เดือดของขึ้น!!! ร้อนทะลุโซเชียล“แทค” ตอบคนวิจารณ์ “คนสักมักชั่ว ไม่ชั่วอย่าร้อนตัว”...แรงจัดเต็มให้เข้าใจถึงคนสักไปเลย (รายละเอียด)

หลังจากที่เกิดเหตุการณ์คนร้ายฆ่าปาดคอเพื่อชิงทรพย์โทรศัพท์มือถือและในเวลาต้อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จนนำไปสู่การทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

 

ทั้งนี้ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคดีดังกล่าวและก็มีการวิจารณ์ถึงรอยสักบนตัวผู้ต้องหา ซึ่งระบุว่า มีรอยสักมักชั่วทั้งนั้น

 

ล่าสุดหนุ่มแทค ภรัณยู ก็ได้ออกมาตอบโต้การโพสต์ข้อความดังกล่าว

 

 

 

 

สำหรับ ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม (ชื่อเล่น แทค) เกิดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2527 เป็นนักแสดง จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นจาก โรงเรียนนวมินทราชูทิศ พายัพ จังหวัดเชียงใหม่และสายอาชีพจาก โรงเรียนเมโทรเทคโนโลยี เชียงใหม่ และระดับอุดมศึกษาจากนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ในปี 2550 แทคได้เข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณ ในฐานะเยาวชนที่มีความรู้ จนทำให้ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน จากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศอ.ปส.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ในโครงการ "รวมพลังไทย ขจัดภัยยาเสพติด ร่วมเทิดไท้องค์ราชัน

 

 

 

 

 

ก่อนที่จะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์และออกมาตอบโต้ของแทค  สืบเนื่องจาก หลังจากที่เกิดเหตุการณ์คนร้ายฆ่าปาดคอเพื่อชิงทรพย์โทรศัพท์มือถือและในเวลาต้อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จนนำไปสู่การทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลายฝ่ายได้มีการออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีนี้

ยกตัวอย่างคนในวงการบันเทิง ในเพจเฟสบุคTonhorm ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ หรือ ต้นหอม  ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ประหารชีวิตได้นะคะตรงนี้ไม่ติด #ไม่สลด #ชอบจังพี่เค้าบอกทีหลังอย่าใส่ของล่อใจ #ไม่สู้ก็ไม่ตาย #เอ๊า! สรุปผู้ตายผิด? หนังแห  (แปลว่ารูรึช่องโหว่เยอะจังก็แหอ่ะเนาะ)

ทั้งนี้ ในการสอบสวนตอนหนึ่ง นายกิตติกร อายุ 26  ปี ผู้ต้องหาตามหมายจั บศาลอาญารัชดา ตามภาพก ล้องวงจรปิด ข้อหา "ร่วมกันชิงทรัพย์ โดยใช้ ยานพาหนะ คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปเป็นเหตุ ให้ผู้อื่นถึงแก่ความ ตาย" และ "ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร"

 ได้กล่าวถึงเรื่องการเลือกเหยื่อ ว่า จะดูจากการแต่งตัว สะพานกระเป๋า คาดกระเป๋า เสียบหูฟัง พยายามอย่าทำตัวให้ล่อแหลม อะไรที่มีค่าเซฟ อย่าโชว์ ยิ่งโชว์ยิ่งล่อใจ

 

 

 

 

 

ที่เฟซบุ๊ค Ple Nakorn ของพิธีกรคนดัง เปิ้ล นาคร ได้โพสต์ข้อความตั้งคำถามถึงคดีดังกล่าวว่า ไม่ได้ตั้งใจแทง มีดมันแฉลบ…..ติดคุกมาแล้ว8ครั้ง ต่อไปเป็นครั้งที่9……แล้วต่อไปก็เป็นครั้งที่10,11,12,13,14……อาจจะต้องมีคนตายอีกกี่คน คนดีต้องมีชีวิตอยู่อย่างหวาดผวา……เอาไงกับคนแบบนี้ดีครับท่านประยุทธ์ของพวกเรา……???

 

เฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page ของนายกนก รัตน์วงศ์สกุล มีการโพสต์ข้อความถึงกรณีการจับกุมไอ้ตั้ม ผู้ต้องหาคดีฆ่าบัณฑิต มศว ก่อนชิงโทรศัพท์ iPhone 6 ว่า เป็นเพราะกฎหมายไทยอ่อนแอ ทำให้คน ๆ นี้ ซึ่งติดคุกตั้งแต่อายุ 13 ขวบ จนตอนนี้ติดคุกมาแล้ว 8 ครั้ง แถมหลังก่อเหตุก็ก่อเหตุคืนนั้นอีก 4 ที่

 

       ดังนั้นทางแก้ปัญหาส่วนหนึ่งคือ การยกเลิกการพระราชทานอภัยโทษ เพราะมันไม่ใช่การถวายพระราชกุศล แต่เป็นการทำบาปมากกว่า ได้รับการอภัยโทษไปเรื่อย ๆ จนออกมาก่อเหตุซ้ำเรื่อย ๆ เช่นกัน

 


