ต้องเป็นหนึ่งเดียว!! "อาเซียน" ผนึกกำลังให้แน่น ต้าน "สหรัฐฯ" ทำสงครามตัวแทน แย่งผลประโยชน์ทะเลจีนใต้

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน  หัว ชุนอิง  ได้กล่าวระหว่างการแถลงข่าว  ประจำวัน ว่า  จีนมีสิทธิ เหนืออธิปไตยซึ่งไม่อาจโต้แย้งได้บริเวณหมู่เกาะในทะเลจีนใต้และน่านน้ำใกล้เคียง จีนยึดมั่นในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนเอง และว่า สหรัฐฯ เองก็ไม่ใช่คู่กรณีในประเด็นปัญหาทะเลจีนใต้  ซึ่งที่ผ่านมานั้น จีนสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือและการบินเหนือพื้นที่ทะเลจีนใต้ที่เป็นไปตามหลักฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพความพยายามของประเทศในภูมิภาคนี้ที่จะปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียน และเอเชีย แปซิฟิกด้วย

 

 

ท่าทีดังกล่าวของจีนมีขึ้นหลังจาก สหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในทะเลจีนใต้ ซึ่ง นายฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบข่าว ได้แถลงว่า สหรัฐฯ นั้นจำเป็นที่จะต้องปกป้องรักษาผลประโยชน์ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ไม่ให้จีนนั้น ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว  เพราะ ในความเป็นจริงในน่านน้ำสากลและไม่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนที่เหมาะสมแล้วใช่เรากำลังจะทำให้แน่ใจว่าเราปกป้องดินแดนระหว่างประเทศจากการถูกยึดครองโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง

 

ทั้งนี้ ในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้ยืนยันในความเป็นกลางของสหรัฐฯ ที่มีต่อการอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือหมู่เกาะพิพาทในทะเลจีนใต้ ที่มีหลายชาติในภูมิภาคนี้อ้างสิทธิ โดยเฉพาะจีน แต่ได้เรียกร้องให้แก้ปัญหาพิพาทดังกล่าวภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และย้ำว่าสหรัฐฯ สนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าว โดยการส่งกองเรือไปลาดตระเวณในน่านน้ำที่จีนกล่าวอ้างสิทธิด้วย

 

เร็กซ์ ทิลเลอร์สันได้กล่าวต่อที่ประชุมของคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์แห่งวุฒิสภา ระหว่างกระบวนการให้ปากคำเพื่อขอให้สภาสูงสหรัฐฯอนุมัติรับรองการเข้าดำรงตำแหน่งของเขาว่า จีนกำลังสร้างเกาะเทียมต่างๆ ขึ้นมา และกำลังนำเอาทรัพย์สินต่างๆ ทางการทหารไปประจำยังเกาะเหล่านั้น เหมือนๆ กับการที่รัสเซียยึดไครเมีย ไปจากยูเครน
       
เรากำลังจะต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังจีนว่า ประการแรก การสร้างเกาะจะต้องหยุดลง และประการที่สอง การที่คุณจะเข้าถึงเกาะเหล่านั้น ก็จะไม่ได้รับความยินยอมอีกต่อไปแล้ว
       
แต่ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าจะทำอย่างไรที่จะปฏิเสธไม่ยอมให้จีนเข้าไปยังเกาะเหล่านั้นซึ่งจีนเป็นผูสร้างขึ้นมาจากการถมแนวปะการังต่างๆในทะเลจีนใต้ แล้วจากนั้นก็สร้างทางขึ้นลงของเครื่องบินซึ่งใช้งานทางการทหารได้ รวมทั้งยังนำเอาอาวุธต่างๆ เข้าไปติดตั้งกลายเป็นป้อมปราการขึ้นมา

 

 

ทางด้าน นายลู่ คัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าวว่่า เขาไม่สามารถพูดคาดเดาใดๆ ได้ว่าสิ่งที่ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน กล่าวนั้นหมายความว่าอย่างไร รวมทั้งจะไม่ขอตอบคำถามใดๆ ที่อยู่ในลักษณะของการตั้งข้อสมมุติ โดยสิทธิของจีนที่จะดำเนินกิจกรรมตามปกติในดินแดนอธิปไตยของตนในทะเลจีนใต้ ส่วนประเทศที่อยู่นอกภูมิภาคซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ควรให้ความสำคัญกับกิจการภายในของตัวเอง มากกว่าเรื่องภายนอกที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย 

 

 

ขณะที่ทางด้าน หนังสือพิมพ์ เดอะ โกลบอล ไทม์ส ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ใช้ภาษาที่รุนแรงและตรงไปตรงมากว่ามาก โดยเตือนว่าหาก เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ปฏิบัติตามคำพูดนั้นจริง ถือเป็นการส่งสาส์น ท้ารบอย่าง ชัดเจน เนื่องจากถ้อยคำนั้นสื่อความหมายถึงความต้องการเผชิญหน้า

