คาบสมุทรเกาหลีระอุอีกครั้ง!! เมื่อ "เกาหลีเหนือ" ลองดี "สหรัฐฯ" งานนี้วัดกันว่า "ใครแน่กว่ากัน"

เกาหลีเหนือทำการยิงขีปนาวุธจากฐานทัพอากาศบังฮยอน ในจังหวัดพย็องอันเหนือ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดยมีทิศทางมุ่งไปทางตะวันออกไปสู่ทะเลญี่ปุ่น เมื่อเวลาประมาณ 07.55 น. ของเช้าวันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุประเภทของขีปนาวุธได้

ฐานทัพอากาศบังฮยอน เป็นจุดเดียวกับที่รัฐบาลเกาหลีเหนือใช้ยิงขีปนาวุธพิสัยกลางมูซูดัน 2 ลูก เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยทางเกาหลีใต้ ได้คาดการณ์ว่า การยิงในครั้งนี้ก็อาจเป็นขีปนาวุธมูซูดันเช่นกัน ขณะที่นายคิม ดอง-ย็อพ นักวิเคราะห์จากสถาบันตะวันออกไกลศึกษาในกรุงโซล กล่าวว่า ขีปนาวุธดังกล่าวอาจเป็นขีปนาวุธมูซูดัน หรือเป็นเพียงจรวดธรรมดาที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบเครื่องยนต์สำหรับขีปนาวุธข้ามทวีป

 

 

 

 

 

นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ กล่าวเมื่อวันปีใหม่ ประกาศถึงความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะโจมตีได้ไกลถึงสหรัฐฯ การยิงในครั้งนี้จึงไม่ใช่เป็นเพียงการอวดแสนยานุภาพของอาวุธ แต่ยังเป็นการท้าทายต่อสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่ง พล.อ.เจมส์ แมททิส รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวไว้เมื่อครั้งเดินทางเยือนเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าการท้าทายของรัฐบาลเกาหลีเหนือจะต้องเจอกับการโต้ตอบอย่างสาสม

ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่า การทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ ที่ไปตกลงในทะเลญี่ปุ่นเป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง ไม่ใช่ขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม)

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการท้าทายต่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ลั่นวาจาว่า จะจัดการอย่างแข็งกร้าวกับเกาหลีเหนือ ประเทศที่ละเมิดมติสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้วยการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธหลายครั้ง

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งกล่าวว่า คณะบริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ คาดอยู่แล้วว่า เกาหลีเหนือจะ ยั่วยุ ทันทีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง และกำลังพิจารณาเปรียบเทียบทางเลือกทั้งหมดในการตอบโต้โดยที่ไม่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดลุกลาม

 

 

 


คณะบริหารชุดใหม่ของอเมริกายังมีแนวโน้มจะกดดันกับจีนเพิ่มขึ้น เพื่อให้คอยห้ามปรามเกาหลีเหนือ สะท้อนมุมมองของนายโดนัลด์ ทรัมป์ก่อนหน้านี้ที่ว่า จีนนั้นยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเลยกับเกาหลีเหนือ

การทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดยังเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พบปะและบอกกับนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นว่า เขายินดีร่วมมือเพื่อให้มั่นใจว่า จะมีมาตรการป้องกันการคุกคามของเกาหลีเหนืออย่างเข้มแข็ง และหลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯ ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ด้านผู้นำญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะ ก็ได้วิจารณ์ว่า การกระทำของเกาหลีเหนือ รับไม่ได้ และสำทับว่า เกาหลีเหนือต้องปฏิบัติตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

สำหรับจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักเพียงรายเดียวของเกาหลีเหนือ แม้ไม่พอใจการกระทำของเกาหลีเหนือ แต่ก็รำคาญการกดดันจากสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ที่ต้องการให้ห้ามปรามเกาหลีเหนือและผู้นำ คิม จอง-อึน

กระทรวงต่างประเทศจีนยังไม่ได้ออกมาแสดงท่าทีใดๆ ต่อการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือครั้งนี้

