สตช.ขึ้นบัญชีดำผู้มีอิทธิพล 6 พันราย มีทหาร-ตำรวจ 15-20%

ผบ.ตร.นั่งหัวโต๊ะถกปราบผู้มีอิทธิพล เผยขึ้นบัญชีกว่า 6 พันราย มีทหาร-ตำรวจ 15-20 %  พุ่งเป้ากลุ่มยาเสพติด-ฮั้วประมูล-เงินกู้นอกระบบ มั่นใจหลังดำเนินการจะลดลง 70 %
      
      
วันนี้ ( 4 มี.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมการปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) และผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 1-9 ศชต. บช.ก. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวห้องเข้าร่วมประชุม
      
      
พล.ต.อ.จักรทิพย์  กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมว่า ในการประชุมวันนี้เป็นการเตรียมความพร้อมด้านการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ตามคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เลขที่ 324/2558 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2558 ให้ตั้งคณะกรรมการเรื่องการบูรณาการปราบปรามผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน และมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นคณะกรรมการ ซึ่งเป็นนโยบายของภาครัฐเพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติสุข ไม่มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาข่มเหงรังแก รวมถึงจับกุมตามหมายจับเก่าทั้งหลายใน 16 ฐานความผิดที่คณะกรรมการได้ตั้งไว้ โดยเริ่มปฏิบัติการจริงในวันที่ 5 มีนาคม 2559 ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยผสานกำลังร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ ปกครอง ตำรวจ ทหาร ซึ่งฝ่ายความมั่นคงแต่ละหน่วยจะมีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ก่อนส่งให้คณะกรรมการแต่ละหน่วยตรวจสอบคัดกรองข้อมูลที่รวบรวมไว้อีกขั้นตอนหนึ่ง

พล.ต.อ.จักรทิพย์  กล่าวอีกว่า กลุ่มผู้มีอิทธิพลที่เป็นข้าราชการ โดยเฉพาะตำรวจและทหารที่อยู่ในบัญชีรายชื่อ คาดหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ตนยอมรับว่ากรณีดังกล่าวมักเกิดขึ้นจริงในอดีต แต่ในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนหมดแล้วและไม่น่าจะมีการช่วยเหลือกัน อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่าหลังจากการปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิครั้งนี้ผ่านไปสังคมจะดีขึ้น พี่น้องประชาชนจะถูกการข่มขู่รังแกน้อยลง ใช้ชีวิตแบบปกติสุข นอกจากนี้ในกรุงเทพมหานคร ยังมีพื้นที่สีแดงที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน โดยได้รับร้องเรียนมาในเรื่องบ่อนการพนันของกลุ่มผู้มีอิทธิพล ขณะเดียวกันตนก็ยืนยันว่าบ่อนการพนันในคลิปที่มีการเผยแพร่ทางโซเซียลเน็ตเวิร์ดนั้นอาจจะเป็นบ่อนลักลอบเล่นการพนันเท่านั้น และยืนยันว่าไม่มีบ่อนการพนันที่เปิดอย่างเสรีแน่นอน
      
      
พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวภายหลังการประชุมว่า ได้รับรายงานว่าขณะนี้มีผู้มีอิทธิพลประมาณ 6,000 ราย มีทั้งบุคคลทั่วไป ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น และข้าราชการทหาร ตำรวจ โดยแบ่งเป็น 16 ฐานความผิด แต่ที่ประชาชนต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งกวาดล้างแบ่งเป็น 8 กลุ่มหลัก แต่ที่มากที่สุดคือ ยาเสพติด นอกนั้นก็แบ่งเป็นฮั้วประมูล เงินกู้นอกระบบ ทั้งนี้ ในส่วนของยาเสพติดทางตำรวจได้กวาดล้างมาโดยตลอด มีผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะลดลงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มุ่งเป้าเจาะจงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่จะจู่โจมเข้าตรวจค้นพร้อมกันทั่วประเทศ แต่จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ในภาคกลางมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลมากที่สุด ทั้งนี้ในส่วนของกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่มีข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ไม่เกิน 15-20 วันนี้จะต้องเห็นผล ในส่วนของการตั้งเป้าหลังการกวาดล้างและปราบปรามนั้น ทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ประเมิน
      
      
ผบ.ตร.กล่าวว่า ในส่วนของหมายจับนั้นตนไม่สามารถระบุได้ว่ามีกี่หมายจับ เพราะผู้บัญชาการแต่ละภาคจะไปดำเนินการเอง โดยจะมีการกระจายไปทั้งประเทศ นอกจากนี้ ทางตำรวจจะรวบรวมข้อมูลไว้เพื่อเฝ้าระวัง รวมทั้งมอนิเตอร์พฤติกรรมของกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านั้นไว้ว่ามีการติดต่อหรือคบค้าสมาคมกับใครบ้างเพื่อป้องกันเหตุ ยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินคดีกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องและพบความเชื่อมโยงในการกระทำความผิดที่ชัดเจนจริงๆ เพื่อป้องกันการฆ่าตัดตอน อย่างไรก็ดี เชื่อว่าภายใน 2 เดือนนี้หลังการปฏิบัติการกวาดล้างและปราบปรามจะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลลดลง 60-70 เปอร์เซ็นต์ และไม่ได้หนักใจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีข้อมูลครบทุกด้าน ส่วนกรณีที่มีการหลอกต้มตุ๋นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้นก็มีมาตรการดำเนินการมาตลอดอยู่แล้ว


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายวิทย์ณเมธา เกตุแก้ว


HASTAG :

ติดตามข่าวอื่นๆ