟังนักกฏหมายทั้งแผ่นดิน อาทิ สภาทนายความ หรือสมาพันธ์ทนายความ เป็นต้น

 


2.ในกรณีวัดพระธรรมกาย ถูก ม.44 โดยไม่ชอบธรรม เนื่องจากวัดพระธรรมกายให้ความร่วมมือในการเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตลอด 3 วันจนสิ้นสงสัย และเจ้าหน้าที่ได้ลงลายมือยืนยันแล้ว ซึ่งต้องยกเลิก ม.44 แต่เจ้าหน้าที่กลับปิดล้อมพื้นที่วัดพระธรรมกายห้ามเข้า-ออก หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี อันถือได้ว่าประชาชน นับหมื่นคน นับแสน นับล้านทั่วประเทศกำลังถูกคุกคามและริดรอนสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในการเคารพศาสนา และกำลังถูกรัฐบาลใช้กำลังเข้าปราบปรามและใช้กำลังกับ พระเณรและประชาชน เด็กและเยาวชน ที่มีแต่มือเปล่าๆ จึงขอเรียกร้องให้ชาวพุทธทั้งพระเณรและประชาชนออกมาปกป้องพระพุทธศาสนา 

 

ดังนั้น ขอให้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา และคณะ คสช. เห็นแก่ชาติบ้านเมือง และฟังเสียงประชาชน ยกเลิก ม.44 และยุติการใช้กำลังกับพระสงฆ์สามเณรและประชาชน นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย

 


ทั้งนี้ทราบว่าจากกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวอธิบดีดีเอสไอได้สั่งให้ทำการตรวจสอบและกำลังเตรียมมดำเนินคดีกับ พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ซึ่งเป็นผู้โพสต์คนแรกและเป็นผู้นำข้อมูลของนายสุวพันธ์และภรรยาไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก ในข้อหาหมิ่นประมาท รวมทั้งพิจารณาข้อหาอื่นๆ เช่น รบกวน ก่อความรำคาญ ดังกล่าว 

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม: จนมุมด้วยหลักฐาน..แถเลยทีนี้!! "พระสนิทวงศ์" แจงที่มาโพสต์เบอร์ "สุวพันธุ์" ยุสาวกโทรป่วน อ้างควรขอบใจทำให้เข้าถึงปชช.ไม่ใช่รบกวนยามวิกาล?

ภาพ/ข่าว "Phra Sanitwong Charoenrattawong"


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
รัตติยา เสสันเทียะ


HASTAG : รมต.ยุติธรรม  พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส  วัดพระธรรมกาย 

ติดตามข่าวอื่นๆ