คุณทองแดงฟังเข้าใจภาษา! ...เมื่อต้องเลือกระหว่างหน้าที่ของแม่ กับหน้าที่ราชองครักษ์ เรื่องน่าทึ่งของสุนัขประจำรัชกาลที่9

เรื่องราวของคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นสุนัขพันทาง ซึ่งแต่เดิมเป็นสุนัขจรจัด แต่ได้รับพระมหากรุณาจากในหลวง ร.9 ได้เข้ามาอยู่ในวัง "คุณทองแดง" มีลักษณะพิเศษต่างจากลูกสุนัขตัวอื่น คือ มีสายสร้อยรอบคอครึ่งเส้น มีถุงเท้าขาวทั้ง 4 ขา มีหางม้วนขดเป็นวง ปลายหางมีดอกสีขาว และมีจมูกแด่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงค้นในหนังสือพบว่า "คุณทองแดง" มีลักษณะคล้ายคลึงกับสุนัขพันธุ์บาเซนจิ ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์โบราณ มีถิ่นกำเนิดทางแอฟริกาใต้

 

ความรู้ภาษาของคุณทองแดงนั้น เป็นที่เลื่องลือ และมีประจักษ์พยานมากมาย จนคุณทองแดงเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าอยู่หัว ร.9  เป็นอย่างมาก จนได้รับการตั้งฉายาว่า เป็น “สุนัขประจำรัชกาล”

 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเรียกให้คุณทองแดงขึ้นเฝ้าเพื่อที่จะชั่งน้ำหนัก แค่เพียงรับสั่งว่า ทองแดงไปชั่งน้ำหนัก คุณทองแดงก็จะเดินขึ้นตาชั่ง หรือเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับที่พระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวล เมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงมาเพื่อทรงออกกำลังตรงถนนบริเวณชายหาด ซึ่งมีต้นมะพร้าวอยู่ เพียงรับสั่งว่า อ้อมต้นมะพร้าว คุณทองแดงก็จะวิ่งอ้อมต้นมะพร้าวทันที โดยไม่ต้องมีการสอน และเมื่อวิ่งอ้อมต้นมะพร้าวไปสักครึ่งต้น คุณทองแดงก็จะหยุดหันมามองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


              เรื่องราวเกี่ยวกับความ  “รู้ภาษา” ของคุณทองแดง  และความเมตตาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อสุนัขพันทาง เจ้าสัววัลลภ เจียรวนนท์ เคยเปิดเผยผ่านทาง “ผู้จัดการรายวัน”  ในหัวข้อ “มุมมอง พันทาง จากเจ้าสัว “วัลลภ เจียรวนนท์” ว่า

“ตอนที่คุณทองแดงเพิ่งคลอดลูกใหม่ๆ วันรุ่งขึ้นพระองค์ท่านก็เสด็จไปเยี่ยม พอเยี่ยมเสร็จ พระองค์ท่านก็เสด็จกลับ ออกเดินไปได้ไม่กี่ก้าว คุณทองแดงก็ลุกตามไป ทั้งที่ปกติแล้ว สุนัขที่เพิ่งคลอดจะหวงลูกมาก แต่คุณทองแดงก็วิ่งตามไป พระองค์ท่านก็หยุดหันมามอง คุณทองแดงก็หันมามองท่านเหมือนกัน ตอนนั้นท่านทรงยังไม่ได้คิดอะไร เดินต่อไป ไม่กี่ก้าว คุณทองแดงก็เดินตาม นอกจากเดินตามแล้ว ยังมองหน้าพระองค์ท่านแล้วก็มองกลับไปที่ลูกของเขา พอเป็นอย่างนี้ พระองค์ท่านก็คิดแล้วว่า สงสัยใจหนึ่ง คุณทองแดงจะคิดว่าเขามีหน้าที่ที่จะคอยดูแล ให้ความปลอดภัยแก่ท่าน อีกใจหนึ่งก็คือความเป็นแม่ที่จะต้องคอยดูแลลูก 
        
