ถ้างั้นก็ไปต่อไม่ได้!!! เจอเงื่อนไขสำคัญคดี"โรลส์-รอยซ์" อาจหาคนผิดไม่ได้!!??(มีคลิป)

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรียุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ได้กล่าวถึงกรณีของการตรวจสอบสินบนโรลส์-รอยซ์ ว่า ศอตช. เข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้เหมือนเป็นหน่วยที่คอยอำนวยการประสานงานติดตามและขับเคลื่อน รวมถึงให้แนวทางในการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบให้สามารถดำเนินการไปได้ตามนโยบายของรัฐบาล ดังนั้น สิ่งที่ ศอตช.ทำอยู่ตอนนี้คือ ประสานงานกับหน่วยตรวจสอบกลาง ซึ่งมีทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ซึ่งเราก็ได้ขอรับทราบความคืบหน้าทางการตรวจสอบแล้ว อีกทั้ง ตนได้มอบหมายให้นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ป.ป.ท. ในฐานะเลขานุการ ศอตช. ได้คอยติดตามประสานงานในเรื่องนี้อยู่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเรียกหน่วยงานที่อยู่ใน ศอตช. มาร่วมประชุมกันหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ก็จะมีการประชุม ศอตช. ร่วมกัน แต่ยังไม่ได้มีการกำหนดวันว่าจะเป็นวันไหน เพราะมันมีเรื่องอื่นด้วย ซึ่งเราก็จะถือโอกาสหารือเรื่องสินบนโรลส์-รอยซ์ด้วยเลย อย่างไรก็ตาม ทางนายกรัฐมนตรีไม่ได้กำชับอะไรเรื่องนี้เป็นพิเศษ

“นโยบายของรัฐบาลชัดเจนเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ ก็ต้องค้นหาข้อเท็จจริงให้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งผมก็ทราบว่าทั้ง ป.ป.ช. ก็ดี สตง. ก็ดี เขาได้ดำเนินการประสานงานกับต่างประเทศด้วยแล้ว ในส่วนของการตรวจสอบภายในประเทศของเราเองทาง ป.ป.ช. และ สตง. ก็ได้เข้าไปตรวจสอบ ดังนั้น อยากให้พวกเราได้รอดูผลการตรวจสอบจากหน่วยตรวจสอบกลางเขาเป็นอย่างไรบ้าง ส่วน ศอตช. ก็จะประสานงานเพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบ กับเรื่องมาตรการทั้งในเชิงป้องกัน เชิงการบังคับใช้กฎหมายก็จะต้องเสนอเรื่องพวกนี้ให้ได้รับทราบด้วย”

ส่วนทางด้านของพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้กล่าวถึงกรณีสินบนโรลส์รอยซ์ ว่า เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.ได้รายงานต่อที่ประชุม ป.ป.ช.ว่าได้มีการพูดคุยกับ ป.ป.ช.ของอังกฤษ ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์เกี่ยวกับเอกสาร ซึ่งทางอังกฤษต้องการความชัดเจนของการขอเอกสาร

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวถึงข้อกังวลขององค์กรตรวจสอบต่างประเทศ ที่ต่อโทษประหารชีวิตในคดีทุจริตของไทย ที่ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความร่วมมือระหว่างประเทศในการขอข้อมูล ว่า ยอมรับว่ามีอุปสรรค เพราะการที่ไทยมีโทษสูงทำให้ต่างชาติมีเงื่อนไขในการประสานความร่วมมือ แต่ก่อนหน้านี้ฝ่ายนิติบัญญัติได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติความร่วมมือทางอาญาแล้ว ซึ่งรัฐบาลสามารถให้คำมั่นได้ว่าจะไม่มีการประหารชีวิตในคดีนั้นๆ ซึ่งรัฐบาลจะให้คำมั่นเป็นกรณีๆ ไป ส่วนคดีของสินบนโรลส์รอยซ์นั้น ต้องดูในรายะละเอียดก่อนว่าข้อกล่าวหาคืออะไร และโทษสูงสุดคืออะไร

เมื่อถามว่า หากยังไม่ได้ข้อมูลจากต่างประเทศก็ไม่สามารถตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ใช่หรือไม่ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า ใช่ เพราะถ้าจะถึงขั้นตั้งอนุไต่สวนต้องชัดเจนว่ากล่าวหาใคร ด้วยข้อหาอะไร ในช่วงระยะเวลาไหน ซึ่งข้อมูลที่มีภายในประเทศ ยังไม่เพียงพอเพราะหัวใจสำคัญอยู่ที่การดำเนินคดีของอังกฤษ ที่ระบุว่ามีการจ่ายสินบนจึงต้องดูเอกสารว่าพูดถึงใคร


