ตำรวจมีไว้ทำไม !?!? เปิดดูสาเหตุว่าทำไม "คสช." ถึงต้องปฏิรูปทันที (รายละเอียด)

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จัดงานเสวนาเชิงวิชาการในหัวข้อเรื่อง “ตำรวจไทย มีไว้ทำอะไร” โดยมี นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านฯ พล.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ และอดีต รมช.มหาดไทย นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณะบดีวิทยานวัตกรรมสังคม ม.รังสิต  พ.ต.อ.วรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรอง ผบก.ภ.จว.ชัยนาท  นายพัฒนเดช อาสาสรรกิจ สื่อสารมวลชนด้านยานยนต์ และร.ต.อ.ดร.วิเขียร ตันศิริคงคล ประธานหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต ม.บูรพา ร่วมเสวนา

 

 

ล่าสุดวานนี้ วันที่ 31 ม.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวถึงกรณีนักวิชาการจัดเสวนาหัวข้อ "ตำรวจไทย มีไว้ทำอะไร"

โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่าดีทั้งหมด เพราะตัวเราเองก็ยังดีไม่หมดเลย ถามว่าใครไม่เคยทำความผิดบ้าง มีหรือไม่ ก็ต้องมาดูว่าความผิดนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องดูที่ตัวเองและแก้ไขด้วย ดูที่จิตสำนึก แก้ไขที่ตัวเองได้ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะต้องพิจารณาคดีทั้งหมด ไม่ได้ อย่าใช้ความรู้สึกในการทำงานแล้วตัดสินว่าผิดหรือถูก

"ผมพูดเสมอว่าการทำผิดหรือถูกต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะที่มีส่วนกระทบต่อสังคม ต่อคนอื่น ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าคิดว่าตัวเองผิด ก็ต้องแก้ที่ตัวเองก่อน อย่างวันนี้มีทหารไว้ทำอะไร มีเอาไว้ใช้งานอย่างไรล่ะ น้ำท่วม ฝนแล้ง วาตภัย ทุกอย่างทั้งหมดก็ใช้ทหาร ส่วนคนไม่ดีก็คือไม่ดีก็ต้องแยกออกจากกัน อย่าไปว่าเหมารวมองค์กร เพราะเดี๋ยวองค์กรเขาเสียหาย ข้าราชการทำผิด ทุจริต ก็ต้องดำเนินการสอบสวนทางวินัย ส่วนคนดีเขาก็ทำงานกันเยอะแยะ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

 

 

ในวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)  ก็ได้กล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการบางรายได้กล่าวในวงเสวนาว่า มีตำรวจไว้ทำไม ว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบว่ามีการเสวนากันที่ไหน อย่างไร ใครเสวนากับใคร  ส่วนที่ถามกันว่า มีตำรวจไว้ทำไม จะให้ตอบแบบไหน คำถามแบบนี้ตนเจออยู่เรื่อยๆ มีทหารเอาไว้ทำอะไร มีตำรวจเอาไว้ทำอะไร เขาอาจจะมีทัศนคติที่ดี หรือมีแนวความคิดที่ดีก็ตาม 

"ตำรวจมีหน้าที่รับใช้ประชาชน ทุกวันนี้ผมก็เป็นเบ๊ประชาชน ยังมาถามอีก ตำรวจมีไว้ทำอะไร พวกนี้นักวิชาเกิน ไม่รู้ว่ามีอคติอะไรหรือเปล่า ญาติพี่น้องอาจถูกตำรวจจับมาก่อนก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่ามาย่ำยีองค์กรผมมาก ผมในฐานะหัวหน้าหน่วย ก็ต้องออกมาปกป้ององค์กร ปกป้องอาชีพของผม ผมก็วิจารณ์เขากลับได้ เป็นนักวิชาการแล้วมาพูดไปเรื่อย คะนองปากหรือเปล่า" ผบ.ตร.กล่าว


โดยกรณีการปฏิรูปนี้ เมื่อวันที่ 31 ม.ค.58 ที่โรงแรมเดอะสุโกศล  คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ร่วมกับสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) มหาวิทยาลัยรังสิตจัดสัมมนาและรับฟังความคิดเห็น ในหัวข้อ "10 ประเด็นเด่นนวัตกรรมการเมืองไทย"  ครั้งที่ 2 ประเด็นการปฏิรูปตำรวจ โ ดยมีสมาชิก สปช. และผู้บัญชาการตำรวจระดับสูง อาทิ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา(สบ10)  พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมโน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
         