       พอคิดได้อย่างนี้ พระองค์ท่านก็นึกอยากทดลองว่าใช่อย่างที่คิดไหม จึงเดินออกไปใหม่เป็นครั้งที่สาม คุณทองแดงก็เดินตามอีกแล้วก็ทำเหมือนเดิม มองดูพระองค์ท่านแล้วก็หันกลับไปมองดูลูกของตัวเอง ครั้งนี้พระองค์ท่านจึงรับสั่งว่า ไม่ต้องตามมาแล้วนะ ไปดูแลลูกได้แล้ว ไม่ต้องห่วงเรา พอพระองค์ท่านรับสั่งแค่นี้ คุณทองแดงก็วิ่งหันหลังกลับไปเลย ไม่หันมาดูท่านอีกเลย นี่แหละครับคือสิ่งที่พระองค์ท่านรับสั่งให้ผมฟัง และนี่แหละคือสุนัขพันทางหรือมิดโร้ดอย่างที่พระองค์ท่านเรียก ถ้าให้โอกาสเขา สอนเขา เขาก็กตัญญูอย่างคุณทองแดงนี่แหละ”

       

นอกจากนี้ คุณวัลลภ ยังยกพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9  มาบอกเล่าผ่านสื่ออีกด้วยว่า

 “ท่านรับสั่งว่าหมาพันทางบ้านเรา จริงๆ แล้วเป็นหมาที่ฉลาดมาก ถ้าเผื่อเราให้โอกาส เลี้ยงดูเขาดี สอนเขา เขาก็สามารถทำตามได้ เหมือนอย่างคุณทองแดงเอง เขาก็ไม่ใช่พันธุ์ดี ไม่ได้มีเพ็ดดีกรีอะไรสูงส่ง ในหลวงท่านไปพบแล้วชมว่าสวย ประชาชนก็ถวายให้แก่พระองค์ท่าน และพระองค์ท่านก็เลี้ยงดูมาจนถึงทุกวันนี้ และท่านก็รักมากเลย ผมเคยเอาสุนัขพันธุ์บางแก้วมาถวายพระองค์ท่าน ท่านก็ทรงจูงของท่านลงมาเหมือนกัน ตรัสว่า คุณวัลลภมีบางแก้ว ฉันก็มีมิดโร้ด (ท่านหมายถึงหมากลางถนน) เหมือนกัน” (ยิ้มกว้าง)


เรื่องราวสุดแสนประทับใจเหล่านี้แสดงนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ใน ร.9 แล้ว ยังเป็นการตอกย้ำให้เรามั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์ใดๆ ก็มีความฉลาด ความน่ารัก มีหัวใจที่จงรักภักดีไม่แตกต่างกัน

 

นอกจากในหลวง ร.9 จะทรงรักมีอุปนิสัยรักสัตว์ดดยเฉพาะสุนัยแล้ว อุปนิสัยของพระพี่นางฯ ก็ทรงรักสุนัขมากไม่ต่างกัน

ดังเรื่องเล่าจาก “ลัดดาซุบซิบ” ผู้เขียนหนังสือขายดี  “ใกล้เบื้องพระยุคลบาท” (เย็นศิระเพราะพระบริบาล) ได้เล่าเรื่องพระพี่นางที่ทรงมีอุปนิสัยรักสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัข ไว้ในหลังสือว่า

เมื่อปี ๒๕๓๙ ที่วังเลอดิส เลขที่ ๑๐ ซอย ๔๓ แสงมุกดา สุขุมวิท พระองค์มีหมาทั้งสิ้น ๓๑ ตัว

แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม

กลุ่มแรกพักอยู่คอนโดหมา ๒๑ ตัว ได้ขึ้นตำหนักถึงห้องเสวย 
๘ ตัว เฉพาะที่โปรดเป็นพิเศษ ๒ ตัว ชื่อ “สิบสาม” กับ “ช็อกกาแลต” มีสิทธิ์นอนในห้องบรรทม

หมาบางตัวทรงซื้อหามาเองบ้าง มีผู้ถวายจากแม่สอด ตาหลำ 
ดอยปุย บ้างนำมาจากต่างประเทศ เช่น ตุรกี ตูล่า โมร็อกโก ภูฏาน ทิมพู