 

หนังสือพิมพ์ โกลบอลไทมส์  ของจีน ได้นำเสนอ บทความที่น่าสนใจ โดยได้มีการ เผยแพร่ภาพถ่ายหลายภาพซึ่งอ้างกันว่า ระบบขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นก้าวหน้าไฮเทค ซึ่งกองทัพจีนนำเข้าประจำการทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยตามข่าวแจ้งว่า เป็นรุ่น ตงเฟิง-41 ซึ่งสามารถเคลื่อนที่ไปตามถนน และสามารถที่จะติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ ได้ถึง 10-12 หัวรบ และ มีพิสัยทำการ ไกลกว่า14,000 กิโลเมตร โดยบทความฉบับนี้ ได้อ้างว่ามีการปล่อยภาพเหล่านี้ออกมาเพื่อที่จะส่งสัญญาณเตือนไปยัง นายโดนัลด์ ทรัมป์ 
  


นอกจากนั้นแล้วบทความดังกล่าวยังได้ ให้ข้อมูลต่อ     ว่า แม้กระทั่งสหรัฐฯ ก็ยังรู้สึกว่าแสนยานุภาพทางนาวีและความแข็งแกร่งด้านนิวเคลียร์ของตนยังไม่เพียงพอ อย่างนี้แล้วจีนสามารถที่จะรู้สึกพึงพอใจได้อย่างไรกับความเข้มแข็งทางนิวเคลียร์ในปัจจุบันของตน ในเมื่อจีนถูกสหรัฐฯ มองว่าเป็นผู้ที่อาจกลายเป็นปรปักษ์รายใหญ่ที่สุดของพวกเขา  ดังนั้น กำลังอาวุธนิวเคลียร์ของจีน ต้องแข็งแรงเพียงพอที่จะทำให้ไม่มีประเทศใดกล้าเปิดฉากประจันหน้าทางทหารด้วย
       
 กองทัพเรือแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน  ได้ขึ้นระวางเรือพิฆาตลำที่ 5 ซึ่งติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีรุ่นที่สามารถ ทำลายเรือบรรทุกเครื่องบิน และส่งไปประจำการกับทัพเรือทะเลเหนือ   ระบบขีปนาวุธดังกล่าว ออกแบบมาเพื่อมุ่งป้องปรามกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งมีเรือบรรทุกเครื่องบินมากที่สุดในโลก

 

 


นายเดลฟิน ลอเรนซานา รมว.กระทรวงกลาโหมของฟิลิปปินส์ แถลงต่อที่ประชุมเจ้าหน้าที่รัฐบาลด้านความมั่นคงระดับอาวุโส แชงกรี-ลา ฟอรั่ม ที่สิงคโปร์ ว่าในฐานะที่ฟิลิปปินส์ได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่ประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ประจำปีนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์ ขอโช้โอกาสนี้ส่งไปถึงพันธมิตร ตลอดจนนานาประเทศที่อยู่นอกภูมิภาค ว่าอย่าใช้อาเซียนเป็นพื้นที่ทำสงครามตัวแทน พร้อมทั้งยืนยันจุดยืนด้านความเป็นเอกภาพของอาเซียนว่ามั่นคงเพียงพอ ท่ามกลางการแข่งขันกันเองของมหาอำนาจ

 

การประชุมแชงกรี-ลา ฟอรั่ม ปกติแล้วจะมีประเทศนอกภูมิภาคที่เป็นพันธมิตรด้านความมั่นคง และประเทศคู่ค้ารายสำคัญของอาเซียนได้รับเชิญให้เข้าร่วมการหารือด้วย ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ  รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย

 

 

จากการพูดของทางด้าน รมว.กระทรวงกลาโหมของฟิลิปปินส์  แม้ว่าไม่ได้ระบุชัดว่า กำลังพูดถึงประเทศใดนั้น แต่ สมาชิกอาเซียน 4 จาก 10 ประเทศ คือบรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม กำลังมีความขัดแย้งกับจีนเกี่ยวกับอาณาเขตทับซ้อนในทะเลจีนใต้ ขณะที่นายฮิชามมุดดิน ฮุสเซ็น รมว.กระทรวงกลาโหมของมาเลเซีย กล่าวในงานประชุมเดียวกันนี้ เรียกร้องให้ประเทศคู่ขัดแย้งเรื่องทะเลจีนใต้ มองข้ามแนวคิด การหาผู้แพ้-ผู้ชนะ แล้วร่วมมือกันหาทางคลี่คลายสถานการณ์อย่างสันติ น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า

 

 

เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สถาพร เกื้อสกุล


HASTAG :

ติดตามข่าวอื่นๆ