ไม่มีชั่วร้ายกว่านี้แล้ว!!! "เนติวิทย์" ตะแบงเพลงพระราชนิพนธ์ "มหาจุฬาฯ" เปลี่ยนแปลงได้ # "พี่คนดีฯ"โดนลิเบอร์ร่านยัดเยียด "คลั่งชาติ" !!?!

     สืบเนื่องจากการกระแสสังคม  ที่ร่วมรับรู้ว่ามีนิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คนหนี่งที่ชื่อว่า   นายเนติวิทย์  โชติภัทร์ไพศาล    ออกมาแสดงความโหยหาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทำนองบทเพลงพระราชนิพนธ์ “มหาจุฬาลงกรณ์”  เป็นเวอร์ชั่น RAP   จนก่อเกิดเป็นมิติที่หลากหลายในเชิงความคิดถึงความเหมาะสม  และไม่เหมาะสมอย่างมีนัยแฝงเร้น ???

 

      เพราะนี่คืออีกครั้งหนึ่งที่นายเนติวิทย์เลือกจะฉกฉวยโอกาสในการแสดงตัวตนและทัศนคติที่อยู่ในห้วงลึกต่อสถาบันเบื้องสูง  ออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง  เหมือนกับหลายกรณีที่ผ่าน ๆ มา  และสังคมไทยก็ปล่อยผ่านไป  โดยไม่ฉุกคิดว่าเด็กคนนี้ที่กลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวคือผลิตผลจากกระบวนการทางความคิดที่มีอยู่จริงในประเทศไทยยุคปัจจุบัน  ยุคที่กลุ่มขบวนการ “ลิเบอร์ร่าน”   ซึ่งแทรกซึมไปทั่วทุกสังคมชนชั้น  ทุกสถาบันการศึกษา    เจตนาจะท้าทายเปิดประเด็นคำถามว่า   ถึงวันนี้ความจงรักภักดีของหมู่คนไทยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ยังเปี่ยมล้นพลังอยู่หรือไม่ ??? 

 

    กรณีการวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของนายเนติวิทย์  โดย เจ้าของเพจเฟซบุ๊คที่ชื่อ  P.khondee “พี่คนดี  กวีสมัครเล่น”  คงไม่ต่างอะไรกับการทำหน้าที่ของสนข.ทีนิวส์ในการเปิดโปงขบวนการล้มเจ้า  แล้วถูกอีกฝ่ายโจมตี วิพากษ์วิจารณ์   กล่าวหากลับว่าเป็นพวกคลั่งชาติ   คลั่งสถาบันฯ   แต่เราทุกคนก็ยังคงทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตั้งแต่เกิดมาอยู่ใต้พระบรมโพธิสัมภารแห่งราชวงศ์จักรีต่อไปอย่างไม่หวั่นไหว

    กรณี  P.khondee  ถูกพวกลิเบอร์ร่านกล่าวหารังแกเด็ก  เป็นกรณีศึกษาว่า สังคมไทยจะให้น้ำหนักกับเรื่องนี้อย่างไรต่อไป   ในขณะที่ปฏิกิริยาของผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังไม่สัญญาณชัดเจนให้รู้สึกถึงการยินดียินร้าย   ต่อการที่บทเพลงพระราชนิพนธ์ “มหาจุฬาลงกรณ์”  ซึ่งดำรงคุณค่าสูงสุดมาเกือบ  70   ปี  ยังคงถูกท้าทายจากนายเนติวิทย์ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่จบไม่สิ้น    ???

 

 

 

    ในทางตรงข้ามบุคคลที่รู้สึกรับไม่ได้รับพฤติกรรมแฝงเร้นเช่นนั้น  กลับกลายเป็นบุคคลที่ต้องยืนหยัดในหลักการความคิด  ต่อสู้กับพวกที่มีทัศนคติเป็นอันตรายต่อสถาบันเบื้องสูงซึ่งแทรกซึมเข้าสู่สถาบันการศึกษาในทุกรูปแบบ  และถูกตำหนิติติงจากคนไทยบางคน บางกลุ่ม !!

