ส่งรอง"สุวัฒน์"หาเบาะแสตามล่ามือฉกทรัพย์บ้านเครือญาติ"เจียรวนนท์"

รองผบช.น. นำทีมสืบสวนตรวจสอบบ้านพักหรูญาติ"ตระกูลเจียรวนนท์" หลังถูกคนร้ายแอบเข้าไปขโมยยกตู้เซฟ พร้อมกระเป๋า รองเท้าแบรนด์เนมมูลค่ากว่า10 ล้าน เจ้าของบ้านสงสัยอดีตแม่บ้านที่ถูกไล่ออก ขณะตำรวจคาดฝีมือคนใกล้ตัวเหตุไม่พบร่องรอยงัดแงะ
         

วันนี้ ( 6 ม.ค.)  ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)  พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กล่าวถึงกรณีคนร้ายบุกลักทรัพย์ในบ้านพักของนางอังคณา เจียรวนนท์ ย่านทองหล่อ  และกวาดทรัพย์สินมีค่าไปมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทว่า  ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวน ส่วนข้อมูลที่ว่าบ้านไม่มีการงัดแงะคล้ายเป็นการรู้เห็นเป็นใจนั้นเป็นข้อมูลทางการสืบสวน  ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยตำรวจได้ประชาสัมพันธ์เป็นระยะๆ อยู่แล้ว  มีการเตือน มีคู่มือประชาชนให้ตรวจสอบ เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นก็ต้องเป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวนว่าจะดำเนินการอย่างไร
         

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวต่อว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะตำรวจเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว  ส่วนมีรายงานข่าวว่าคนรับใช้มีการรู้เห็นกับคนร้ายนั้น อยู่ในระหว่างสอบสวน ขณะนี้ยังไม่มีเบาะแส ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงาน  ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการติดต่อนางอังคณา เจ้าของบ้าน เพื่อให้ข้อมูลกับตำรวจ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าบ้านหลังดังกล่าวไม่ได้เข้าร่วมโครงการฝากบ้านกับตำรวจ  อย่างไรก็ตามขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจในช่วงเทศกาลเพราะจะมีการจัดกำลังดูแลอย่างเต็มที่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้เดินทางไปตรวจสอบภายในบ้านพักหรูหลังดังกล่าว  โดยหลังจากตรวจสถานที่แล้วเสร็จเจ้าหน้าที่จะไปประชุมอีกครั้งที่ บช.น. เพื่อสรุปผลตรวจสอบและวางแนวทางในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป       

 

สำหรับคดีคนร้ายบุกไปขโมยทรัพย์สินบ้านคนตระกูลเจียรวนนท์ นั้น ร.ต.ท.ศิริพงศ์ กิติวิวัฒน์ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุ เมื่อเวลา 22.30 น. เมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา โดยที่ น.ส.อังคณา เจียรวนนท์ เจ้าของบ้านได้มอบอำนาจให้ นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ซึ่งเป็นญาติและพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว  เดินทางมาแจ้งความว่า มีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ด้วยการยกตู้เซฟ ภายในบ้านเลขที่ 45 ซ.ทองหล่อ 25 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. โดยบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น บนเนื้อที่ 1 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด  สำหรับจุดเกิดเหตุอยู่ภายในห้องนอนบริเวณชั้น 2 ของตัวบ้าน ซึ่งเป็นห้องนอนของผู้เสียหาย ภายในห้องมีการแบ่งซอยเป็นห้องแต่งตัว โดยพบว่าตู้นิรภัยซึ่งมีขนาดเท่ากับเครื่องไมโครเวฟได้สูญหายไป
         

ทั้งนี้ ภายในตู้เซฟมีทรัพย์สินเป็นเครื่องประดับทั้งหมด 13 รายการ ได้แก่ แหวนเพชร 4 กะรัต 1 วง แหวน เพชร 2 กะรัต 1 วง แหวนเพชร 1 กะรัต 1 วง ต่างหู 3 กะรัต 1 คู่ สร้อยข้อมือเพชร 1 อัน แหวนล้อมเพชร 1 วง สร้อยระย้าเพชร 1 เส้น นาฬิกาปาเต๊ะล้อมเพชร 1 เรือน  ต่างหู 1 กะรัต 1 คู่ ต่างหูสี่เหลี่ยม 1 คู่ กำไลหยก 1 วง จี้หยก 1 อัน ต่างหูเพชรโอไดออลน์ 1 คู่ และยังมีกระเป๋าแบรนด์เนมที่วางอยู่ด้านนอกภายในห้องแต่งตัวสูญหายไปอีก 7 รายการ ได้แก่ กระเป๋าถือแอร์เมส 5 ใบ กระเป๋าถือชาแนล 6-7 ใบ กระเป๋าดิออร์ 3 ใบ กระเป๋าคาร์เทียร์ 2 ใบ กระเป๋าวาเนก้า 2 ใบ กระเป๋าบาร์ลองเซียก้า 3 ใบ และกระเป๋าหลุยส์อีก 1 ใบ รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 10 ล้านบาท


ร.ต.ท.ศิริพงศ์ เปิดเผยอีกว่า  ขณะเกิดเหตุ ครอบครัวผู้เสียหายเดินทางไปต่างประเทศ  ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2558 เหลือเพียงแม่บ้าน 2 คนที่อยู่ดูแลบ้าน  หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะรอผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าทรัพย์เดินทางมาให้ปากคำ  ทราบว่าจะเดินทางกลับจากต่างประเทศในวันที่ 10 มกราคม  เพื่อมาตรวจสอบทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมไปอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง  หลังจากนี้จะประสานฝ่ายสืบสวนในการลงพื้นที่ตรวจสอบหาเบาะแสและตรวจสอบกล้องวงจรปิดในห้วงเวลาที่เกิดเหตุ  เบื้องต้นผู้เสียหายสงสัยอดีตแม่บ้านที่ถูกไล่ออกจากงานไปสักระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากมีประวัติการลักทรัพย์
         

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด  พบรอยมือที่บริเวณกำแพงและรองเท้าแตะ 1 ข้างถูกทิ้งไว้ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อหาร่องรอยของคนร้ายที่ก่อเหตุต่อไป

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายวิทย์ณเมธา เกตุแก้ว


HASTAG :

ติดตามข่าวอื่นๆ