โดยรองศาสตราจารย์ ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ เคยกล่าวเอาไว้บางส่วนว่า การปฏิรูปตำรวจเป็นสิ่งที่ยากเพราะเป็นศูนย์รวมในการปราบปรามการทุจริต และการผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องทำได้ยาก เพราะได้รับการต่อต้านจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ  นอกจากนี้การปฏิรูปตำรวจจะต้องปฏิรูปศาลและกระบวนการยุติธรรมไปพร้อมๆ กันด้วย
         

ทั้งนี้ การปฏิรูปตำรวจอาจไม่ทำให้การทุจริตหมดไป แต่จะต้องทำเพื่อประชาชนมากขึ้น และนักการเมืองจะต้องไม่สามารถใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือในการทำร้ายประชาชน รวมถึงการสอบสวนจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากขึ้น

 

 

ทั้งนี้ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร หรือผู้การวิสุทธิ์ อดีตนายตำรวจระดับสูงเคยผู้วิพากษ์วิจารณ์ระบบโครงสร้างตำรวจเอาไว้ว่า ราคาการซื้อขายตำแหน่งนั้นไม่ตายตัวคือขึ้นอยู่กับทำเลของโรงพักและอำนาจหน้าที่ของตำแหน่งนั่นเอง

"สมมติถ้าเป็นผู้กำกับสน.บางรัก ก็มีอำนาจแค่ในท้องที่บางรัก ถ้าเป็นผู้กำกับสน.ปทุมวัน ก็มีอำนาจแค่ในท้องที่ปทุมวัน แต่ถ้าเป็นผู้กำกับ หน่วยงานอย่างกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) หรือกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) อำนาจหน้าที่ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ ผลประโยชน์มันมากกว่ากันเยอะ การวิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง ถ้ามีเงิน มีตั๋ว (เส้นสาย) มีผลงานด้วย รับรองผ่านฉลุย เช่น ถ้าต้องการไปอยู่สน.บางรัก แต่ไม่มีผู้ใหญ่หนุน อาจ

ต้องเสียเงิน 8 ล้าน แต่ถ้ามีตั๋วจากผู้ใหญ่ อาจเสียแค่ 4 ล้าน เพราะจะเกรงใจกัน กลัวผิดใจกัน เฮ้ย ให้ไอ้นี่ดีกว่าว่ะ เดี๋ยวกูเดือดร้อน เอา 4 ล้านพอ กำขี้ดีกว่ากำตด การซื้อขายตำแหน่งมันสลับซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ไม่ใช่ว่าซื้อแล้วจะได้ชัวร์ร้อยเปอร์เซนต์ เช่น ตำแหน่งนี้ขาย 7 แสน ปรากฎว่ามีคนนึงให้ 7 แสน อีกคนให้ 8 แสน แต่มีตั๋วแนบมาด้วย แบบนี้จะให้ใคร หรือกว่าคำสั่งจะออกอาจมีให้คนมากกกว่า สุดท้ายเกทับกันมั่วไปหมด จ่ายเงินไปแล้วอย่าหวังจะได้คืน เนื่องจากเป็นเพียงสัญญาลมปากไม่ได้เซ็นสัญญา อีกทั้งยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายร้ายแรง ไม่ค่อยมีใครกล้าทวงหรือฟ้องร้องดำเนินคดี"

(อ้างอิง : โพสต์ทูเดย์)

 

------------------------------

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รับไม่ได้!! "บิ๊กแป๊ะ" ของขึ้นจวก "นักวิชาเกิน" อย่าคะนองปากย่ำยีองค์กรตำรวจ แขวะหรือติดใจที่บ้านเคยถูกปาระเบิด-ญาติโดนจับ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ศักดิ์ศรีขององค์กร!!! “พล.ต.อ.จักรทิพย์” เดือด ...ถ้าเป็นแบบนี้ ปฏิรูปตำรวจท่าจะยาก!

 

ภัทราพร สำนักข่าวทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
ภัทราพร วโรภาสพิมาน


HASTAG :

ติดตามข่าวอื่นๆ