ย้อนกลับไป 6 มกราคม 2560 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น. ระบุ นายกิตติกร ทำแผนทั้งหมด 4 จุด ที่ร่วมกับ นายพลชัย ในวันเกิดเหตุตระเวนชิงทรัพย์บริเวณถนนเลียบด่วนรามอินทรา แต่ไม่ได้ทรัพย์สิน ก่อนมาก่อเหตุกับนายวศิน และยังก่อเหตุอีกบริเวณโรงพยาบาลสินแพทย์ และ พื้นที่ สน.โชคชัย เพื่อให้การทำแผนสมบูรณ์ที่สุด ยืนยันมีพยานหลักฐานชัดเจน และ นายกิตติกร ให้การรับสารภาพ แต่อยู่ระหว่างสืบสวนว่ามีการก่อเหตุในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ พร้อมแจ้งข้อหาหนักซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต และขอให้ นายพลชัย เข้ามอบตัวตำรวจจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด พร้อมแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต และสั่งการให้ตำรวจนครบาลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจจุดเสี่ยงและติดตั้งไฟส่องสว่างในพื้นที่

     

ทั้งนี้ นายกิตติกร ให้การรับสารภาพระหว่างแถลงข่าว ด้วยอาการไม่สะทกสะท้าน ว่า ต้องการปล้นและชิงทรัพย์ ยืนยันขณะก่อเหตุไม่ได้เมา หรือเสพยา มีสติดีทุกอย่าง ก่อนลงมือเห็นผู้ตายเดินเล่นโทรศัพท์มือถือ จึงเข้าไปทำทีถามทาง อ้างไม่ได้ปาดคอผู้ตาย แต่เป็นช่วงจังหวะมีดแฉลบไปโดนคอ วอนสังคมให้ฟังความสองข้างอย่าฟังความข้างเดียว ตนไม่ได้ตั้งใจให้เสียชีวิต เดิมประกอบอาชีพเปิดแผงขายผลไม้ย่านวัดกู้ แต่ขายไม่ดี ส่วนเพื่อนอีกคนที่อยู่ระหว่างหลบหนีรู้จักกันในคุก แต่ปฏิเสธไม่ทราบว่าหลบหนีไปไหน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ว่านำผู้ต้องหาไปทำแผนเพื่อประกอบสำนวนให้สมบูรณ์และฝากถึงคนร้ายอีกคนที่อยู่ระหว่างหลบหนีให้เข้ามอบตัวกับตำรวจโดยเร็ว มิฉะนั้น ตำรวจจะใช้มาตรการเด็ดขาด ส่วนผู้ที่ให้ที่พักพิงหรือหลบซ่อนจะมีความผิดด้วย และฝากความเสียใจไปถึงครอบครัวผู้เสียหายด้วย

     

     

นายกิตติกร วิกาหะ หรือ ตั้ม ผู้ต้องหาใช้มีดฆ่าชิงทรัพย์ นายวศิน มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุบริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 โดยใช้มีดแทงและปาดคอนายวศิน จนเสียชีวิต และหลบหนีไปทางถนนประดิษฐ์มนูธรรม

     

     

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายกิตติกร มาทำแผนจุดที่สอง บริเวณซอยสุคนธสวัสดิ์ 9 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้เสียหายได้โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจุดนี้ไม่เป็นปัญหา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้กั้นไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่ ก่อนจะคุมตัวไปทำแผนยังจุดสุดท้ายคือ บริเวณป้ายรถประจำทาง หน้าโรงพยาบาลสินแพทย์ ซึ่งผู้ต้องหาได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้เสียหาย ได้ทรัพย์สิน อาทิ โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าและเงินสด จำนวน 5,000 บาท แต่ระหว่างทำแผนมีชายหนึ่งรายที่มาร่วมสังเกตุการณ์ อาศัยจังหวะทีเผลอพุ่งเข้ามาทำร้ายผู้ต้องหา ด้วยการใช้มือตบเข้าที่บริเวณศีรษะของผู้ต้องหา ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่กันตัวออกไป พร้อมคุมตัวไปเปรียบเทียบปรับในข้อหาทำร้ายร่างกาย

     

ในวันเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้งสองราย ร่วมกันตระเวนชิงทรัพย์บริเวณถนนเลียบด่วนรามอินทรา แต่ไม่ได้ทรัพย์สิน ก่อนมาก่อเหตุกับนายวศิน อีกทั้งยังก่อเหตุอีกที่บริเวณซอยสุคนธสวัสดิ์ 9 และบริเวณป้ายรถประจำทางหน้าโรงพยาบาลสินแพทย์ รวมถึงพื้นที่ สน.โชคชัย ทั้งนี้ ยืนยันว่า มีพยานหลักฐานชัดเจน และ นายกิตติกร ให้การรับสารภาพ แต่อยู่ระหว่างสืบสวนว่า มีการก่อเหตุในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะและมีอาวุธติดตัวไปด้วยเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต     

 

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นางสาวชนุตรา เพชรมูล


HASTAG : ชิงทรพย์  แทค  ปาดคอ  เสียชีวิต 

ติดตามข่าวอื่นๆ