กษัตริย์แห่งภูฎาน กับ “ในหลวง”ของเรา...ความผูกพันที่มากกว่ามิตรประเทศ

สายสัมพันธ์แห่งประเทศภูฏานและประเทศไทยจะยังคงทอดยาวไกล เพราะที่นี่“เชียงใหม่” คือแหล่งเรียนรู้แห่งการตามรอยพระบาทนั้นก่อนหน้าการเสด็จเยือนประเทศไทยในฐานะผู้แทนประมุขแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก  ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมาประเทศไทยหลายครั้ง  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ได้ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้โครงการหลวงใช้เป็นทุนรอนในการช่วยเหลือพัฒนาภูฎานมาแล้วหลายปี ขณะที่เจ้าชายจิกมี ก็ทรงได้ยิน ได้ฟัง และเฝ้าติดตามพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประเทศไทยมา  ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ด้วยความชื่นชมและยกย่อง

เมื่อครั้ง หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวงเสด็จเยือนภูฏาน และได้เข้าเฝ้าพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก ได้ทรงมีรับสั่งถึงงานพัฒนาร่วมกัน เนื่องจากโครงการหลวงได้ผ่านงานพัฒนาด้านเกษตรที่สูงมายาวนาน

 

ขณะที่ภูฎานเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ ดี แต่รายได้ของประชากรไม่มาก และมีปัญหาภูมิประเทศพื้นที่ซึ่งเป็นภูเขาสูง แนวทางร่วมมือเพื่อการพัฒนาบนพื้นที่สูงของทั้ง 2 ประเทศจึงเริ่มต้นจากนักวิชาการ นักการทูต รัฐมนตรีด้านการเกษตรของภูฏาน เดินทางมาศึกษาและเรียนรู้งานที่จังหวัดเชียงใหม่คือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

หนึ่งปีให้หลัง เจ้าชายจิกมี ก็เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเรียนรู้งานด้วยพระองค์เอง กลางเดือนมีนาคม 2546 และทรงประทับแรมอยู่ที่อ่างขางนี้ 1 คืนด้วย การเสด็จพระราชดำเนินเชียงใหม่ในปีนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยังทรงพระราชทานพระราชวโรกาสให้เจ้าชายจิกมีเข้าเฝ้าที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์อีกด้วย และในปีเดียวกันนั้น สมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน พระราชมารดาของเจ้าชายจิกมี และพระขนิษฐา ก็เสด็จพระราชดำเนินเยือนสถานีเกษตรหลวงอ่างขางอีกถึง 2 ครั้ง ปัจจุบัน นักวิชาการโครงการหลวงจากประเทศไทย ได้เดินทางไปแนะแนวทางการปลูกไม้ผลเมืองหนาวแก่ชาวภูฏาน  ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทางตอนล่างของประเทศที่เริ่มปลูกมะม่วง  หรือทางตอนเหนือที่สนใจการปลูกพืชเมืองหนาว ขณะที่แต่ละปีนักวิชาการจากภูฏานก็จะเดินทางมาฝึกงานที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางมิได้ขาด

กระทั่งวันที่ 26 พ.ย.2549 มหาวิทยาลัยรังสิต กำหนดจัดพิธีประสาทปริญญาประจำปี 2549 โดยสภามหาวิทยาลัยรังสิต มีมติเป็นเอกฉันท์ทูลเกล้าฯ ถวาย ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์แด่มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ซึ่งท่านได้ทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งถึงในหลวง “ในโอกาสที่ข้าพเจ้าได้เดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลองในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าพเจ้าได้เห็นประชาชนของไทยแสดงความจงรักภักดี และเสียสละ แก่พระมหากษัตริย์และประเทศของตน ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญของประชาชนคนไทยในการป้องกันประเทศอีกด้วย”

“สำหรับปีนี้เป็นปีมงคลของคนไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี และเป็นปีที่พิเศษสำหรับข้าพเจ้าเช่นกัน ข้าพเจ้ารัก เคารพ และชื่นชมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก  พระองค์ท่านทรงเป็นสุดยอดพระมหากษัตริย์ ข้าพเจ้ามีความศรัทธาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างลึกซึ้งในหลายๆ เรื่อง ปีนี้เป็นปีที่สำคัญมากสำหรับข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืม ”

 

“เนื่องในโอกาสรับปริญญาบัตรครั้งนี้ จะต้องเป็นเยาวชนที่จะต้องเรียนรู้อะไรหลายอย่างๆ ซึ่งตัวอย่างที่จะเรียนรู้นั้น  หาได้ไม่ยากเลยคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั่นเอง พระองค์ทรงเป็นบุคคลที่สำคัญสำหรับข้าพเจ้า พระองค์ทรงงานอย่างหนัก พระทัยดี ทรงมีความยุติธรรม  ทรงเป็นบุคคลที่มีความพยายาม มุ่งมั่น ทำเพื่อประเทศชาติ ข้าพเจ้าอยากจะให้เยาวชนไทยและคนไทย ยึดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นแรงบันดาลใจในการปฏิบัติตน เพื่อดำรงชีวิตตามที่พระองค์ปฏิบัติ ข้าพเจ้าเชื่อว่าหากเยาวชนไทยทำได้

ดังนั้น  ประเทศไทยจะประสบความสำเร็จและมีความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งสิ่งนี้เป็นหน้าที่ที่เยาวชน ต้องระลึกเอาไว้ในใจเสมอว่า ตัวเรามีโอกาสมากกว่าคนอื่น มีประชาชนไม่มากนักที่ได้มีโอกาสเท่ากับคนไทย…”

 


มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน ได้ทรงออกแถลงการณ์ส่วนพระองค์ ผ่านกรมสารนิเทศ ขอบคุณคนไทยที่ให้การต้อนรับพระองค์อย่างอบอุ่น โดยในแถลงการณ์ดังกล่าว มีความว่า “ตั้งแต่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ทรงได้ยินได้ฟังและอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาตลอด พระองค์เสด็จมาเยือนประเทศไทยหลายครั้งแล้ว และทรงได้รับรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจต่างๆที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอุทิศพระองค์เพื่อประชาชนชาวไทย พระองค์ทรงชื่นชมและยกย่องในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างยิ่ง”

พระราชาจิกมี ทรงติดพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงของเราเสมอกับของพระราชบิดาอย่างนี้แม้ไม่ได้ พูด ก็สะท้อนให้รู้ว่าพระองค์ทรงนับถือในหลวงของเราเพียงใด.

 

ขอบคุณ : ซาโก้ ดินรักฟ้า


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
อิทธิพล กาวรรณธง


HASTAG : มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก  ภูฎาน  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

ติดตามข่าวอื่นๆ