มีหมากลุ่มหนึ่ง ๕-๖ ตัว ทรงตั้งชื่อเป็นยี่ห้อน้ำมัน เช่น เอสโซ่ เชลล์ คาลเท็กซ์ โมบิล

และอีกตัวชื่อแปลกว่า “ไฟแดง” เนื่องเพราะเกิดระหว่างติดไฟแดงบนรถยนต์ขณะแม่หมาถูกพาตัวไปคลอดที่คลินิก

ต่อมาหนึ่งปีให้หลังมีน้องใหม่เพศเมียเพิ่งย้ายสำมะโนครัวเข้ามาอีก ๒ ชื่อ “คีรีบูน” สวยโสภา อายุแค่ ๔ เดือนกว่า บินมาจาก สเปน กับสาวภูธรขนฟูชื่อ “หัวหิน” เพราะเกิดที่หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์

ล่าสุดปีพุทธศักราชนี้ หมาที่ขึ้นทะเบียนในวังเลอดิสเหลือเพียง ๒๙ ตัว หลายตัวตายไป มีหลายตัวมาใหม่เข้าแทนที่

ที่มาใหม่มี อาทิ “หลง” เป็นลูกหมาผสม ถูกหมาใหญ่ไล่หลงมา
จากสุขุมวิท ซอย ๔๗ ในตอนเช้าตรู่ “น้ำพุ” พันธุ์ชิสุที่คุณหญิงสุพัชรี 
ภิรมย์ภักดี ทูลเกล้าถวาย กับอีก ๒ มี “เทนอีเลเว่” และ “โกลเดนฟีเวอร์” เป็น หมามูเซอร์ตัวผู้ ใจดี ขนสีน้ำตาลอ่อน อายุเพิ่งจะ ๘ เดือนย่าง กับ “แซนดี้” ร่างกำยำแต่สวยสง่าน่ารัก เท้าสองข้างอย่างสิงโต

หมาทุกตัวอยู่ในความดูแลเข้ม น่ายกย่อง ของนางข้าหลวงชื่อ จงรัก สังขประสิทธิ์

ด้านสุขภาพได้สัตวแพทย์ ชื่อ กิจ ศรีพัฒนา มีคลินิกหมาอยู่บนถนนศรีนครินทร์ เขาจะมาตรวจเยี่ยมถามไถ่หมาถึงตำหนักทุกสามเดือน

มีข้อน่าสังเกตว่า หมาเกือบสามโหลไม่ค่อยป่วยไข้ หากจะมีโรคประจำตัวบ้างก็คือโรคหัวใจ ไต กับ มดลูก เวลาหน้าฝนมักถูกคุกคามจากตัวเห็บ ส่วนน้ำนั้นมีกติกาเคร่งครัดให้อาบอาทิตย์ละหน

กลางคืนบางตัวขออนุญาตเห่าหอนบ้าง เพื่อไม่ให้เหงาปาก และทุกตัวได้รับการฝึกฝนให้รู้จักการถ่ายอย่างมีระเบียบ ปัญหาเรื่อง “อึ” เพ่นพ่านจึงไม่เกิด

บางวันในยามว่าง พระองค์ท่านจะประทานความรัก ความเมตตา
อาทรด้วยการเสด็จลงเยี่ยมหมาอย่างทั่วถึง เป็นโอกาสดีที่แต่ละตัวจะได้
ประจบคลอเคลีย แสดงออกตามประสาหมาถึงความจงรักภักดีที่มีต่อนาย

ในความเป็นจริง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรักหมามาก เนื่องเพราะทรงเห็นเช่นคนทั่วไปว่า บางทีเรารักคน เขาอาจจะไม่รักเราก็เป็นได้ แต่ถ้าเรารักหมา ไม่มีวันหรอกที่หมาจะไม่รักเรา


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ไญยิกา เนื่องจำนงค์


HASTAG : คุณทองแดง  ร.9  สัตว์เลี้ยง  ในหลวง 

ติดตามข่าวอื่นๆ