ผบ.ตร.ระบุ รวบ 4 โจร"จีน มองโกเลีย"ปล้นปืน - เร่งล่าหัวหน้าแก๊ง

"พล.ต.อ.จักรทิพย์"เปิดเผย แก๊งคนร้ายเอเชีย มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี ก่อนบุกปล้นร้านปืนย่านวังบูรพา  เบื้องต้นจับกุมตัวแล้ว 4 คน 1 ในนั้นไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล แต่ยังเร่งไล่ล่าหัวหน้าสั่งการอยู่ระหว่างหลบหนี

 

วันนี้  (4 มี.ค.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายบุกปล้นร้านห้างหุ้นส่วนจำกัด อินเตอร์อาร์ม เลขที่ 127/17 ซอยสามยอดพลาซ่า ถ.เจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. พ.ต.อ.สุริยา จำนงโชค ผกก.ฝ่ายสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ผู้ได้รับแจ้งเหตุ  จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่รุดไปตรวจสอบ

 

ที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย แบ่งเป็นคนร้ายจำนวน 3 คน นำส่งโรงพยาบาลตำรวจ 2 คน โรงพยาบาลกลาง 1 คน ส่วนเจ้าของร้านปืนทราบชื่อภายหลังคือ นายปกรณ์ แดงละม้าย อายุ 38 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ นำตัวส่งโรงพยาบาลศิริราช และนายสิทธินนท์ มนธาพันธ์ อายุ 32 ปี ลูกจ้างร้านปืน ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลัง นำส่งโรงพยายาบหัวเฉียว แต่ยังมีคนร้ายจำนวน 1 คนได้หลบหนีไปอยู่ภายในซอยศิริชัย 1 ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ระดมกำลังทำการปิดล้อมติดตามจับกุม

 

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 และ พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว

 

หลังจากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 ได้รับแจ้งว่ามีคนร้าย หลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุโดยใช้จักรยานยนต์ขับขี่เข้าไปในซอยศิริชัย 1 ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กทม. ก่อนจะซุกซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านไม้ร้างเลขที่ 372 ของ น.ส.ธีรพร บุศยอังกูร ซึ่งไม่มีใครอยู่บ้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่ จึงทำการปิดกั้นพื้นที่ใกล้เคียงและบอกให้ประชาชนที่พักอาศัยในละแวกดังกล่าวล็อกประตูและอยู่ภายในตัวบ้าน โดยมีประชาชนยืนมุงดูเหตุการณ์กันอยู่เป็นจำนวนมาก ก่อนที่เจ้าหน้าที่ประมาณ 10 นายพร้อมอาวุธครบมือเข้าปิดล้อมหน้าบ้านดังกล่าว ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงก่อนจะเข้าบุกชาร์จจับตัวไว้ได้ในที่สุด ทราบชื่อคนร้าย คือ นายหม่า เกิง (MR.MA GENG) อายุ 34 ปี ชาวจีน-มองโกเลีย จึงควบคุมตัวมายังบริเวณร้านที่เกิดเหตุเพื่อให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สอบสวน

 

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าของร้านเปิดร้านได้เพียง 10 นาที มีคนร้ายจำนวน 4 คนบุกปล้นร้านค้าปืนดังกล่าวโดยมีนายปกรณ์และลูกจ้างเป็นผู้ต่อสู้กับคนร้ายจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปแต่ถูก ร.ต.อ.ธวัชชัย ผิวอ่อง รอง สว.จร.สน.พลับพลาไชย 2 อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยอรินทราช และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด เจ้าของร้านปืนใกล้เคียงยิงสกัดไว้ได้ 

 

ด้าน ร.ต.อ.ธวัชชัย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุขณะเข้ามาเอาซองปืนใกล้กับที่เกิดเหตุ มีชาวบ้านแจ้งว่ามีคนร้ายหลายคนเข้าไปปล้นปืนที่ร้านอินเตอร์อาร์ม จึงได้หลบซุ่มอยู่เพราะคนร้ายมีจำนวนหลายคนและมีอาวุธปืน ได้ดักรออยู่กระทั่งคนร้ายออกจากร้านพบว่าในมือถืออาวุธปืนและปิดบังใบหน้าจึงเรียกเพื่อทำการตรวจสอบ แต่คนร้ายไม่หยุดและชักปืนต่อสู้จึงได้เกิดการยิงปะทะกัน

 

จากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายเป็นชาวจีนไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ พร้อมของกลางตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย สิ่งเทียมอาวุธปืนจำนวน 2 กระบอก, มีดพก 1 เล่ม, กุญแจมือ 1 คู่, วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง, จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซูโม่เอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน สมค 122 กรุงเทพมหานคร, จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีแดง ทะเบียน รษน 788 กรุงเทพมหานคร


พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร รรท.ผบช. ว่ามีเหตุปล้นทรัพย์ร้านปืน ซึ่งพบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นชาวจีน-มองโกเลียจำนวน 5 คน พร้อมด้วยอาวุธปืนปลอมและมีดพกเข้ามาภายในร้านปืนดังกล่าวเพื่อบุกรุกประสงค์ต่อทรัพย์ โดยมีหัวหน้าใหญ่ 1 คนเป็นผู้สั่งการ และมีลูกน้องอีก 4 คนเป็นผู้ลงมือทำ มีการวางแผนเป็นอย่างดี  ซึ่งในวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา คนร้ายได้เข้ามาดูสถานที่เกิดเหตุดังกล่าว ก่อนที่จะมาลงมือก่อเหตุในวันนี้ 

 

จากการซักถาม นายหม่าโดยมีล่ามชาวจีนเป็นผู้แปลภาษา ให้การว่า ทราบเพียงว่ามาปล้นปืนแต่ไม่ทราบว่าหัวหน้าจะนำปืนไปทำอะไร

 

แต่อย่างไรก็ตามพบว่า ชาวจีนทั้ง 4 คน มีประวัติการเข้าออกภายในประเทศ โดยมีการเดินทางเข้าไทยครั้งแรกพร้อมกันวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และอีก 1 คนซึ่งเป็นหัวหน้าเดินทางเข้าออกไทยหลายครั้ง โดยขณะนี้หัวหน้ายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศไทย ตนได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ และ พล.ต.ต.ทรงพล ดำเนินการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ขณะที่จักรยานยนต์ที่คนร้ายขับขี่มานั้นเป็นการสวมแผ่นป้ายทะเบียนปลอม จึงเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นรถที่ขโมยมาเพื่อก่อเหตุ และจากการตรวจสอบไม่มีคนไทยเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว    

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยต่อว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ร้อยละ 80-90 มาเพื่อการท่องเที่ยว สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการวางมาตรการที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เจ้าของร้านและพนักงานได้รับบาดเจ็บ และผู้ต้องหาถูกตำรวจยิงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ราย


ขณะที่ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ทั้งนี้จากการตรวจสอบไม่เคยมีชาวต่างชาติก่อเหตุในพื้นที่ดังกล่าว จากการก่อเหตุดังกล่าวเชื่อได้ว่ากลุ่มคนร้ายทำงานเป็นมืออาชีพ ขณะนี้ได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อทำการสกัดกั้นคนร้าย สำหรับจักรยานยนต์คันก่อเหตุเป็นรถเช่าซึ่งต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณรูปภาพ http://www.fm91bkk.com/


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายศุภรากร นิ่มนวน


HASTAG :

ติดตามข่าวอื่นๆ