ไขปริศนาเด็กระลึกชาติ!!! เจ้าชายน้อยหลานกษัตริย์จิ๊กมี 3ขวบ ระลึกชาติได้...กับข้อข้องใจ ทำไมการระลึกชาติถึงเกิดขึ้นในวัยเด็ก?

เป็นเรื่องฮือฮา อีกครั้งในกลุ่มผู้นับถือศาสนาพุทธ โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย และภูฏาน เมื่อหลานชายของกษัตริย์จิกมีแห่งภูฏาน ซึ่งมีพระชันษาเพียง 3 ปี ทรงเล่าว่า เมื่อ 824 ปีก่อน ทรงเคยเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ในประเทศอินเดีย และหากว่าได้เสด็จฯ เยือนที่มหาวิทยาลัยอีกครั้ง จะทรงจำทุกอย่างได้  จนเมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา พระอัยยิกา (ยาย) ของเจ้าชายจึงพาเจ้าชายไปที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ที่ประเทศอินเดีย และปรากฏว่าเจ้าชายสามารถจำสถานที่ต่างๆ ได้แม่นยำ แม้แต่ห้องเรียนของพระองค์เอง

(ลามะน้อย)

         โดยในเพจเฟซบุ๊กของ  รศ.ดร. ต่อตระกูล  ยมนาค   ก็มีการโพสต์เรื่องราวนี้  ด้วยข้อความว่า  “ลามะน้อยองค์นี้ เป็นพระโอรส พระกนิษฐภคินี ( น้องสาว)ของ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี แห่งภูฐานได้ระลึกชาติ ว่าชาติที่แล้วเป็นอดีตพระลามะที่ภูฐาน ดำรงตำแหน่งสูงเป็น Lotsawa กลับชาติมาเกิด พระลามะผู้ใหญ่ได้นำไปพิสูจน์ตามธรรมเนียมโบราณแล้ว ก็ทูลขอมาให้เป็นพระลามะเป็นเวลาเป็นปีแล้ว  จนถือเป็นข่าวใหญ่อีกที่อินเดียเมื่อได้ไปเยี่ยมวิทยาลัยนาลันทา เมื่อ 1 มกราคมที่ผ่านมา   เพราะสามารถจำบริเวณห้องเรียนที่เคยเรียนเคยสอนได้


(มหาวิทยาลัย นาลันทา)

ทั้งนี้ ในเรื่องของการระลึกชาติ นักจิตวิทยาส่วนหนึ่งเชื่อว่า เป็นเพราะจิตใต้สำนึก ที่ถูกบรรจุไว้ที่สมองซีกขวา ซึ่งเก็บความรู้สึกต่างๆในวัยเด็กไว้และค่อยๆ ปล่อยพลังออกมาเรื่อยๆ ตลอดชีวิต

แต่ในทางพุทธศาสนาบอกว่าจิตส่วนลึกจริงๆ ที่เรียกว่าจิตไร้สำนึก หรือ “ภวังคจิต” มีความรู้สึกที่ถูกเก็บไว้ข้ามภพข้ามชาติมานับร้อยนับพันภพชาติ และค่อยๆ ปล่อยพลังออกมาเช่นกัน แต่ไม่ว่า จะในทางจิตวิทยาหรือทางพุทธศาสนา สมองซีกขวา ก็คือทางผ่าน ของการใช้พลังจิตใต้สำนึกหรือจิตไร้สำนึก 

การกำหนดจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน ในผู้บรรลุญาน จะพบว่า ความรู้สึกเหล่านั้นไม่ได้มาจากวัยเด็กทั้งหมด มีส่วนที่ฝังอยู่ในจิตส่วนลึกซึ่งข้ามภพชาติมาจริงๆ และสามารถย้อนระลึกความทรงจำได้หลายภพหลายชาติ ดังนั้นการระลึกชาติได้จึงเป็นไปได้สุงในผู้ที่ได้ฝึกสมาธิวิปัสสนามาเป็นอย่างดี


เนื่องจากความรู้สึก เป็นสิ่งที่อยู่เหนือกว่าสถานที่และกาลเวลา ( space – time ) การกำหนดสติเฝ้าดูความรู้สึก ตามหลักสติปัฏฐาน 4 เมื่อเกิดปัญญาญานจะหยั่งรู้ว่า ความรู้สึกบางอย่างถูกฝังมาจากหลายชาติภพ เพียงเมื่อระลึกได้ มันจะผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วในภพปัจจุบัน โดยมิได้จางหายไปตามกาลเวลา ความรู้สึกเมื่อร้อยปีก่อน หรือพันปีก่อน ความเข้มข้นเท่ากัน ความลับนี้พระพุทธองค์ทรงค้นพบ

คำสอนทางพระพุทธศาสนาจึงเน้นย้ำไปที่การทำความเข้าใจเรื่องความรู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผัสสะ(การรับสัมผัส) เวทนา(ความรู้สึกชอบ) ตัณหา(ความรู้สึกอยาก) อุปาทาน(ตัวกู ของกู) เมื่อกำหนดสติได้ไวพอที่จะจับความรู้สึก จะพบว่า ความรู้สึกต่างๆที่ผุดขึ้นมาในใจ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีเหตุและปัจจัย ทำให้เกิด เพียงแต่ ลืมไปหมดแล้วว่าเพราะอะไร



หลายคนอาจเกิดคำถามขึ้นในใจว่า ถ้าเช่นนั้นแล้ว สมองซีกขวา กับ จิตวิญญาณ คือส่วนเดียวกันใช่หรือไม่ สำหรับในทางการแพทย์ที่ไม่เชื่อเรื่องของการเกิดใหม่ อาจจะบอกเช่นนั้น แต่ความจริงแล้ว สมองซีกขวา คือประตูที่จะเปิดเข้าสู่จิตไร้สำนึก (Unconscious mind) เปรียบได้กับภวังคจิตในทางพุทธศาสนานั่นเอง จิตส่วนนี้มีฐานข้อมูลร่วมกับจิตจักรวาล ดังนั้นแม้จะตาย สมองเสียไปแล้ว ความรู้สึกส่วนนี้จะยังคงอยู่ในอีกมิติ และเมื่อไปเกิดใหม่ ก็จะแสดงผลอีกครั้ง 

เด็กวัย 1-8 ขวบจะใช้สมองซีกขวาถึง 80 - 95% และค่อยๆลดลงเหลือเพียง 5 - 10% ในวัยผู้ใหญ่ ทำให้คนเราเมื่อเติบโตขึ้น จะจำเรื่องราวต่างๆในช่วง 1-8 ขวบไม่ค่อยได้ ความจริงแล้วความทรงจำเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน มันยังคงฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก นอกจากนั้น มีการวิจัยพบว่า คนที่ระลึกชาติได้ ส่วนใหญ่เมื่อผ่านพ้นวัยสิบขวบ ความสามารถในการระลึกชาติจะลดลง นั่นก็เพราะว่าสมองซีกซ้ายเริ่มมีอิทธิพลเหนือสมองซีกขวา ทำให้ความสามารถในการหยั่งรู้ลดลง

 

เรียบเรียงจาก : หนังสือ “เดอะท้อปซีเคร็ด” โดย ทันตแพทย์สม สุจิรา

นำเสนอข่าวโดย : ไญยิกา เมืองจำนงค์  (ทีมข่าวปัญญาญาณ ทีนิวส์)


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ไญยิกา เนื่องจำนงค์


HASTAG : พระลามะ  ลามะน้อย  กษัตริย์จิกมี  ภูฎาน  ระลึกชาติ 

ติดตามข่าวอื่นๆ