ชะตากรรมหนักจริงๆ !! ผบ.ตร.กำชับผบก.น.6 คุมคดี "น็อต กราบรถกู" ลั่นเห็นคลิปแล้วรับไม่ได้ใช้อารมณ์เหนือกม. !!?!!

 

 

 

 

     จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนระหว่างรถยนต์มินิสีเหลืองกับรถจักรยานยนต์ โดยปรากฎคลิปกระชากทำร้ายร่างกาย และบังคับให้กราบรถได้โผล่ว่อนไปทั่วโลกออนไลน์ จนเกิดวลี "กราบรถกู" โดยภายหลังทราบว่าเจ้าของรถมินิดังกล่าวคือ นายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือน็อต พิธีกรและดาราชื่อดัง สังกัดจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ กับหนุ่มเจ้าของจยย. คือ "กิตติศักดิ์ สิงโต" พนักงานฝ่ายคัดกรองเอกสาร สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตลิ่งชัน ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเพียงชั่วข้ามคืน (อ่านข่าว: เดือดสุดๆ!!! เพจดังอ้างชื่อหนุ่มพิธีกรดังกระชากคอชกหน้าหนุ่มขี่มอไซค์โมโหเฉี่ยวรถมินิคูเปอร์ส่อหลบหนี ชาวเน็ตด่าสนั่นป่าเถื่อน??? (มีคลิป))

 

 

 

 

     ล่าสุด พล.ต.ต.ทรงพล วัธนชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ตนได้กำชับ ตำรวจสน.ยานนาวา ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้ความเป็นธรรมตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ โดยเมื่อวานนี้หลังมีคลิปเผยแพร่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการตรงมาที่ตนให้เร่งรัดการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเป็นธรรมเพราะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ ซึ่งผบ.ตร.เห็นคลิปแล้ว รับไม่ได้ เห็นว่าเป็นคดีจราจรปกติ อุบัติเหตุบนท้องถนนเล็กน้อยแต่กลับปรากฏการทำร้ายร่างกายกันตามที่เห็น ก็รับไม่ได้ ดูเป็นการใช้อารมณ์และไม่มีสิทธิทำขนาดนั้น จึงสั่งกำชับให้ดำเนินการโดยเร็ว ตามกฎหมาย ซึ่งตนเองเห็นแล้วก็รับไม่ได้เหมือนกัน แต่ยืนยันว่าการดำเนินคดี หรือแจ้งข้อหาอะไรก็ต้องดำเนินการตามพยานหลักฐาน ไม่เกี่ยวกับกระแสสังคม จากคลิปวิดีโอที่มีแพร่กันก็เห็นว่ามีการกระชากกันพาข้ามถนน มีการทำร้ายกัน 3 ช็อต เท่าที่เห็นไม่มีการตอบโต้ ต่อสู้ เห็นการทำร้ายฝ่ายเดียว แต่อย่างไรก็ตามการดำเนินคดี พิจารณาแจ้งข้อหาไม่สามารถตัดสินได้จากคลิปเดียว มุมเดียว เรื่องนี้มีประจักษ์พยานจำนวนมาก พนักงานสอบสวนต้องเรียกมาด้วยเพื่อดูว่าก่อนและหลังจากในคลิปเกิดอะไรขึ้นบ้าง รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดอื่นๆเพื่อประกอบหลักฐาน ทั้งนี้เรื่องนี้ผมมองว่ามันเป็นอุบัติเหตุจราจร ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติบนท้องถนน เกิดอะไรให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย ขอให้คุมอารมณ์ อย่าใช้อารมณ์อย่างกรณีนี้ เรื่องแบบนี้ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ อย่าพิพากษาเอง


 

 

     ทั้งนี้ พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวว่า ได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา เรื่องนี้แบ่งการดำเนินคดีเป็น 2 ส่วน 1.คือการเฉี่ยวชน ซึ่งสอบปากคำนายกิตติศักดิ์ รับว่าเฉี่ยวรถของนายน็อตจริงแล้วหนีไป นี่คือสิ่งที่เขารับว่าหนีไป และพฤติการณ์ก็ชัดคือชนที่แยกบางรักและตามกันมาอีกจุด ส่วนรถแท็กซี่อีกคันนั้นตนไม่ทราบว่ามีการพูดถึงหรือไม่ แต่จากจุดนี้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามพ.ร.บ.จราจรทางบก ในความผิดที่เฉี่ยวชนแล้วไม่แจ้งเจ้าหน้าที่แก่นายกิตติศักดิ์ โดยยึดรถทั้ง 2 คันที่เป็นคู่กรณีกันตรวจสภาพเพื่อประกอบหลักฐานที่กก.3 บก.จร. ส่วนที่ 2.กรณีมีเหตุทำร้ายร่างกายกัน ที่ชัดเจนคือนายกิตติศักดิ์ได้รับบาดเจ็บ มีคลิปนายน๊อตทำร้ายนายกิตติศักดิ์ ขณะนี้พนักงานสอบสวนส่งตัวนายกิตติศักดิ์ ตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเลิดสิน หากพบว่าบาดเจ็บสาหัสก็ แจ้งข้อหาอาญา มาตรา 297 ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6เดือนถึง 10ปี และต้องดูด้วยว่าพฤติการณ์มีการข่มขืนใจหรือหน่วงเหนี่ยวอย่างไรหรือไม่ ถ้าเข้าก็แจ้งข้อหาเพิ่มด้วย ตรงนี้ในการทำร้ายร่างกายต้องดูพยานหลักฐานที่ปรากฎต้องดูว่าหากดั้งจมูกหัก ต้องรักษานานเพียงใด เข้าข่ายเจ็บสาหัสหรือไม่ แต่หากไม่ถึงขั้นสาหัสเป็นเพียงการทำร้ายร่างกายก็เป็นข้อหาลหุโทษโทษปรับ 1,000 บาท แม้ว่าฝ่ายหนึ่งจะเป็นคนมีชื่อเสียง หรือมีทนายมาด้วยก็ไม่มีผลต่อการดำเนินคดี ทุกอย่างยึดกฎหมาย พบพฤติกรรมเข้าข้อกฎหมายใดก็แจ้ง ไม่เข้าหลักฐานไม่มีก็ไม่แจ้งข้อหานั้น

 

 

 

เรียบเรียง : กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
กำพลาภร พุฒิพุทธ


HASTAG : น็อต กราบรถกู  น็อต อัครณัฐ  เฉี่ยวชน  คลิปวิดีโอ  ผบ.ตร.  ทำร้ายร่างกาย 

ติดตามข่าวอื่นๆ