 
ทั้งนี้ นอกจากการประสานงานกับอังกฤษและอเมริกาแล้ว ก็ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปคุยกับการบินไทย และ ปตท.ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม มีการนัดส่งเอกสารแล้ว โดยช่วงนี้ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริง ยังไม่สามารถตั้งอนุกรรมการไต่สวนได้ เพราะจะตั้งอนุฯ เพื่อไต่สวนต้องรู้ชัดเจนว่า เราจะกล่าวหาใคร ตอนนี้จึงตรวจสอบเอกสารก่อน ส่วนจะได้รับข้อมูลจากทางต่างประเทศเมื่อไรคงกำหนดเวลาไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของความร่วมมือ ซึ่งการจะนำไปสู่การไต่สวนนั้น เอกสารทั้งหมดต้องได้รับการรับรองความถูกต้องจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ กระบวนการนี้ ต้องไปผ่านพระราชบัญญัติความร่วมมือทางอาญา ซึ่งต้องขอความร่วมมือผ่านทางอัยการสูงสุด โดยทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย จึงจะนำมาใช้ดำเนินคดีได้ เพราะในการพิจารณาเรื่องเหล่านี้ต้องให้สิทธิคนที่ถูกกล่าวหาสามารถคัดค้านได้แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ที่ทำการไต่สวน เมื่อมีการแจ้งข้อกล่าวหาจะได้มีการชี้แจงได้ชัดเจน


 
 ส่วนที่มีการเปิดเผยว่ามีการจ่ายสินบนใน 3 ช่วงเวลานั้น เป็นเรื่องของช่วงระยะเวลาเท่านั้น แม้ว่าจะช่วยในเรื่องข้อมูล แต่การจะดำเนินคดีตามกฎหมายซึ่งจะกระทบกับสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาต้องชัดเจนจึงจะกล่าวหาได้ ดังนั้น ต้องดูพยานหลักฐาน เพราะขณะนี้เป็นข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน ยังไม่ใช่เอกสารที่รับรองความถูกต้อง ที่จะดำเนินการตามขั้นตอนได้
 


 

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ตั้งคณะกรรมการเฉพะกิจพิเศษ (Special Task force) เพื่อตรวจสอบทุจริตในการจัดหาเครื่องยนต์และการซ่อมบำรุงจากบริษัท โรลส์-รอยซ์ ระหว่างปี 2534-2548 ว่า ขณะนี้คณะกรรมการฯ ของการบินไทยอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและประสานกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
         
แม้นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะเคยระบุว่าการตรวจสอบเรื่องนี้คงมีความชัดเจนภายใน 7-15 วัน นับตั้งแต่จากวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา แต่คาดว่า คงต้องให้เวลาการบินไทยรวบรวมข้อมูลอีกเล็กน้อย

จากกรณีที่ทำเอาหน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่ายเกิดอาการนั่งไม่ติด เมื่อ Serious Fraud Office สำนักงานปราบปรามการทุจริต หรือ SFO ของอังกฤษ ได้ออกแถลงการณ์ Statement of Facts จำนวน 40 หน้า ในกรณีที่บริษัท โรลส์-รอยซ์ ยอมรับว่าได้มีการจ่ายสินบนในหลายประเทศที่ได้ทำการซื้อขายเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน รวมถึงประเทศไทยเอง ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างปี 2534-2548 รวมมูลค่าเกือบ 1,300 ล้านบาท นอกจากนี้ในช่วงเวลาเดียวกัน หน่วยงานกระทรวงยุติธรรม สหรัฐฯ ยังได้ตรวจสอบพบการติดสินบนระหว่างโรลส์-รอยซ์ กับ ปตท. และ ปตท.สผ. อีกกว่า 385 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวในวันนี้ 1 กุมภาพันธ์ ฐานเศรษฐกิจ โดย : เอราวัณได้เขียนบทความว่า โยนเผือกสินบนกันวุ่น”การเมือง-การบินไทย” จี้ดีดีการบินไทย อย่าแค่ “ฉีกปฏิทิน” รอพ้นตำแหน่ง โดยระบุว่า  เวลารับสินบนต่างคนต่างรับแบบประสานผลประโยชน์กันลงตัว แต่เวลาถูกจับได้ไล่ทันก็โยน "เผือกร้อน" ใส่กันทันที ตัวอย่างสินบนการบินไทย ฝ่ายบริหารอย่าง” กนก อภิรดี” ออกมาพูดโยนว่า ฝ่ายการเมืองเป็นคนสั่งการ ส่วนฝ่ายการเมืองคือ "วัฒนา เมืองสุข" ปัดแทน "ทักษิณ ชินวัตร" ทันทีว่า  เป็นการตั้งเรื่องจากฝ่ายปฏิบัติคือการบินไทย หาเกี่ยวข้องกับการเมืองไม่ เป็นธรรมดา “เผือกร้อน” ไม่มีใครกล้ายืดอกรับไว้

