"สุดารัตน์" ตอกผู้มีอำนาจ...??? อย่าคิดว่าคือกฎหมาย ฉันจะเอาแบบนี้ ท้ายที่สุดมันจะอยู่ไม่ได้ (ข้อมูล)

จากกระแสการปลดล็อกพรรคการเมือง เพื่อเปิดทางให้ทำกิจกรรมมากขึ้น ก็มีท่าทีการส่งสัญญาณออกมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าตอนนี้ยังไม่ให้ทางพรรคการเมืองได้ทำกิจกรรม

(อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >>> http://politic.tnews.co.th/contents/215255/ ฟังรู้เรื่องไหม...!?! บิ๊กป้อม ไฟแดงห้ามประชุมพรรค จัดกิจกรรมทางการเมือง... แค่นี้ก็มากพออยู่แล้ว...!!!)

ขณะที่ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง พ.ร.บ.พรรคการเมืองว่า กฎหมายลูกที่ออกมาจะสะท้อนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะจำกัดและอาจมีการกำจัดทางการเมือง ซึ่งกฎหมายจะทำให้นักการเมืองลำบากและยุ่งยากมากขึ้นแน่ ซึ่งคนที่ต้องการทำงานด้านการเมืองต้องพยายามทำตามกฎเกณฑ์ที่อาจปฏิบัติได้ยาก แต่สิ่งที่ห่วงคือการแก้ปัญหาให้ประชาชน นักการเมืองอาจไม่เดือดร้อน เพราะได้รับเงินเดือน และถูกจำกัดไม่ให้ทำงาน ก็อาจรับเงินเดือนอย่างเดียวโดยไม่ต้องทำงาน แต่คนที่ลำบากคือประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญเขียนข้อจำกัดไว้มาก และไม่เป็นสากล จะทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปด้วยความยากลำบาก

 

“ผลจะตกอยู่กับประชาชนและประเทศชาติ อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกก็ตกต่ำ ประเทศไทยต้องปรับตัวให้ทันโลก ทั้งนี้ ผู้ที่จะมาบริหารประเทศ หากไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ จะทำการพัฒนาประเทศตามคนอื่นไม่ทัน และอยากให้ผู้ที่มีความรับผิดชอบสูง ผู้ที่เป็นตัวแทนของประชาชน ร่วมปฏิบัติธรรม เพราะจะทำให้ผู้นั้นเข้มแข็ง เดินในทางที่ถูกและควรต่อประเทศชาติ” คุณหญิงสุดารัตน์ระบุ

 

เมื่อถามถึงการเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมือง คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้มีเจตนาให้เกิดสิทธิและเสรีภาพของนักการเมืองและประชาชนที่จะให้สื่อสารกันมากนัก ไม่ได้เดินไปสู่การเป็นประชาธิปไตย การจะให้เกิดประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่คำพูด ต้องมีกฎหมายและองค์ประกอบให้เกิดภาพสมานฉันท์ โดยเฉพาะ คสช. ต้องทำให้ชาติเดินไปสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ประเทศไทยติดหล่มเป็นเวลานาน และ คสช.ให้สัญญาว่าจะทำให้ประเทศเดินหน้าและทำให้เป็นประชาธิปไตย แต่เท่าที่ดำเนินการมานั้น ยังไม่เห็นชัดเจนว่าจะทำตามโรดแมปนั้น


“จากนี้อยากให้ผู้มีอำนาจสร้างความเข้าใจ หาความร่วมมือระหว่างผู้มีอำนาจ ประชาชน และพรรคการเมือง เปิดโอกาสในการมีส่วนร่วมที่จะคิดยุทธศาสตร์ชาติ 10 ปี หรือ 20 ปี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ หากคิดแต่จะกำจัดทางการเมือง ไม่ฟังความเห็นนั้น อาจดูเรียบร้อยในช่วงนี้ แต่พอถึงการเลือกตั้งก็จะเกิดปัญหาได้ เพราะไม่ได้มาจากการร่วมมือกัน ฉะนั้นควรแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจะดีกว่า” คุณหญิงสุดารัตน์ระบุ

 

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า อย่าคิดว่าฉันคือกฎหมาย ฉันจะเอาแบบนี้ เพราะท้ายที่สุดก็เหมือนแรงโน้มถ่วงของโลก ลูกตุ้มมันเอียงไปด้านใดมากจนเกินไป ท้ายที่สุดมันจะอยู่ไม่ได้ ส่วนที่วิจารณ์ว่าพรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งอาจไม่ได้เป็นรัฐบาลนั้น ไม่กังวล เพราะนักการเมืองอยู่กับประชาชน มีโอกาสพูดคุยกับประชาชนได้ และได้รับความไว้วางใจต่อได้ให้ได้รับการสนับสนุน แต่สิ่งที่น่าห่วงกว่านักการเมืองคือ เงื่อนไขและบรรยากาศเช่นนี้เหมือนไม่ให้มีส่วนร่วมใดๆ อย่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควรต้องได้รับฟังความเห็นอย่างถี่ถ้วน อย่าทำอะไรแล้วต้องไปแก้ทีหลังหลังเลือกตั้งมันยุ่งยาก ทั้งนี้ เหลือเวลาไม่มากที่จะไปสู่การเลือกตั้ง ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลยังไม่ได้ทำ เป็นสัญญามา 2-3 ปีแล้ว ควรต้องทำทั้งการสร้างความเข้าใจ สร้างความสามัคคี สร้างสมานฉันท์และวางเป้าหมายให้ทุกฝ่ายเห็นว่าเป้าหมายหลักคือเรื่องของส่วนรวม

 

 

“ทุกคนต้องลดข้อจำกัดของตัวเองเพื่อให้สู่เป้าหมายหลักของประเทศให้ได้ แต่ตราบใดที่ไม่มีการพูดคุยกัน ไม่มีส่วนร่วม มันไปไม่ได้ ในเรื่องโรดแมป หากไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลพูดไว้ ก็ต้องออกมาชี้แจง เพราะเราฟังเพลง เราจะทำตามสัญญามาอยู่ทุกวัน”คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวทิ้งท้าย.

 

เรียบเรียงโดย วัสดา สำนักข่าวทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
วัสดา แสงทิพย์


HASTAG : สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  พรรคการเมือง  ประชุม 

ติดตามข่าวอื่นๆ