ดีเอสไอ ยัน รถเบนซ์โบราณ"สมเด็จช่วง" ผิดกฎหมาย

ดีเอสไอ แถลงยืนยันรถเบนซ์โบราณ"สมเด็จช่วง"ผิดกฎหมาย เบื้องต้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบกับผู้กี่ยวข้อง คาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นภายใน 2 - 3เดือน

 

วันนี้  (18 ก.พ.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาช่วงเช้าที่ผ่านมา  พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการตรวจสอบความคืบหน้าคดีรถเบนซ์โบราณทะเบีบน ขม 99 ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ว่า ขณะนี้ทางดีเอสไอได้รับเรื่องมาตรวจสอบเกี่ยวกับรถคันนี้ว่าชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการทำงานเป็นไปตามลูกคณะกรรมการไม่ได้ทำคนเดียว ทางสมนึกเป็นคนรับจ้างเอกสารมาจากคนอื่นอีกทีซึ่งทำกันเป็นขบวนการและทางดีเอสไอได้นำข้อมูลมาตรวจสอบแล้วซึ่งยังคนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก และพบว่าเคยมีการทำมาก่อนหน้านี้หลายคันซึ่งเป็นรถยนต์ราคาแพง ไม่เกี่ยวกับพระ โดยมีการนำเครื่องยนต์หลายอื่นเข้ามาพร้อมกัน และมีการนำเข้ามาก่อน ทางดีเอสไอขอเวลาตรวจสอบซักระยะหนึ่ง

  

ซึ่งทางวัดก็เชิญเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบถึง 2 ครั้ง เมื่อได้เอกสารมาก็พบว่า หลวงพี่แป๊ะ เป็นผู้รับว่านำเข้ารถคันนี้ในราคา 4 ล้านบาท เพื่อถวายสมเด็จช่วง โดยว่าจ้างทางอู่วิชาญ ไม่มีใบประกอบรถยนต์ ดำเนินการ เป็นข้อมูลตรงกัน  และสมนึกเป็นผู้รับจ้างจดทะเบียน ยอมรับ เป็นผู้ปลอมราคา 1 ล้านบาท ในขณะที่ อ๊อด 89 เป็นผู้จัดหาเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบอะไหล่ ดังนั้นทำให้เห็นภาพว่ามีส่วนสอดคล้องกันอยู่ตลอดเวลา โดยที่มีคนไปรับและให้ อู่วิชาญทำการประกอบ ทางดีเอสไอต้องทำการสอบสวนถึงเจตนาถวายของหลวงพี่แป๊ะ ในทางสืบสวนเชื่อว่ารถดังกล่าวน่าจะมีความผิดในหลายข้อหาโดยเฉพาะผิดตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ร.บ.สรรพสามิต ผิดตามกฎหมายอาญาในเรื่องของแจ้งความเท็จ ใช้เอกสารปลอม ซึ่งในขั้นตอนการสอบสวนก็จะลงลึกในประเด็น คนแจ้งและอู่ประกอบ

      
ส่วนประเด็นผู้ครอบครองจะมีความผิดทันทีหรือไม่นั้น ทางดีเอสไอขอทำการสอบสวนไปก่อนว่าในตัวผู้ครอบครองมีข้อมูลตรงกับที่ทางเราได้รับไม่และคอยพิจารณาอีกครั้ง และในการที่มาแถลงข่าววันนี้เพื่อยืนยันในเรื่องของรถก่อน

ดีเอสไอ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มีการแถลงข่าวก่อนหน้านี้ว่า ผู้ดำเนินการนำเข้ามามีความผิด ส่วนผู้ครอบครองนั้น ถ้าเขาไม่รับรู้ในเรื่องของซื้อขายก็ไม่มีเจตนา ถือว่าเป็นผุ้เสียหาย ส่วนรถจดประกอบคันอื่นทางดีเอสไอส่งไปให้กรมศุลกากรประเมินราคา ซึ่งก็ส่งราคากลับมาส่วนหนึ่งแล้ว

 

ส่วนประเด็นพระซื้อรถถวายนั้น ทางดีเอสไอต้องทำการตรวจสอบทางรถราคา และซื้อมาจากไหน ส่วนผู้ครอบครองนั้น ทางดีเอสไอ ขอทำการตรวจสอบลงลึกไปดูว่าเขารู้หรือไม่ เบื้องต้นไม่สามารถไปตัดสินเขาได้ ต้องให้กระบวนการสอบสวนดำเนินการก่อนและจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง  ส่วนคดีรถเพลิงไหม้ที่กลางดง ขณะนี้สอบสวนใกล้เสร็จแล้วและได้ตัวผู้ต้องหา           

 

ประเด็นที่ผู้นำเข้ารถผิดกฎหมายชำระภาษีและคืนรถให้นั้นจะยุติหรือไม่นั้น  ทางดีเอสไอจะดำเนินคดีผู้ต้องหาตามมาตรา 27 (ผู้นำเข้า กระบวนผู้ประกอบรถยนต์) ของกรมศุลกากร  ส่วนผู้ครอบครอง มาตรา 27 ทวิ และจะต้องไปดูว่าคดีนี้จะยุติอย่างไร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบกับผู้ต้องหานำเข้ารถยนต์ 4 พันคัน

 

ทั้งนี้  ทางดีเอสไอ จะเร่งดำเนินการสอบสวนคดีรถเบนซ์โบราณทะเบีบน ขม 99 ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย คาดว่า 2 - 3เดือนน่าจะเสร็จแต่ขึ้นอยู่กับเอกสาร 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายศุภรากร นิ่มนวน


HASTAG :

ติดตามข่าวอื่นๆ