UNGA ประชุมวาระพิเศษ สดุดีถวายพระเกียรติ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำนักงานใหญ่องต์การสหประชาชาติ  นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม  สมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ได้มีการจัดประชุมวาระพิเศษ เมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (21.00 น.ตามเวลาในไทย) เพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังการเสด็จสวรรคตของพระองค์เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ซึ่งการจัดประชุมของยูเอ็นเช่นนี้ ถือเป็นโอกาสพิเศษที่มีขึ้นไม่บ่อยนัก
    
การประชุมพิเศษเพื่อถวายสดุดี ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที นายปีเตอร์ ธอมสัน นักการทูตชาวฟิจิ ในฐานะประธานสมัชชาสหประชาชาติ เป็นผู้เริ่มกล่าวสดุดีบนเวทีเป็นคนแรก โดยนายธอมสัน กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อประชาชนชาวไทย ที่สูญเสียพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถ และมีพระเมตตาต่อพสกนิกร พระองค์ทรงยกระดับความเป็นอยู่ของประชากร ด้วยโครงการในพระราชดำริมากมาย และทรงเสด็จเยี่ยมประชาชนในถิ่นทุรกันดาร นอกจากนั้นพีระองค์ยังทรงเป็นศูนย์รวมใจ ความสมานสามัคคีของประชาชนในชาติ
    
ผู้กล่าวสดุดีเป็นคนที่ 2 คือ นายบัน คี-มูน เลขาธิการสหประชาชาติ โดยนายบันได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ตลอดจนรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น นายบันกล่าวว่า เขาได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศไทยในปี 2550 ได้เข้าร่วมและพบเห็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น     องค์การสหประชาชาติขอน้อมลำรึกและแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของพระองค์
    
นายบัน กล่าวยังได้กล่าวยกย่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าทรงเป็นทั้งนักคิดและนักสิทธิมนุษยชนผู้ทรงนำความมั่นคงมาสู่ชาติในช่วงที่เกิดวิกฤตและความตึงเครียดทางการเมือง นอกจากนี้ยังทรงดำเนินโครงการพัฒนาอย่างยั่งยืนหลายโครงการ และสหประชาชาติได้ทูลเกล้าถวายฯ รางวัลแห่งความสำเร็จชั่วชีวิตด้านการพัฒนามนุษย์ จากสหประชาชาติ ในปี 2549 และเป็นรางวัลที่สหประชาชาติมอบให้เป็นครั้งแรกของโลก 
    

 

หลังจากนั้นเป็นการขึ้นกล่าวสดุดีของประธานภูมิภาคต่าง ๆ ทั้ง 5 ภูมิภาคของโลก ซึ่งต่างก็ยกย่องสดุดีในพระปรีชาสามารถ และคุณูปการของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ต่อด้วย น.ส.ซาแมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ได้ขึ้นกล่าวแสดงความเสียใจต่อประชาชนชาวไทย ต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 
    
น.ส.ซาแมนธา กล่าวอีกว่า ในระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนพสกนิกร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพบปะกับประชาชนในระดับรากหญ้า ทั้งชาวไร่ชาวนา ชาวประมง นักเรียน ครู ตำรวจ เพื่อทรงรับทราบและแก้ไขปัญหาที่เกิดกับราษฎร พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีแนวพระราชดำริที่สร้างสรรค์และทรงพระปรีชาสามารถ ทรงจดทะเบียนสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของพระองค์หลายรายการ โดยล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทรงทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาให้ราษฎร 
    
เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวยกย่องโครงการแก้มลิง ซึ่งเป็นแนวคิดในพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย ซึ่งไทยยังคงดำเนินตามแนวพระราชดำริดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน และเป็นที่ชัดเจนว่าแนวพระราชดำริของพระองค์นั้นเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในประเทศไทย และว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงอุทิศพระองค์โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพราะพระองค์ทรงถือว่าพสกนิกรชาวไทยคือครอบครัวของพระองค์ นับเป็นความโชคดีของคนไทย และคนทั่วโลกที่ได้เรียนรู้แนวทางการดำเนินชีวิตจากพระองค์
    


นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ เป็นผู้กล่าวถาวายสดุดีเป็นคนสุดท้าย โดยนายวีรชัยได้กล่าวขอบคุณถ้อยแถลงแสดงความเสียใจจากตัวแทนขององค์กรและภูมิภาคทั่วโลก และได้กล่าวสดุดี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยในหลายๆ ด้าน และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน พระองค์ทรงพระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมายหลายโครงการ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างมหาศาล แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ ได้กลายเป็นแบบอย่างการพัฒนาของประเทศต่างๆ ทั่วโลก    
    
การประชุมวาระพิเศษของสมัชชาสหประชาชาติ เพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในครั้งนี้ ได้มีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนทั่วโลก ได้รับชมผ่านทางเว็บคาสต์ ของสหประชาชาติด้วย





เรียบเรียงโดย สถาพร  สำนักข่าวทีนิวส์
ขอขอบคุณภาพจาก สำนักข่าวไอ เอ็น เอ็น


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
สถาพร เกื้อสกุล


HASTAG : บันคีมูน  สหประชาชาติ  ในหลวง 

ติดตามข่าวอื่นๆ