 

    “เวลาตำหนิพระเดชพระคุณแล้วคนเดือดร้อนเยอะยังพอเข้าใจ แต่ตำหนินิสิตคนหนึ่งแล้วคนเดือดร้อนเยอะนี่ดูแปลกๆ ขอมารวมตอบตรงนี้แล้วกัน ไม่ได้อยากคุยกับคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ อย่าเอาคำว่าเด็กมาอ้างเลยครับ เข้ามหาวิทยาลัยแล้วนะครับ ถือว่าเป็นคนหนุ่มคนสาวแล้ว ถ้าผมจะบอกว่า เป็นหนุ่มเป็นสาวอย่ามาด่าคนแก่บ้าง พวกคุณจะฟังไหม ไหนว่า "คนเท่ากัน" เกิดจะมาอ้างความเป็นเด็กขึ้นมาทำไมล่ะ ผมบอกหรือว่า ต้องเชื่อตามผมบอกแล้วจึงจะถูก เชื่อตามผมแล้วจึงจะเรียกว่าเป็นคนดี ผมก็ออกความเห็นตามสิทธิของประชาชน...”

 

 

 


    “ไม่เข้าใจบางคนมาเม้นต์เหมือนว่า การด่าเด็กเป็นความผิดมาก และไม่ควรทำ ก็เพราะเด็กกว่าไง ถึงได้ด่าได้ถนัดปาก ถ้าแก่กว่าคงออมคำกว่านี้ พักหลังไม่ค่อยเขียนกลอนแรงมาก แบบแค่สะกิดๆให้ได้คิด ก็ไม่เห็นมีใครจะเอาไปแชร์ไปทำข่าวเท่าไร พอนานๆแรงทีได้เรื่องเลย แต่น้องๆที่เพิ่งมารู้จักกัน ก่อนจะด่ากันอยากให้ลองอ่านหลายๆกลอน หลายๆรอบก่อนนะ ...อืม แต่คิดว่าผมก็คงถูกด่าอยู่ดีแหละ ยังไงจะด่าทั้งทีด่าให้มีเหตุผลหน่อยก็แล้วกัน ตัวเองจะได้ดูโอเคหน่อยนะ ใครหัวรุนแรงมากๆ ก็ระวังหน่อย มีผู้ใหญ่หลายคนที่อ่านเพจนี้ เดี๋ยวต่อไปบังเอิญต้องไปสมัครงานกับเขา เขาจะไม่รับ ผมยอมรับว่าบทกลอนเทศนานิสิตใหม่นั้นมันอาจจะหยาบไปจริง ก็ต้องขออภัยไว้ณที่นี้นะครับ แต่ก็ดีใจนะ ที่ยังมีเด็กๆบางคนเห็นว่าไม่ใช่ภาษาปกติที่ควรจะใช้ แต่ก็เสียใจที่มีคนหยาบกว่าเข้ามามากจนเสียบรรยากาศ ยังไงก็ จะพยายามไม่แรงบ่อยครับ…”

 

 

    ถึงตรงนี้ต้องยืนยันว่า สนข.ทีนิวส์  ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ เกี่ยวข้องกับ  เจ้าของเพจเฟซบุ๊ค P.khondee “พี่คนดี  กวีสมัครเล่น”   เป็นกรณีพิเศษทั้งสิ้น    แต่เจตจำนงค์จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกับกรณีของนายเนติวิทย์  ถือเป็นหน้าที่ของ  สนข.ทีนิวส์ในฐานะสื่อมวลชนที่มีจุดยืนชัดเจน   เรื่องการปกป้องสถาบันเบื้องสูง  จากการคุกคาม  จาบจ้วง  ล่วงละเมิด   ด้วยการตีแผ่พฤติกรรมของกลุ่มคน   บุคคลที่มีความคิดชั่วร้ายต่อสถาบันเบื้องสูงอย่างไม่ยี่หระความรู้สึกคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ  ซึ่งยังคงรัก เทิดทูนสถาบันฯอย่างไม่เสื่อมคลาย  เพราะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์มีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าอย่างเท่าเทียม

