ขอคารวะด้วยหัวใจ!!! แท็กซี่คนดีหอบเงินกว่า 5 แสนบาทคืนฝรั่งออสซี่ทำหล่นหาย ยิ่งรู้ว่าเจ้าของตั้งใจจะเอาเงินไปทำอะไรยิ่งปลื้มน้ำใจสุดๆ

       ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องหนึ่ง สำหรับความดีมีน้ำใจของคนไทย   โดยล่าสุดเป็นกรณีที่มีการระบุว่าเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา  ( 23  ก.ย.)   นายวิมล  ตรีพัฒน์ อายุ  62 ปี   ชาวจังหวัดนครราชสีมา   อาชีพขับรถแท็กซี่    สีเขียวเหลือง ทะเบียน มฉ 3000 กทม.  ให้บริการประจำอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ    นำซองใส่เอกสารสีน้ำตาล    ภายในมีเงินสกุลดอลล่าร์ ฉบับละ 100 ดอลลาร์ จำนวน 200 ฉบับ  คิดเป็นเงินไทยประมาณ 529,000 บาท  มาส่งมอบคืนให้กับ  นายเดวิด จอร์จ คอนรินสัน อายุ 59 ปี  นักธุรกิจชาวออสเตรเลีย  หลังจากชาวต่างชาติรายนี้ทำลืมทิ้งไว้บนรถแท็กซี่ของนายวิมล   ระหว่างโดยสารจากสนามบินสุวรรณภูมิไปที่ขนส่งหมอชิต

 

     ทั้งนี้นายวิมล  เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า  ภายหลังจากส่งนายเดวิดเสร็จ   ก็รับผู้โดยสารกลับไปที่สนามบินสุวรรณภูมิอีกครั้ง   โดยไม่รู้ว่าผู้โดยสารต่างชาติรายนี้ลืมของไว้ในรถ   จนกระทั่งต่อมาได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ว่ามีผู้โดยสารชาวออสเตรเลียทำของสำคัญตกอยู่บนรถ ตนจึงได้จอดรถเพื่อตรวจสอบ  และพบว่ามีถุงกระดาษสีน้ำตาลตกอยู่ใต้เบาะที่นั่งข้างซ้าย จึงขออนุญาตเจ้าหน้าที่เปิดตรวจสอบ  พบว่าเป็นเงินดอลลาร์จำนวนมาก ก่อนรีบเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ติดตามเจ้าของถุงเงินดังกล่าวมารับคืน


     ทางด้านนายเดวิด  เปิดเผยความรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้เงินคืน  เพราะเงินที่หายไปเป็นเงินค่าแรงที่ได้จากการทำงานที่เหมืองแร่จากประเทศออสเตรเลีย  และตั้งใจจะนำไปให้ครอบครัวที่เมืองไทย  แต่เมื่อถึงบ้านต้องตกใจเมื่อรู้ว่าถุงเงินหล่นหายไป  และไม่คาดคิดว่าจะได้คืน จนมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาว่า คนขับรถแท็กซี่ได้เก็บไว้ให้และประสงค์จะส่งมอบคืน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ตนเองและครอบครัวดีใจมาก ต้องขอขอบคุณในความมีน้ำใจของนายวิมลเป็นอย่างมากโดยหลังจากทำการส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวคืนให้กับนายเดวิดแล้ว นายเดวิดได้มอบเงินสดจำนวนหนึ่งให้กับนายวิมล เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ พร้อมทั้งยังบอกอีกว่าจะขอใช้บริการรถแท็กซี่ของนายวิมลเป็นประจำ  เพราะชื่นชมในความดีมีน้ำใจของนายวิมล


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
นายชัชรินทร์ สุรพัฒน์


HASTAG : เจอเงิน  ชาวออสเตรเลีย  โชเฟอร์  มีน้ำใจ  คนดี  แท็กซี่ 

ติดตามข่าวอื่นๆ