หมายจับม.112 “แม่จ่านิว” ตอกย้ำขบวนหมิ่นสถาบันในเครือข่ายเสื้อแดง

กับประเด็นที่สำนักข่าวทีนิวส์ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเปิดโปงข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง จากกรณีที่นายบุรินทร์ อินติน ผู้ต้องหา ซึ่งได้ถูกดำเนินการฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งพบว่านายบุรินทร์ ได้สนทนาผ่านแชทกับ พัฒน์นรี ชาญกิจ หรือมารดาของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์

โดยที่สำนักข่าวทีนิวส์ตั้งข้อสังเกตว่าจากกรณีพูดคุยดังกล่าวจะทำให้แม่ของจ่านิวถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112หรือไม่

การนำเสนอข่าวดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ พร้อมกับขู่ว่าจะฟ้องสำนักข่าวทีนิวส์ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีแต่ประการใด จนกระทั่งมาถึงวันนี้ข้อมูลข้อเท็จจริงก็เริ่มปรากฏชัดขึ้น

พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้เดินทางมาศาลทหารกรุงเทพ เพื่อขออนุมัติหมายจับ น.ส.พัฒน์นรี หรือ หนึ่งนุช ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ "จ่านิว" ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งศาลทหาร ได้พิจารณาพยานหลักฐานแล้ว เห็นควรอนุมัติออกหมายจับ เลขที่ 36/2559 ข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

ขณะที่วันนี้  16.00 น. น.ส. พัฒน์นรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ มารดา ของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” พร้อมทนายความ เดินทางเข้ามอบตัวหลังทราบว่าถูกตั้งข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)

ทั้งนี้ก่อนหน้าที่ พัฒน์นรี ชาญกิจ จะเข้ามอบตัวได้กล่าวกับผู้สื่อข่าว BBC THAI ไว้ว่า  “ตกใจมาก รับไม่ได้เลย ตอนนี้ยังทำงานอยู่และรอทนาย แล้วจะไปมอบตัว”

แต่ถ้าหากย้อนกลับไป  29 เมษายน นายบุรินทร์ อินติน  ติดต่อพูดคุยกันผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ “Nuengnuch chankij” ในทำนองว่าร้ายสถาบันจริง

วันนี้นางพัฒน์นรี ชาญกิจ ได้ออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมกับพูดออกมาว่ารู้สึกตกใจที่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่สิ่งที่สังคมต้องการความชัดเจนนั่นคือ นางพัฒน์นรี ชาญกิจ ต้องระบุออกมาให้ชัดว่า ได้พูดคุยอะไรผ่าน โปรแกรมแชท ซึ่งนายบุรินทร์เอง รับสารภาพว่าเป็นข้อความที่หมิ่นสถานบันจริง


หากย้อนกลับไปที่29 เมษายน พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายเสนาธิการผู้บังคับบัญชา คณะทำงานพิเศษฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นำตัว นายบุรินทร์ อินติน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร ข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(3) นำส่งพ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง รองผู้กำกับการสอบสวน กองกำกับการ3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีดำเนินคดี

พ.อ.บุรินทร์ เปิดเผยว่า ทหารเฝ้าติดตามพฤติกรรมนายบุรินทร์ หลังจากสายข่าวพบการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวชื่อ “Burin Intin”ในลักษณะต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาลและคสช.รวมทั้งมีการแชตพูดคุยกับบุคคลอื่นโดยมีข้อความลักษณะหมิ่นเบื้องสูง เข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112

กระทั่งวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา เวลา 12.13 น.นายบุรินทร์โพสต์คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 40 นาที พร้อมข้อความ “หนูอยากโดนอุ้ม#ปล่อยเพื่อนเราที่โดนอุ้ม” ก่อนจะมีบุคคลเข้ามาแสดงความคิดเห็นในคลิปดังกล่าว และนายบุรินทร์ตอบความคิดเห็นในลักษณะหมิ่้นเบื้องสูง หลังจากนั้นในวันเดียวกัน ช่วงเวลา18.00น.นายบุรินทร์ เดินทางมาร่วมกิจกรรม”ยืนเฉยๆ”ร่วมกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ก่อนจะเป็น1ใน16รายที่ถูกตำรวจสน.พญาไทควบคุมตัว

พ.อ.บุรินทร์ กล่าวว่า จากนั้นทหารจึงเดินทางไปยังสน.พญาไท เพื่อเชิญตัวนายบุรินทร์มาควบคุมตามคำสั่งคสช.ที่ 3/2558 และเมื่อวันที่ิ28เมษายน ทหารมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับนายบุรินทร์ และวันนี้ศาลทหารจะออกหมายจับ เมื่อตรวจค้นตัวกลับไม่พบโทรศัพท์ของนายบุรินทร์ จึงสอบถามนายบุรินทร์ได้ความว่าฝากโทรศัพท์ให้กับเพื่อนชื่อว่านซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นเพื่อนนายสิรวิชญ์ เสรีวัฒน์ หรือ จ่านิว อยู่ระหว่างติดตามตัวนายว่าน จากนั้นจึงขยายผลตรวจค้นที่ร้านอัดรูปสปอร์ตดิจิตอลโฟโต้ ปากซอยปลูกจิตร 1 ถนนพระราม4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร ที่นายบุรินทร์อาศัยอยู่ พบซีพียูคอมพิวเตอร์ จำนวน 3เครื่อง ที่ใช้ในการเล่นเฟซบุ๊ก

ด้านนายบุรินทร์ รับว่า ตนเข้าร่วมกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับตั้งแต่19กันยายน 2558 จากนั้นจึงมีโอกาสรู้จักกับนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว และติดต่อพูดคุยกันมาตลอด จนรู้จักกับแม่จ่านิว และแชตพูดคุยกันผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ “Nuengnuch chankij” ในทำนองว่าร้ายสถาบันจริงเนื่องจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตนโพสต์ข้อความต่างๆผ่านโทรศัพท์และโพสต์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 เมษายนก่อนถูกจับกุม

ไม่คิดว่าจะถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นสถาบันและสาเหตุที่นำโทรศัพท์ให้เพื่อนชื่อว่านนั้น เพราะแบตโทรศัพท์จะหมด จึงให้ไปเพื่อชาร์จแบตเท่านั้น ไม่มีเจตนาจะทำลายหลักฐาน จึงอยากฝากผ่านสื่อไปถึงว่านและจ่านิวว่า ให้นำโทรศัพท์กลับมาคืนด้วย

ที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือว่านายบุรินทร์ ได้บอกว่าเพิ่งเข้ามาเคลื่อนไหวทางการเมืองเมื่อปี2558 นั่นหมายความว่าเขาได้หลายเป็นเหยื่อและหลงผิดไปสู่การให้ร้ายสถาบัน

คำถามที่น่าสนใจก็คือว่าในกระบวนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงได้มีขบวนการทำลายสถาบันซ้อนตัวอยู่เป็นจำนวนมากและใครก็ตามที่หลงผิดเข้าไปร่วมเคลื่อนไหวด้วยก็อาจจะพลั้งพลาดเข้าไปหมิ่นสถาบัน จนทำให้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ซึ่งกรณีของนายบุรินทร์ไม่ใช่คนแรกเพราะที่ผ่านมาก็มีกลุ่มนักศึกษาที่โดนข้อหา มาตรา112 เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์มาแล้วนับไม่ท้วน


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นางสาวชนุตรา เพชรมูล


HASTAG :

ติดตามข่าวอื่นๆ