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่คณะบริหารของสหรัฐฯ ระบุมีแนวโน้มว่า ผู้นำสหรัฐฯ และผู้ช่วยจะพิจารณาความเป็นไปได้ต่างๆ ในการตอบโต้ ซึ่งรวมถึงมาตรการลงโทษใหม่ด้านการเงิน การส่งกำลังทางทะเลและทางอากาศไปประจำบนและรอบๆ คาบสมุทรเกาหลี และการเร่งรัดการติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธใหม่ในเกาหลีใต้

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่คนเดิมเสริมว่า เนื่องจากขีปนาวุธที่ทดสอบล่าสุดไม่ใช่ขีปนาวุธข้ามทวีป และเกาหลีเหนือไม่ได้ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใหม่ ดังนั้น มาตรการตอบโต้จะพยายามหลีกเลี่ยงการกระพือความตึงเครียด
 

 


ทั้งนี้ สำนักเสนาธิการร่วมทางทหารของเกาหลีใต้แถลงว่า เกาหลีเหนือยิงจรวดจากบริเวณบังฮยอน ทางตะวันตกของประเทศ ก่อนเวลา 8.00 น. วันอาทิตย์เล็กน้อย โดยมีระยะการยิงราว 500 กิโลเมตร และเชื่อว่า นี่เป็นการแสดงพลังตอบโต้ที่คณะบริหารใหม่ของสหรัฐฯ ประกาศจุดยืนแข็งกร้าวต่อเกาหลีเหนือ

ทางฝ่ายกองทัพเกาหลีใต้แถลงว่า เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ กำลังวิเคราะห์รายละเอียดของการทดสอบนี้ โดยทางสำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่า กองทัพเกาหลีใต้กำลังประเมินการปล่อยจรวดเพื่อยืนยันว่า เป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง มูซูดัน ที่มีระยะยิง 3,000 กิโลเมตร

เกาหลีเหนือทดสอบปล่อยมูซูดันถึง 8 ครั้งในปีที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่ล้มเหลว และมีครั้งหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ในเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ระบุว่า ประสบความสำเร็จ โดยครั้งนั้นจรวดไปได้ราว 400 กิโลเมตร หรือกว่าครึ่งของระยะทางไปยังญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ในการปราศรัยในช่วงปีใหม่ ผู้นำเกาเหลีหนือ ระบุชัดว่า เกาหลีเหนือใกล้ทดสอบปล่อยขีปนาวุธข้ามทวีป ส่วนสื่อของทางการเกาหลีเหนือก็ได้ให้ข้อมูลว่า ประเทศของตนนั้น สามารถยิงไอซีบีเอ็มเมื่อไหร่ก็ได้

 

 

 

 

ทางด้าน พล.อ.เจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ระหว่างเยือนเกาหลีใต้เมื่อต้นเดือนว่า อเมริกาจะตอบโต้เกาหลีเหนือ อย่างสาสม หากดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ไม่เหมาะสม

ทั้งนี้ หากพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ ไอซีบีเอ็มของเกาหลีเหนืออาจคุกคามถึงอเมริกาที่อยู่ห่างกันราว 9,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพิสัยต่ำสุดของจรวดชนิดนี้ที่สามารถพัฒนาให้ยิงได้ไกลถึง 10,000 กิโลเมตรหรือไกลกว่านั้น

ปีที่แล้ว เกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์สองครั้งและทดสอบจรวดอีกหลายครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญต่างชาติมองว่า มีความคืบหน้าในด้านศักยภาพของอาวุธ แม้ยังไม่มีการตรวจพบความพยายามในการยิงขีปนาวุธเลยนับจากเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

แต่ถึงกระนั้น การทดสอบขีปนาวุธหลายครั้งก็กระตุ้นให้สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ตกลงที่จะติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD ในเกาหลีใต้เมื่อปลายปีที่แล้ว ท่ามกลางการคัดค้านอย่างรุนแรงจากจีน ที่เกรงว่า เรดาร์ทรงพลังของระบบดังกล่าวคุกคามความมั่นคงของจีน

 

 

 

Sathaporn Tnews


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
สถาพร เกื้อสกุล


HASTAG : คิม จองอึน  สหรัฐฯ  โดนัลด์ ทรัมป์  เกาหลีใต้  เกาหลีเหนือ  จีน  ญี่ปุ่น 

ติดตามข่าวอื่นๆ