ไม่มีผิด!?!...กทม.แจงรถดับเพลิงพวงมาลัยซ้ายแล้วไง จอดเฉยๆก็มันไม่มีเหตุ

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้ขอสัมภาษณ์ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก่อนเข้าประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ถึงกรณีการจัดซื้อรถกู้ภัยขนาดเล็กของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่จัดซื้อในปีงบประมาณ 2558  แต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยหลังจากประชุมเสร็จได้ให้นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกผู้ว่าฯกทม. และนางเบญทราย กียปัจจ์ รองโฆษกฯ แถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีการจัดซื้อรถกู้ภัยและกรณีที่มีการตั้งคำถามถึงการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำของ กทม.

 

นายวสันต์แถลงว่า กรณีที่รถกู้ภัยเป็นรถพวงมาลัยซ้ายนั้นไม่ผิดกฎหมาย โดยรถทั้งหมดจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ผิดกฎหมายจราจรทางบก ซึ่งหากถามว่าทำไมต้องจัดซื้อเป็นพวงมาลัยซ้ายนั้น เนื่องจากทั่วโลกผลิตและใช้เป็นพวงมาลัยซ้าย ซึ่งไม่ส่งผลต่อสมรรถนะในการใช้งาน การจัดซื้อของ กทม.ดูที่การใช้งานและประโยชน์ในการใช้ ซึ่งรถพวงมาลัยซ้ายก็สามารถขับได้ทั่วไปบนท้องถนน ทั้งนี้ ขนาดของรถที่มีขนาดเล็กเท่ากับรถเอทีวีท่องเที่ยวและรถกะป๊อ เนื่องจากต้องการใช้ในการเข้าตรอกซอกซอยขนาดเล็กที่รถดับเพลิงขนาดใหญ่เข้าไม่ถึง ซึ่ง กทม.มีกว่า 5,121 ซอย จึงจำเป็นที่ กทม.จะต้องหาแนวทางป้องกันที่เหมาะสม แต่ยืนยันว่ามีสมรรถนะที่สูงกว่าตามมาตรฐานประเทศเยอรมนีแน่นอน ส่วนข้อสังเกตที่ระบุว่ารถมีสภาพใหม่มากเหมือนไม่ได้ใช้งานนั้น การจะเอาออกไปใช้ต้องมีเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้น แต่ตั้งแต่จัดซื้อมายังไม่เกิดเหตุเพลิงไหม้จึงยังไม่ได้ใช้ อีกทั้งข้อสังเกตของนายวิลาศ ที่กล่าวหาว่ารถกู้ภัยดังกล่าวไม่มีไฟท้าย ไฟเลี้ยว กระจกมองหลังนั้น ขอยืนยันว่ามีองค์ประกอบของรถครบถ้วน ไม่เช่นนั้นจะจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้อย่างไร นอกจากนี้ ในกระบวนการตรวจรับทุกครั้ง มีนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นพยานทุกครั้ง โดยการจัดซื้อก็เป็นไปตามเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) ไม่มีการบิดเบือน

 

“ส่วนราคาที่ระบุว่าแพงเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีจากประเทศอื่นๆ นั้น ต้องดูการเปรียบเทียบว่าคุณสมบัติ ความสามารถเทียบเท่ากันหรือไม่ เพราะเทคโนโลยีที่ กทม.จัดซื้อจากเยอรมนีถือเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในขณะนี้” นายวสันต์กล่าว และว่า ส่วนกรณีการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำที่มีการเผยแพร่ในสื่อบางสำนักรวมไปถึงในโลกออนไลน์ ระบุว่าไม่สามารถใช้รถกระบะลากจูงได้เพราะมีน้ำหนักมากถึง 4 ตันนั้น ขอยืนยันว่าใช้คนเพียง 3 คน ก็สามารถลากจูงได้แล้ว และสามารถใช้รถกระบะลากจูงได้จริง โดยการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำล็อตนี้ กทม.คำนึงถึงเครื่องยนต์ที่ก่อเสียงดังและมีควันรบกวนประชาชนน้อยลง ซึ่งเครื่องสูบน้ำที่ใช้อยู่นี้เป็นเทคโนโลยีของสเปน แต่ผลิตในจีน โดยมีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งเครื่องสูบน้ำดังกล่าวมีน้ำหนัก 1.9 ตัน ไม่ถึง 4 ตัน ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูล ส่วนกรณีราคาที่มีการนำเสนอว่าราคาแพงนั้น หากเทียบกับการจัดซื้อก่อหน้านี้ประมาณปี 2550 ที่จัดซื้อราคาประมาณกว่า 800,000 บาท การจัดซื้อล็อตนี้ในราคา 930,000 บาท ถือว่าไม่แพง เพราะมีการเพิ่มสเปก คือ ลดเสียง ลดควันด้วย

 


โดยในระหว่างการชี้แจง นายวสันต์ได้โชว์ภาพรถกู้ภัย รวมถึงได้เปิดคลิปวิดีโอที่แสดงการลากจูงเครื่องสูบน้ำโดยรถกระบะ เพื่อยืนยันว่าสามารถลากจูงได้ พร้อมทั้งกล่าวว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.และ สตง.ได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของ กทม.อย่างเข้มข้น ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า กทม.หรือผู้ว่าฯ กทม.ปฏิเสธเรื่องการตรวจสอบการทำงาน แต่ตั้งข้อสังเกตว่าการตรวจสอบในระยะหลังนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป มีการตรวจสอบถี่ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มีการให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางครั้งเป็นการให้ข้อมูลในลักษณะชี้นำ จนอาจทำให้สังคมเชื่อว่าเกิดการทุจริตแล้ว ทั้งที่ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบเท่านั้น จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ รวมถึงผู้ว่าฯกทม.ด้วย

 

“กทม.ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเรื่องต่างๆ มาโดยตลอดตั้งแต่ปีแรกที่ผู้ว่าฯกทม.เข้ามาทำงาน จนถึงปีนี้ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการทำงาน เพียงแต่ว่าในช่วงปีสุดท้ายจะเห็นว่า พฤติกรรมแปลกๆ หรือผิดปกติเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระบวนการตรวจสอบ จนทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตไม่ได้ ทั้งนี้ เมื่อมีเรื่องการตรวจสอบต่างๆ ผู้ว่าฯกทม.ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกเรื่อง ไม่ได้ละเลยหรือเพิกเฉย ขณะเดียวกัน ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ไม่ได้หมายความว่าผู้ว่าฯกทม.จะทราบทุกเรื่อง เพราะการแบ่งงานโดยสายงานโครงสร้างผู้บังคับบัญชาของ กทม.ได้มีการแบ่งงานกันชัดเจน บางเรื่องที่เกิดขึ้นผู้ว่าฯกทม.อาจไม่ทราบ หรือบางครั้งอาจทราบจากสื่อด้วยซ้ำไป”

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
วรรณนิศา วิเชียรชม


HASTAG : รถพวงมาลัยซ้าย  รถดับเพลิงขนาดใหญ่  รถกู้ภัยขนาดเล็ก  กรุงเทพมหานคร 

ติดตามข่าวอื่นๆ