เรื่องการกินสินบนมันจึงเลวกว่าการก่อการร้ายตรงที่ว่า  “ทำแล้วไม่ยอมรับ” แม้สังคมจะจับได้ไล่ทัน แต่การก่อการร้ายไม่ต้องรอหาหลักฐานได้ คนที่ทำออกมาอ้างความรับผิดชอบเอง   ไม่ต้องโยนเผือกร้อนกันระหว่างผู้ปฏิบัติกับฝ่ายนโยบายหรือการเมือง เพราะการโกงหรือรับสินบนมันจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องร่วมกันกระทำนั่นแหละ

ความจริง “วัฒนา เมืองสุข” หาได้เกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องสินบนโรสส์-รอยซ์ หรือการจัดซื้อตามที่เป็นข่าวไม่ แม้จะมีการพูดถึงว่าคนที่รับสินบนชื่อ “เสี่ย ว.” แต่หาใช่ “ว.วัฒนา”ไม่   แต่”วัฒนา เมืองสุข” หวังมีบทบาทเหมือน” นพดล ปัทมะ” ในฐานะโฆษกส่วนตัวของทักษิณ ชินวัตร

ทำไม?คนอย่าง” วัฒนา เมืองสุข” เป็นอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงถึงอยากจะเป็นโฆษกส่วนตัวแก้ตัวให้นายเก่า ในวงการเมืองวิเคราะห์กันว่าไม่มีอะไรมากนอกจากขอ “ตีตั๋วฟรี” เป็นรัฐมนตรีอีกรอบ หาก “เพื่อไทย”ได้เป็นรัฐบาล

กลับมาว่ากันต่อเรื่องการบินไทย” จรัมพร โชติกเสถียร ” ต้องไม่นั่ง “ฉีกปฏิทิน“ รอวันครบวาระลุกจากเก้าอี้”กรรมการผู้อำนวยการใหญ่”เพียงอย่างเดียว ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับการบินไทยยังคงดำรงอยู่ การที่เครื่องบิน Airbus A340-500และA340-600 จอดทิ้งอยู่สนามบินอู่ตะเภากว่า 8 ปี โดยไม่หาทางออกเพื่อบรรเทาความเสียหายขององค์กร ก็ปัดความรับผิดชอบไม่ได้เช่นกัน อย่าคิดว่าไม่เกี่ยว ไม่ใช่การจัดซื้อสมัยตัวเองเท่านั้น แต่คนเป็นผู้นำองค์กรพึงสำนึกเสมอ คือ"เข้ามาเพื่อแก้ไขมิใช่แค่นั่งทับปัญหา รอคนใหม่มาแก้ไข "

อีกเรื่องหนึ่งฉาวโฉ่ที่พูดกันมากในการบินไทยจนกระทั่งกลุ่มธรรมาภิบาล ทวงถามว่า”ทำไม?มีการจ้างที่ปรึกษาอย่างแพงลิ่ว “บอร์ดการบินไทย เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ได้มีมติจ้างที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ด้านการพาณิชย์และวางแผน เพื่อรองรับการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปบริษัท โดยการว่าจ้าง Mr.Wayne Pearce เงินเดือนๆ ละ 1,035,550 บาท ( เงินเดือนสูงกว่าดีดี ) พร้อมจัดสวัสดิการอย่างดี ให้ทั้งค่าเช่าบ้าน รถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับ บริการอาหารฟรี บัตรโดยสารเครื่องบินพร้อมเบี้ยเลี้ยง ประกันชีวิตและสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมากมาย มีคำถามตามมาว่า จ้างมาทำไม…ทั้งๆที่ยังขาดทุนเหมือนเดิม, ทำไมจ้างแพงกว่าเงินเดือนดีดี เป็นเรื่องที่ “จรัมพร โชติกเสถียร” ควรตอบ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมฟ้องด้วยภาพ !!! การบินไทยจอดเครื่องบินทิ้งไว้ 9 ลำ ที่สนามบินอู่ตะเภา โดยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย !!!

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมสุสานเครื่องบินการบินไทย!!! เปิดหลักฐานชัดๆ...โรลส์-รอยซ์ การบินไทย รัฐบาล”ทักษิณ ชินวัตร”...เกี่ยวข้องกันจริงหรือ??!!(รายละเอียด)

 

Jirasak Tnews


 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์


HASTAG :

ติดตามข่าวอื่นๆ