 

     เฉกเช่นหลักความคิดของ P.khondee      ที่ชัดเจนในตัวตนมาตั้งแต่ต้นจนถึงข้อเขียนล่าสุด     “คำว่า " ‪#‎HateSpeech" น่าจะแปลว่า ‪#‎คำที่สร้างความเกลียดชัง เช่นในกรณีที่ เราไปสร้างความเกลียดให้เกิดขึ้นอย่างผิดๆ เช่น ถ้าไปบอกว่า ศาสนาอื่นมีแผนทำลายศาสนาเราแบบไม่มีมูล จะเป็นการสร้างความเกลียดชังต่อศาสนาอื่น หรือ ถ้าไปบอกว่า เด็กกวนตีนคนหนึ่ง มันโกงชาติ มันขายชาติ มันต้องการทำลายชาติ อย่างนี้ถือเป็น hate speech แต่ถ้าเราบอกว่า เด็กเวรนี้มันกวนตีน มันอาจจะเป็นคำหยาบคาย แต่มันไม่น่าจะใช่ hate speech ถ้าคำที่สะท้อนความรู้สึกในด้านลบถือเป็น hate speech ไปหมด เราก็คงไม่ต้องพูดคำเหล่านั้นกันละ เราจะบรรยายความรู้สึกของเราที่มีต่อ พฤติกรรมแย่ๆ ต่างๆ อย่างไร เรามิต้องบอกว่ามันดีไปหมดหรือ โลกนี้มันไม่ได้มีแต่ด้านดี เราจะเก็บคำแย่ๆเข้ากรุไปหมดหรือ วาทกรรม hate speech บางทีก็ถูกนำมาเป็น ข้ออ้างไม่ให้เราตำหนิสิ่งที่ไม่ดี ในภาวะที่มีสิ่งไม่ดีอยู่เต็มไปหมดเราคงอึดอัดนะ

 

     เช่นเดียวกับวาทกรรม ที่ว่า "‪#‎อย่าไปตัดสิน " ผมมองว่าเป็นวาทกรรมที่ดัดจริตมาก มันทำให้ผู้พูดดูดีเชียวละ แต่ความจริงคนเราตัดสินกันอยู่ตลอดอยู่แล้ว เพราะถ้าไม่ตัดสินก็คงไม่มาเที่ยวออกความเห็นอย่างโน้นอย่างนี้ เชียร์คนนั้น ด่าคนนี้กันให้วุ่น นั่นไม่ใช่การตัดสินหรอกหรือ การตัดสินในแต่ละกรณีก็ใช้เวลาต่างกัน การตัดสินเพื่อวิจารณ์อาจจะไม่ต้องใช้เวลานานเหมือนการตัดสินเพื่อลงโทษในศาล และคำว่า "‪#‎ไม่มีอะไรผิดอะไรถูก" มันก็เป็นแค่ข้ออ้างของคนที่อยากจะทำทุกอย่างตามใจตนเท่านั้นเอง

 

