4 คุณลักษณะที่มนุษย์เงินเดือนควรมีไว้ ทำแล้วชาตินี้ ไม่มีวันเดือนชนเดือนอย่างเด็ดขาด

1.หักดิบ 20% ของรายได้ทุกเดือนไปฝากธนาคาร

          ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นคนใช้เงินฟุ่มเฟือย เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ แต่อยากมีเงินเก็บกับเขาบ้าง ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการใช้วิธีหักดิบ คือพอได้รับเงินเดือนมาปุ๊บ ก็ให้หักเงิน 20% โดยอัตโนมัติเข้าบัญชีเงินออมทุก ๆ เดือนไปเลย ทางเลือกง่าย ๆ เช่น เปิดบัญชีเงินฝากแบบปลอดภาษี ที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 2-3% ต่อปี และมีความเสี่ยงต่ำ พอครบเวลาฝากที่กำหนด เงินที่เราหักออกมา 20% ทุก ๆ เดือนก็จะกลายเป็นเงินก้อนโตอย่างคาดไม่ถึงเลย

2.สำรองเงินเผื่อฉุกเฉิน 6 เท่าของค่าใช้จ่าย

          อนาคตเป็นสิ่งที่เราคาดการณ์ไม่ได้ ต่อให้เป็นมนุษย์เงินเดือนก็ตาม ถ้าเกิดวันดีคืนดีถูกไล่ออก บริษัทปิดกิจการ หรือเกิดเหตุฉุกเฉินจำเป็นต้องใช้เงินขึ้นมาจะทำอย่างไร ?

          แต่ถ้าเราเก็บเงินในบัญชีให้มีทุนสำรองไว้บ้าง อย่างการหักเงินเดือนส่วนหนึ่งเข้าบัญชีเงินออมทุก ๆ เดือน เงินก้อนนั้นจะมีความสำคัญอย่างมากในเวลาฉุกเฉินค่ะ โดยเราควรสำรองไว้สัก 6 เท่าของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน คำนวณง่าย ๆ คือ นำรายจ่ายทุกอย่างในเดือนนั้นมารวมกัน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่างวดต่าง ๆ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ฯลฯ แล้วนำไปคูณด้วย 6 ผลลัพธ์ที่ได้คือปริมาณเงินสำรองที่เราควรมีไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

3.แบ่งเงินไปลงทุนบ้าง

          การเก็บเงินไว้เฉย ๆ อาจได้ผลตอบแทนที่ไม่เติบโตเท่าไหร่นัก ดังนั้นควรจัดสรรเงินบางส่วนไปลงทุนบ้างเพื่อต่อยอดเงินออมของเรา ซึ่งสิ่งสำคัญก่อนลงทุนที่เราต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกก็คือ เรายอมรับความเสี่ยงได้มาก-น้อยแค่ไหน แล้วคำนวณให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามที่ต้องการค่ะ

          โดยจุดนี้ เราสามารถสมัครใช้บริการ Saving Plan ซึ่งเป็นบริการหักเงินจากบัญชีออมทรัพย์ไปลงทุนในกองทุนรวมทุกเดือนได้ ถือเป็นเทคนิคการเติมเงินในพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 500 บาทเท่านั้นเอง หากใครรับความเสี่ยงได้สูงหน่อยก็เลือกลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นซึ่งจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี แต่ถ้ารับความเสี่ยงได้บ้างแบบกลาง ๆ แนะนำให้ลงทุนในกองทุนผสม ซึ่งจะลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5-7% ต่อปี

          อย่ารอเงินลงทุนแบบผัดวันประกันพรุ่ง เพราะจะทำให้คุณพลาดโอกาสทองในการลงทุนได้นะคะ ลองมาคำนวณกันดูว่า ถ้าเราตั้งใจจะออมเงินไป 10-30 ปีโดยคาดหวังผลตอบแทนปีละประมาณ 3-10% เราจะต้องออมเงินเดือนละเท่าไรถึงจะได้เงินล้านมาครอบครอง

สมมติว่า เราตั้งเป้าออมเงิน 20 ปี โดยการลงทุนให้อัตราผลตอบแทนประมาณ 7% เท่ากับว่าเราต้องออมเงินเดือนละ 1,920 บาท เป็นเวลา 20 ปี จึงจะได้เป็นเศรษฐีเงินล้านนั่นเอง แต่ถ้าเราสามารถออมได้เดือนละ 3,155 บาท ก็จะเป็นเศรษฐีเงินล้านภายในเวลา 15 ปี


4.อย่าลืมวางแผนภาษี

          สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องไม่ลืมวางแผนภาษีของตัวเองด้วย เพราะถ้าเราใช้เครื่องมือทางภาษี ค่าลดหย่อนต่าง ๆ ได้เต็มที่ อย่างเช่น การซื้อกองทุนรวม LTF, RMF หรือประกันชีวิต เงินที่ได้จากการคืนภาษียังสามารถนำมาหมุนเวียนเป็นเงินลงทุนสร้างผลตอบแทนต่อได้อีก


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
บุญชัย ธนะไพรินทร์


HASTAG : เงิน 

ติดตามข่าวอื่นๆ