     มีหลายๆวาทกรรมที่ดูเหมือนจะดี แกนนำจัดให้คนที่มีแนวคิดคล้ายกันคัดลอกไว้ใช้งานอยู่เสมอเป็นผ้ายันต์กันคนด่า พวกก็ท่องคำนี้โดยไม่ต้องคิดอะไรต่อให้มาก แต่ถ้าคิดดูดีดีแล้วมันมีอะไรอยู่เบื้องหลังเยอะเลย เช่นคำว่า " ‪#‎เป็นคนดีนี่มันดีจริงๆนะ " เอาไว้ใช้เมื่อเห็นอะไรที่ไม่ดีจากอีกฝ่าย ประมาณว่า "มึงบอกว่ามึงเป็นพวกคนดีใช่มั้ย ทำไมมึงทำงี้ล่ะ" แต่ความจริงคำว่าพวกคนดี เป็นเราบอกหรือท่านบอก? ใครที่พยายามยัดเยียดความเป็น"ไอ้พวกคนดี" ให้เรา ทั้งๆที่เราก็เป็นคนปกติธรรมดา มีดีบ้างเสียบ้าง มายัดเยียดให้เราเพื่ออะไร หนึ่งคือ เพื่อประชดประชันเรา สองเพื่อแบ่งให้เป็นกลุ่มก้อนชนชั้น สามคือ ไม่ให้เราไปด่าเขามาก ถ้าบอกว่า " เป็นคนดีนี่มันดีจริงๆนะ" ก็ต้องบอกด้วยว่า " ‪#‎เป็นคนชั่วนี่มันดีกว่าเยอะเลย" เพราะทำเหี้ยอะไรก็ได้ทั้งนั้น ไม่ต้องมีใครมาประชดประชัน ไม่ต้องมีใครมาตัดสิน ไม่ต้องมีใครมาดุด่า "พวกมึงเป็นคนดีนะ พวกมึงต้องอยู่ในกรอบ แต่พวกกูไม่ต้อง"

 

     คำว่า "‪#‎คลั่งชาติ" ก็ถูกนำมาใช้ เพื่อเปลี่ยนให้ ความสำนึกรักชาติตามปกติ กลายเป็นเรื่องที่ร้ายสุดกู่ เพื่อกลบเกลื่อนให้พฤติกรรมการบ่อนทำลายชาติเลื่อนขึ้นมาเป็นเรื่องปกติ พวกที่บ่อนทำลายก็ตั้งหน้าทำลายไป แต่พอใครเข้าไปทักจะถูกข้อหา "คลั่งชาติ" ทันที เรื่องนี้เป็นเรื่องน่ากลัว เพราะมีหลายคนที่รักชาติแต่ถูกปลูกฝังความคิดผิดๆ จนลุกขึ้นมาปกป้อง พวกบ่อนทำลายชาติอย่างไม่รู้ตัว

 

     อีกวาทกรรมหนึ่งที่เห็นใช้กันบ่อยคือ จะมีคนมาถามว่า" ‪#‎ทำไมจึงว่าตนเองถูก แล้วคนอื่นผิด" แหม่ ความจริงส่วนใหญ่ก็คิดกันอย่างนั้นทั้งนั้นไม่ใช่หรือ แต่ที่เขียนมาเยอะแยะนี่ก็ไม่เคยบอกว่า ความคิดของผมจะต้องถูกเสมอนะ ผิดตรงไหนก็แย้งมา ถ้ามาด่ากันดื้อๆ หรือมาแขวะเรื่องชื่อมงคล นั่นเท่ากับมายืนยันว่าไม่มีข้อโต้แย้ง สิ่งที่ผมเขียน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ มันเป็นแค่ความเห็นต่อเรื่องต่างๆในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่เสนอไว้ให้เพื่อนคนไทยไปคิดต่อกันเอง (เขียนให้คิดนะ ไม่ได้เขียนให้เชื่อ)     ถ้าคุณไม่เชื่อก็ไม่มีใครไปบังคับคุณให้เชื่อได้ไม่ใช่หรือ ผมไม่ได้ไปเช่าช่องทีวีดาวเทียมที่ไหน หรือเป็นเจ้าของสื่อส่วนตัวที่ไหนเพื่อใช้ พูดกรอกหูปลุกระดมพวกคุณทุกวันก็ไม่ใช่หรือ ผมพูดในพื้นที่เล็กๆของตนเอง ที่ไม่เคยแม้แต่จะลงเงินทำการตลาดเพื่อเพิ่มยอดไลค์ด้วยซ้ำ...”

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
eakapun


HASTAG : พี่คนดี กวีสมัครเล่น  มหาจุฬาลงกรณ์  เพลงพระราชนิพนธ์  เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล  ทีนิวส์ 

ติดตามข่าวอื่นๆ